ตอนที่ 447
บทที่ 447 ในใจของเธอซ่อนความลับเอาไว้
October 28, 2026
หลังจากวันนั้น เพื่อไม่ให้มีการติดต่อใดๆกับนลินอีก บรู๊คจึงจงใจหลบเลี่ยงเวลาที่นลินออกจากบ้านและกลับบ้านโดยเฉพาะ
มีหลายครั้งที่นลินมาเคาะประตู ถึงเขาจะอยู่บ้าน แต่กลับไม่ได้ไปเปิดประตู
ตอนเริ่มแรกนลินยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่สองครั้งหลังเธอค่อยๆเข้าใจแล้ว
หลังจากครั้งสุดท้าย เธอก็ไม่ได้เคาะประตูอีก ทั้งสองคนทำตัวประหนึ่งว่ากลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน เป็นเพื่อนบ้านที่ไม่รู้จักกัน
เรื่องของนลินบรู๊คไม่ได้บอกรสิกา เขาคิดว่ารสิกายังน่าจะจำเรื่องที่เคยเจอนลินที่ฝรั่งเศสได้
สำหรับเรื่องของคุณชายรชต เขาก็ตรวจสอบดูแล้ว คุณชายรชตบาดเจ็บจริงๆ เพียงแต่ไม่ได้หนักหนาสาหัสอย่างที่ผู้จัดการบอก แค่เป็นรอยฟกช้ำเท่านั้น
บรู๊คอยู่เมืองซีมาตั้งหลายปีแล้ว ถึงยังไงก็พอมีอิทธิพลอยู่บ้าง แค่โทรไปหาไม่กี่ทีก็ทำให้คุณชายรชตไม่กล้ามาหาเรื่องนลินอีก
ส่วนตอนนี้นลินทำงานอะไร บรู๊คก็บังคับตนเองให้ไม่ไปใส่ใจ
เวลาเดินเข้าสู่เดือนเก้าอย่างช้าๆ งานของบรู๊คก็เริ่มยุ่งขึ้นแล้ว เขาเริ่มเข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ต่างๆภายในประเทศ จึงทิ้งเรื่องของนลินไว้ข้างหลังไปโดยปริยาย
ได้เจอเธออีกครั้ง ก็ที่ร้านดอกไม้ไม่ไกลจากชั้นล่างของบริษัท
นาลันทาชอบจัดดอกไม้ใส่แจกันวางไว้ในที่ต่างๆของออฟฟิศ อย่างนั้นจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ทำให้คนทำงานยิ่งมีแรงบันดาลใจ
เธอบอกบรู๊คว่าเมื่อไม่นานมานี้ร้านดอกไม้ข้างล่างมีพนักงานเข้ามาใหม่คนหนึ่ง หน้าตาสวยมาก เธอบอกว่าเป็นเพราะพนักงานคนนั้น กิจการของร้านดอกไม้ถึงดีขึ้นเยอะเลย
บรู๊คไม่ได้สนใจเรื่องธรรมดาพวกนี้อยู่แล้ว จึงแค่พยักหน้า ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
นาลันทาเห็นสีหน้าของเขาเรียบเฉย ดูท่าคงไม่สนใจสินะ จึงไม่ได้พูดอะไรอีก
จริงๆแล้วนาลันทาหวังว่าข้างกายบรู๊คจะมีใครสักคน
ตอนนี้ทั้งสตูดิโอ เกรงว่าจะมีแค่เขาคนเดียวนี่แหละที่ยังโสดอยู่
อ้อ แม้แต่ศุจิก็มีแฟนแล้วนะ
ไม่ใช่นาลันทาไม่สนับสนุนบรู๊คกับนีรชา เพียงแต่เธอรู้สึกว่า ถ้าชีวิตนี้นีรชาไม่กลับมาแล้วล่ะ งั้นบรู๊คต้องคอยมองหาเธอตลอดไปเหรอ?
……
วันต่อมา เนื่องจากนาลันทาตื่นสาย ไม่มีเวลาไปรับดอกไม้ จึงทำได้เพียงไหว้วานพนักงานร้านดอกไม้ให้ช่วยนำดอกไม้มาส่งที่สตูดิโอที
“นลิน”
ทางฝั่งร้านดอกไม้ หลังจากเจ้าของร้านรับสายแล้ว จึงเขียนที่อยู่ส่งไปให้นลิน: “เธอเอาดอกไม้ที่ลูกค้าสั่งไว้ไปส่งตามที่อยู่นี้นะ ใกล้ๆ อยู่ข้างๆนี่เอง แค่เข้าไปส่งก็พอ เดี๋ยวมีคนรอรับ เธอไม่ต้องกังวล”
เจ้าของร้านเป็นสาวโสดอายุสามสิบกว่าๆ หน้าตาไม่ได้ถือว่าสวยมาก แต่บุคลิกดีทีเดียว
ตอนที่รู้ว่านลินเป็นใบ้พูดไม่ได้ เจ้าของร้านก็ไม่ได้มีท่าทีดูถูกเหยียดหยามเธอ แต่ปฏิบัติกับเธอดีมากๆ ถ้าไม่ใช่ว่าตนเองติดธุระอยู่ ก็คงออกไปส่งดอกไม้เองแล้ว ไม่ให้นลินเป็นคนไปหรอก
นลินยิ้มพยักหน้าให้เจ้าของร้าน แล้วรับที่อยู่ไป แต่ทว่าตอนที่เธอเห็นที่อยู่บนกระดาษ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เจ้าของร้านไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอ จึงส่งดอกไม้ที่ห่อเอาไว้อย่างดีแล้วไปให้เธอ: “รีบไปเถอะ”
นลินกำที่อยู่ไว้ในมือ มือขวาประคองดอกไม้เอาไว้ หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆแล้ว จึงค่อยๆเดินออกไปตามที่อยู่นั้น
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเข้างานพอดี นลินกลัวดอกไม้ในมือจะโดนเบียดจนพัง ดังนั้นจึงเอาแต่รอให้คนขึ้นไปก่อน ก็รออย่างนี้อยู่หลายรอบ ไม่ง่ายกว่าจะว่างลงได้ เธอจึงเดินเข้าไปกดหมายเลขชั้นที่จะขึ้นไป
ตอนที่ประตูกำลังจะปิด จู่ๆก็มีร่างหนึ่งเข้ามาในสายตาของเธอ ตอนที่เธอเห็นมือจึงกดเปิดประตูลิฟต์ไปโดยสัญชาตญาณ ประตูที่เกือบจะปิดจึงเปิดออกอีกครั้ง
คนที่ยืนอยู่นอกลิฟต์ก็คือบรู๊คนั่นเอง
เหมือนเขาก็คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอนลินที่นี่ ตะลึงไปชั่วครู่ แล้วถามออกมา: “ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่?”