ตอนที่ 381
บทที่ 381 พวกเราร่วมมือกันเถอะ
October 28, 2026
อนิญญาผลักประตูเข้ามา พอเห็นหน้าคนข้างในที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะชัดเจนแล้ว เธอก็หันไปล็อกประตูไว้ แล้วก็พูดเสียงเรียบขึ้นว่า “ห้าปีแล้ว ในที่สุดเธอก็ออกมา”
เธอยืนอยู่ตรงหน้าประตูไม่ได้เดินเข้าไปอีก เพียงแค่พูดออกไปแบบนี้ประโยคหนึ่ง แล้วสายตาที่เหลือ ก็ไปตกอยู่ที่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างคนนั้น
ผู้หญิงคนนั้นหันหลังให้อนิญญาอยู่ ดังนั้นอนิญญาจึงเห็นหน้าเธอไม่ชัด เพียงแต่รู้สึกว่าแผ่นหลังนั้นดูคุ้นเคยนิดหน่อย เมื่อลองคิดดูอย่างละเอียดแล้ว ก็เหมือนว่าจะไม่ใช่คนที่อยู่ในความทรงจำนะ
“นั่งซิ” ชรรินเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นมา
อนิญญายิ้มออกมาเล็กน้อย ยังคงไม่ขยับเขยื้อน “ชรริน ที่คุณเรียกฉันมา คงจะไม่ใช่เพราะรสิกาอีกแล้วนะ”
ตอนที่เธอได้รับโทรศัพท์จากชรริน เธอยังอยู่ต่างประเทศอยู่ ในโทรศัพท์ ชรรินพูดแค่ว่าถ้าเธอกลับมา จะต้องบรรลุเป้าหมายในใจตัวเองได้สำเร็จแน่นอน
ถ้าจะบอกว่าในระหว่างทางที่มา เธอยังนึกไม่ออกว่าเป้าหมายของชรรินคืออะไร แต่ว่าพอได้เจอรสิกาที่ด้านนอกเมื่อกี้แล้ว เธอก็ถือได้ว่าเข้าใจแล้ว
ชรรินถูกขังอยู่ในคุกมาห้าปี พอได้ออกมาก็ต้องมาแก้แค้นรสิกาแน่นอน
แต่ว่ารสิกาในตอนนี้ไม่ใช่รสิกาคนเดิมอีกแล้ว เธอไม่มีทางยอมให้คนอื่นมาเชือดได้ง่าย ๆ และต่อกรได้ยากมากด้วย
ถึงว่าล่ะ ชรรินถึงได้โทรศัพท์ตามเธอกลับมา
“ถ้าเกิดฉันบอกว่าใช่ล่ะ” ชรรินพูดขึ้นมา “ในใจเธอยังคงเกลียดหล่อนอยู่ใช่ไหม เธอต้องไปซ่อนตัวอยู่ต่างประเทศตั้งหลายปี จะไม่เกลียดหล่อนเลยเหรอ?”
“จะเกลียดหรือไม่เกลียดก็เป็นเรื่องของฉัน เธอไม่ต้องมายุ่ง” ดวงตาของอนิญญาเย็นชาลง
ชรรินกลับหัวเราะขึ้นมา “ในเมื่อยังเกลียดหล่อนอยู่ งั้นทำไมพวกเราถึงไม่มาร่วมมือกันล่ะ?”
“แค่เธอคนเดียวเนี่ยนะ?” อนิญญาจ้องมองไปที่เธออย่างเต็มไปด้วยความดูถูก “ตอนนั้นเธอมีข้อดีมากมายขนาดนั้น แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับรสิกา แล้วตอนนี้ยังอยากชนะหล่อนแบบลม ๆ แล้ง ๆ อีกเหรอ?”
ชรรินยังคงหัวเราะ ไม่ได้ดูโกรธเลยสักนิด “ทำไม เธอไม่ตอบตกลง เป็นเพราะว่ากลัวเหรอ?”
“ฉันมีอะไรให้ต้องกลัวกัน?!” อนิญญาขมวดคิ้วขึ้นมา
“ก็กลัวพ่ายแพ้นะซิ” ชรรินพูดขึ้นมาเสียงเบา
“ใช้กลยุทธ์กระตุ้นมันไม่มีประโยชน์กับฉันหรอก” ยังไงอนิญญาก็ยังเป็นคนมีประสบการณ์มาก่อน แค่พริบตาเดียวก็เข้าใจแล้วว่าเป้าหมายของชรรินคืออะไร แล้วเธอก็สงบสติอารมณ์ลงได้อย่างรวดเร็ว
พอชรรินเห็นเธอหนักแน่นเป็นอย่างมาก ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาในขณะที่กำลังจะพูดนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างเปิดปากพูดขึ้นมาว่า
“พอแล้ว”
พอน้ำเสียงของนันท์นรีเปล่งออกมาอนิญญาก็นิ่งอึ้งไปเลย เธอจ้องมองไปที่นันท์นรีที่หันหน้ามาอย่างแปลกใจ
“เป็นเธอจริง ๆ ด้วย?” อนิญญาพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึง
นันท์นรีตัวจริงกับภาพที่อนิญญานึกเอาไว้นั้นช่างแตกต่างเลย
ในความทรงจำหล่อนเป็นคุณหนูใหญ่ที่สูงส่งของตระกูลสิทธิอัศวกุลมาตลอด บนใบหน้ามักจะมีรอยยิ้มที่เรียบเฉยและดูเหมาะสมอยู่ตลอด
หล่อนเป็นคนสวยงาม รูปร่างสมส่วน แต่ว่านันท์นรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าอนิญญาในวินาทีนี้ กลับเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย
นันท์นรีในตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวดูอิดโรย แถมยังสามารถมองเห็นอารมณ์แปรปรวนเหมือนคนป่วยอยู่เสี้ยวหนึ่ง ใบหน้าที่งดงามในตอนแรก ก็ผอมโซจนรูปหน้าเปลี่ยนไป และแน่นอนว่ารูปร่างก็ไม่ได้ดีเท่าเดิมแล้ว แถมบุคลิกท่าทางก็เปลี่ยนไปราวฟ้ากับดินเลย
“ไม่รู้จักแล้วเหรอ?” นันท์นรีจ้องมองไปที่เธออย่างเรียบเฉย แล้วพูดขึ้นมา
อนิญญาขมวดคิ้วขึ้นมา “ทำไมคุณถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?”
“สิ่งที่เธอควรสนใจไม่ใช่เรื่องนี้” นันท์นรีค่อย ๆ เดินไปนั่งลงที่โต๊ะอย่างเชื่องช้า “เข้ามานั่งก่อนซิ”
อนิญญาลังเลไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เดินไปนั่งลง
พอนั่งลงแล้ว สายตาของเธอก็มองไปมาระหว่างหน้าของชรรินกับนันท์นรี ไม่เจอกันห้าปี สองคนนี้ เหมือนจะเปลี่ยนไปเยอะมากจริง ๆ จนทำให้เธอแทบจะจำไม่ได้เลย