ตอนที่ 446
บทที่ 446 พวกเธอเป็นคนละคนกัน
October 28, 2026
มือถือหลุดออกไปจากมือของนลิน เธอจึงมองบรู๊คด้วยความแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร
“ขึ้นรถ” บรู๊คยังคงรักษาสีหน้าจากตอนที่อยู่ด้านในเมื่อกี้เอาไว้ เรียบเฉยสุดๆ แม้กระทั่งสองคำที่เปล่งออกมาก็รู้สึกเย็นยะเยือกไปด้วย ทำให้ผู้คนในฤดูร้อนอบอ้าวของเดือนแปดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลัง
นลินเม้มปาก ท้ายที่สุดยังคงขึ้นไปนั่งบนรถอย่างเชื่อฟัง
หลังจากบรู๊คเดินอ้อมรถขึ้นมานั่งบนที่นั่งคนขับแล้ว ถึงได้คืนมือถือที่ยึดมาให้เธอ
นลินที่ได้มือถือคืนมาก็รีบพิมพ์ข้อความบนหน้าจอ ส่วนบรู๊คกลับหยิบมือถือของตนเองออกมาโทรไปหานาลันทา
“ฮัลโหล? อาจารย์? นายอยู่ไหน?” นาลันทารับสายบรู๊ค ถามขึ้นด้วยความสงสัย
ไม่ได้บอกว่าจะกินข้าวด้วยกันหรอกเหรอ? นี่เขาออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ฉันมีเรื่องนิดหน่อย ต้องกลับก่อนแล้ว กินข้าวเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันกลับนะ เดินทางระวังด้วย” บรู๊คอธิบาย
“มีเรื่องอะไรเหรอ? ร้ายแรงหรือเปล่า? อาจารย์วางใจเถอะไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา” นาลันทาพูด
“ไม่ร้ายแรงหรอก ฉันวางก่อนนะ” หลังจากบรู๊คพูดจบก็วางสายไป
ประจวบกับนลินที่เบาะข้างคนขับพิมพ์คำพูดของตนเองเสร็จพอดี จึงส่งมาที่ด้านหน้าบรู๊ค
บรู๊คกวาดสายตาดู จึงพอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว
ที่นี่เป็นที่ทำงานของนลิน วันนี้ตอนที่เธอไปเสิร์ฟอาหารลูกค้าโต๊ะหนึ่ง โดนลูกค้าหนึ่งในนั้นลูบก้น ทั้งยังพูดจาต่ำๆใส่เธอด้วย นลินโมโหมาก จึงใช้ขวดเบียร์ตีคนทุเรศๆคนนั้นจนบาดเจ็บ
ผู้จัดการบอกว่านั่นคือคุณชายรชตลูกชายคนโตของวงศ์ตระกูลผู้ดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองซี ยังบอกอีกว่าเธอตีคุณชายรชตจนบาดเจ็บก็ต้องรับผลกรรมที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้
อ่านมาถึงตรงนี้ บรู๊คจึงขมวดคิ้วแน่นมากขึ้น: “ทำไมถึงมาทำงานที่นี่?”
นลินหยิบมือถือเตรียมจะพิมพ์ข้อความ แต่ชัดเจนว่าบรู๊คไม่ได้มีความอดทนพอที่จะมารอเธอพิมพ์ทีละตัวๆ จึงพูดโพล่งออกมา: “พูดไม่ได้จริงๆใช่ไหม?”
มือที่กำลังพิมพ์ข้อความของนลินจึงหยุดชะงัก บนหน้าจอที่ส่องสว่าง ปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เดิมทีใบหน้าของเธอก็ขาวจนแทบจะไม่มีเลือดฝาดอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับยิ่งซีดไปกันใหญ่
เห็นอย่างนี้ ในใจของบรู๊คก็ค่อนข้างรู้สึกผิด
คืนนี้เขาเป็นอะไรไปนะ......ทำไมพอเห็นนลินโดนรังแกก็รักษาความใจเย็นของตนเองเอาไว้ไม่ได้เลย ทั้งยังพูดจาทิ่มแทงบาดแผลเธออีก
ถ้าเธอไม่ได้เป็นใบ้จริงๆ แล้วจะพิมพ์ข้อความให้ลำบากทำไมล่ะ?
“ขอโทษ” บรู๊คพูดเบาๆ “ผมพูดผิดไป”
นลินกัดริมฝีปาก มองต่ำลง ค่อยๆเก็บมือถือ ไม่ได้พิมพ์ข้อความอีก
แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากพูด หรือเธออาจจะรู้สึกว่า การที่ตนเองพิมพ์ข้อความต่อหน้าคนอื่น คงทำให้คนที่เห็นรู้สึกเอือมระอาสินะ
บรู๊คยังอยากพูดอะไรอีก แต่เห็นสีหน้าบนใบหน้ารูปไข่ของนลินแล้ว ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไง จึงทำได้เพียงสตาร์ทรถออกไป
จริงๆแล้วที่บรู๊คไม่เข้าใจก็คือ คอนโดที่นลินอยู่ในตอนนี้ ต่อให้เธอจะไม่ได้ซื้อ แค่มาเช่าอยู่ก็เถอะ แต่นั่นก็หมายความว่าฐานะทางการเงินของเธอต้องไม่แย่อยู่แล้ว ในเมื่อไม่แย่ ทำไมเธอต้องไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟด้วยล่ะ?
ไม่ได้บอกว่าอาชีพพนักงานเสิร์ฟมันต่ำต้อย เพียงแต่รู้สึกว่านลินมีทางเลือกที่ดีกว่านี้
ในเมื่อเธอพูดไม่ได้ การทำงานสายบริการ มันต้องเป็นอุปสรรคอยู่แล้ว
เหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพราะพูดไม่ได้ ต่อให้โดนรังแกโดนก่อกวน เธอก็พูดห้ามปรามไม่ได้เลย ทำได้เพียงใช้การกระทำ แต่ค่าตอบแทนของการกระทำนั้น ราคาก็สูงมากอย่างชัดเจน
พวกเขาไม่ได้คุยกันตลอดทาง แต่ควรจะบอกว่าบรู๊คไม่ได้พูดอะไรเลยดีกว่า
ทั้งสองคนอยู่เงียบๆอย่างนี้จนกลับมาถึงบ้าน
นลินหยิบกุญแจออกมาจากในกระเป๋า เปิดประตูห้องของตนเองเดินเข้าไป