ตอนที่ 294
บทที่ 294 ความรู้สึกในสายตา
October 28, 2026
ในหัวใจของรสิกายิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
เธอไม่คิดว่ากรานต์จะลาออกเพียงเพื่อช่วยเหลือตนเอง แม้ว่าครอบครัวในเมืองเอของพวกเขาจะร่ำรวย แต่เธอก็รู้ว่ากรานต์รักงานด้านการออกแบบจากใจจริง
"ขอโทษนะ" รสิกามองไปที่ถนนเบื้องหน้า สีหน้าของเธอหมองลงไป "ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยฉัน เธอก็คงไม่ต้องลาออกจากงาน"
"เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณ" เมื่อกรานต์ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น จึงรีบกล่าว "อันที่จริง เหตุผลส่วนหนึ่งที่ผมกลับมาก็เพราะที่บ้านน่ะ"
หัวใจของรสิกาหยุดนิ่งครู่หนึ่ง และก็ได้ยินเขากล่าวขึ้นอีก "คนในครอบครัวของผมอยากให้ผมกลับมาที่เมืองเอมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ"
กรานต์แค่อยากจะบอกว่าการกลับมาของเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับรสิกา เห็นรสิกาเป็นคนแบบไหนกัน สิ่งเหล่านี้ที่เขาประสบก็คือสิ่งที่รสิกาเคยประสบมาก่อนเมื่อห้าปีที่แล้วทั้งนั้น แล้วเธอจะไม่รู้ว่าเขาเสียสละเพื่อตัวเองได้อย่างไร
รสิกาลอบถอนหายใจกับตัวเอง ดูแล้วหนี้บุญคุณของกรานต์นี้ เธอคงชดใช้ให้ไม่หมด
ที่ร้านอาหาร หลังจากที่ทั้งสามคนทานอาหารเย็นด้วยกันเสร็จเรียบร้อย กรานต์จึงเอ่ยปากถามถึงประเด็นสำคัญของเรื่องราวในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าติรณาคงไม่ได้บอกกับเขาละเอียดเท่าไหร่นัก
รสิกาจึงทำได้เพียงบอกเรื่องราวทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบแก่กรานต์ หลังจากที่กรานต์ได้ฟัง เขาก็เงียบไปนานก่อนที่จะกล่าวว่า "เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง"
แม้ว่ากรานต์ไม่อยากยอมรับว่าบางครั้งบางทีก็จำเป็นต้องใช้อิทธิพลสักหน่อยถึงจะแก้ไขปัญหาได้ แต่ทว่าตอนนี้ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นหนทางเดียวเท่านั้น
อิทธิพลของตระกูลวัชรเดชานนท์อาจจะน่าเกรงขามมากพออยู่แล้วในเมืองซี แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ท่านเฉลิมสิทธิ์คิดจะพาเด็กกลับไปอย่างโจ่งแจ้งในขณะที่อยู่เมืองเอได้
"ขอบคุณนะ"รสิกาก้มหน้าลงพลางบีบมือของทิมทิม
"คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผม" กรานต์มองเธอด้วยสายตาที่จริงใจ
ในตอนแรกกรานต์มีโอกาสมากมายที่จะช่วยรสิกาเอาไว้ได้ในตอนนั้น แต่เขากลับไม่ได้ยื่นมือออกไป
ในตอนนั้นเขาเพียงยังคงลังเล แต่ตอนนี้เขาจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว เขารู้ดีว่าตัวเขาเองต้องการอะไร
"คุณอากรานต์ ขอบคุณครับ"ทิมทิมกล่าวคำขอบคุณกรานต์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
กรานต์ยิ้มและเอื้อมมือออกไปลูบหัวของทิมทิม สายตาของเขาเต็มด้วยความเอ็นดู
"เขาบอกว่าให้เวลาฉันพิจารณาสองวัน และหลังจากสองวันนี้ เขาจะมาหาฉันอีกครั้ง" รสิกาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก้อนหินที่กดทับอยู่ในใจของเธอเสียจนแทบหายใจไม่ออก ในที่สุดก็ดูเหมือนว่ามันจะขยับออกไปบ้างแล้ว
"ค่อยเป็นค่อยไป"กรานต์กล่าวปลอบโยน "ไม่ต้องกังวล มีผมอยู่ ผมจะไม่ปล่อยให้ทิมทิมห่างคุณไปไหนแน่"
รสิกาเม้มปากและยิ้มให้กรานต์ เธอไม่ได้พูดอะไรอีก
ทั้งสามนั่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นและออกจากร้านไป รสิกาพากรานต์กลับไปส่งที่บ้าน แน่นอนว่าจอดอยู่แค่ด้านนอกพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสิ่งที่กรานต์ร้องขอไว้
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงร้องขอเช่นนี้ แต่รสิกาเองก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ แล้วจึงส่งเขาตรงด้านนอก
"ลำบากเธอแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ" รสิกายิ้มพลางกล่าวกับกรานต์
"ไม่ได้ลำบากอะไรเลย" กรานต์ส่ายหน้า "ขับรถดีๆด้วยนะ"
"อืม" รสิกาพยักหน้า
กรานต์หยิบกระเป๋าเดินทางของตน แต่ก็ไม่ได้จากไปในทันที รสิการู้ว่าเขากำลังรอให้เธอออกไปก่อน และเธอก็ไม่ได้จอดอยู่นานนัก หลังจากขึ้นรถ เธอก็ขับรถออกไป
เธอมองเห็นในกระจกมองหลังว่ากรานต์ยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางของเขาและเดินเข้าไปด้านใน แผ่นหลังของเขาแข็งแกร่งองอาจ ทันใดนั้นรสิกาก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด
ดูเหมือนว่ากรานต์ได้เติบโตขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว
บางทีติรณาอาจจะพูดถูก ในตอนนี้คงมีเธอเป็นคนเดียวที่ยังปฏิบัติต่อกรานต์ราวกับเป็นเด็ก
"คุณแม่ อากรานต์เด็กกว่าคุณแม่ใช่ไหมครับ" ทิมทิมจู่ๆ ก็เอ่ยถาม
"อืม เด็กกว่าแม่ 3 ปี" รสิกาพยักหน้า
"อย่างนี้นี่เอง..." ทิมทิมร้องอ่อ