ตอนที่ 435
บทที่ 435 เรื่องราวคลี่คลาย
October 28, 2026
ในช่วงที่คนเราตกที่นั่งลำบากก็กลัวโดนคนอื่นซ้ำเติมที่สุด บางทีคนที่คอยซ้ำเติมพวกนั้นอาจจะทำให้คุณไม่มีโอกาสได้เงยหน้าอ้าปากอีกเลยก็ได้
ประโยคนี้พอเอามาใช้กับเด่นชัยมันก็เหมาะสมจริงๆ
ตามที่ข่าวคาวๆของเด่นชัยกับสาวิตรีโดนเปิดโปงออกมา บนอินเทอร์เน็ตจึงทยอยมีข่าวลือว่าหลายปีมานี้เขาใช้อิทธิพลของตนเองหวังจะเคลมนักแสดงหญิงพวกนั้นที่อยากดังทางลัดออกมาอย่างต่อเนื่อง ภาพลักษณ์ของเขาจึงถือได้ว่าเสื่อมเสียไปในเวลาเพียงไม่นาน แม้กระทั่งหุ้นของบริษัทก็ตกฮวบอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มอยู่ลางๆว่าจะตกลงมาจนถึงขั้นเจ็บหนัก
และในตอนที่ลำบากขนาดนี้ คอสโมกรุ๊ปกับตระกูลสุนทรอมรสกลยังมาสร้างความลำบากให้พร้อมๆกันอีก โจมตีมาที่เด่นชัยอย่างเด็ดเดี่ยว ทำให้เขาหมดโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนที่ได้ยินข่าวนี้ ในใจของรสิกาแค่รู้สึกดีใจและคลายกังวล
หลังจากนี้ อีฟก็ไม่ต้องโดนคนพวกนี้คุกคามอีก เธออยากจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น แต่แน่นอนว่า เงื่อนไขแรกคือหลังจากที่เธอมีชื่อเสียงแล้ว
หลังจากที่มีคนจัดการปัญหานี้ รสิกาจึงกลับสตูดิโอไปคุยกับอดิภาเรื่องลาออก
“เธอจะลาออก?” อดิภาได้ยินว่าเธอจะลาออก ก็ตกใจ “เธอไม่ล้อฉันเล่นใช่ไหม? นี่ยังไม่ถึงวันโกหกเลยนะ”
“ไม่ได้ล้อเธอเล่น” รสิกาหายใจเข้าลึกๆ พูดอย่างสงบ “ฉันพูดจริงๆ”
“อยู่ดีๆทำไมจะลาออกล่ะ?” อดิภาไม่เข้าใจ
“เพราะบางเรื่องในครอบครัวน่ะ” รสิกาพูด “ถึงยังไงที่นี่ก็ไกลจากเมืองซีอยู่พอตัว บางครั้งที่คนในครอบครัวเกิดเรื่องก็ไม่สามารถกลับไปได้ทันที อีกอย่าง สตูดิโอก่อตั้งมาตั้งนานแล้ว แต่ฉันแทบจะไม่ได้อยู่ในออฟฟิศเลย เวลาส่วนใหญ่เอาแต่จัดการเรื่องของตัวเอง แล้วยังจะยึดครองตำแหน่งอาวุโสเอาเปรียบคนอื่นอีก มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
เห็นๆอยู่ว่าเธอกับอดิภาเปิดบริษัทด้วยกัน แต่อดิภาจะเป็นคนจัดการเรื่องราวพวกนี้ซะมากกว่า ส่วนรสิกาเองก็พูดได้เต็มปากเลยว่าเธอเอาแต่ออกคำสั่งอย่างเดียวเท่านั้น
“ฉันรู้ว่าเธอมีเรื่องมากมาย แต่เธอไปจัดการเรื่องของเธออย่างสบายใจได้เลย จัดการเสร็จแล้วค่อยกลับมาก็ได้นี่นา” อดิภายังคิดจะโน้มน้าวให้รสิกาล้มเลิกความคิดนี้
“อย่างนี้มันไม่ยุติธรรมกับเธอ” รสิกาส่ายหัว “ฉันตัดสินใจแล้ว เธอไม่ต้องโน้มน้าวฉันหรอก”
เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่ จนไม่เหลือช่องทางที่จะหลบเลี่ยงได้แม้แต่นิดเดียว นี่ทำให้อดิภารู้สึกทุกข์ใจขึ้นมาทันที
“เราทำงานด้วยกันมาตั้งนาน จู่ๆเธอบอกจะไปก็ไปเนี่ยนะ......” ไม่ว่าจะยังไง ในใจยังคงอาลัยอาวรณ์อยู่ดี
ถึงจะบอกว่าอยู่ในประเทศเดียวกันก็เถอะ แต่ตอนที่ยุ่งขึ้นมา แทบจะไม่ต่างจากอยู่คนละประเทศเลย
แค่อดิภาคิดถึงตรงนี้ตาก็เริ่มแดง
มนุษย์เราคือสัตว์ที่มีความอ่อนไหวดีๆนี่เอง ตอนที่รู้ว่าคนๆหนึ่งกำลังจะจากไปก็ไม่มีเหตุผลที่จะสงบนิ่งลงได้
รสิกาเห็นสีหน้าของอดิภา จู่ๆใจที่แข็งกร้าวก็อ่อนยวบในทันที
เธอคิดๆอยู่สักพัก จึงคิดวิธีที่จะพบกันครึ่งทางออกมา: “อดิภา ฉันต้องกลับเมืองซีแน่ๆอยู่แล้ว แต่ว่า ฉันสามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ เธอว่าแบบนี้โอเคไหม?”
งานหลักของรสิกาคือการออกแบบ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ อยู่บ้านความกดดันน้อยลง ไม่แน่อาจจะได้ผลที่แตกต่างออกไป
“เธอพูดจริงเหรอ?” อดิภาได้ฟัง จึงดีอกดีใจขึ้นมาทันที
ถ้ารสิกาไม่ลาออก งั้นพวกเธอก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมงานกันได้
“จริงสิ” รสิกาพยักหน้า “แต่ว่าหลังจากนี้ต้องรบกวนเธอดูแลสตูดิโอคนเดียวแล้วนะ”
ถึงจะบอกว่าตอนที่เธอยังไม่ได้ออกไปอดิภาก็เป็นคนที่ดูแลอยู่แล้วก็ตาม
“ไม่รบกวนหรอก” อดิภายิ้ม แล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแห่งความดีใจที่ไหลออกมาจากหางตา
เรื่องนี้จึงเป็นไปตามนี้แหละ หลังจากรสิกาเก็บของของตนเองแล้วก็เตรียมออกจากเมืองเอ
ก่อนไป เธอชวนกรานต์มากินข้าว
หลังจากกรานต์ได้ยินว่าเธอตัดสินใจกลับเมืองซีก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ นี่เป็นสิ่งที่เขาคาดเอาไว้แล้ว เพียงแค่มันเกิดขึ้นช้ากว่านิดหน่อย
เดิมทีรสิกาวางแผนว่าจะขายรถคันก่อนของตนเอง ซึ่งก็คือคามาโรคันนั้นที่ซื้อตามที่ทิมทิมบอกในตอนแรก ทว่าตอนนี้ไม่อยากขับกลับเมืองซีแล้ว
แต่พอกรานต์รู้ว่าเธอจะขาย จึงพูดออกมาตรงๆ: “ขายให้ผมแล้วกันครับ”