ตอนที่ 422
บทที่ 424 แสดงละคร (๓)
October 22, 2026
หลังจากพูดไป นางก็หยุดและเงยหน้ามองจักรพรรดิหนิง " เสด็จอยากไปที่จวนท่านอ๋อง แล้วนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับแขกทั้งของที่อยู่ในจวนของหม่อมฉันหรือไม่เพคะ? บางทีอาจพบเบาะแสบางอย่าง"
เมื่อจักรพรรดิหนิงได้ยินเช่นนี้ เขาก็กวาดสายตาไปที่หยุนชาง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็พยักหน้า "ได้เวลาที่เจิ้นควรไปพบเขาทั้งสองแล้วล่ะ" ขณะที่พูดเขาก็ยืนขึ้นและตรัสต่อผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ว่า "นำศพขององค์หญิงหัวจิ้งส่งกลับไปที่จวนองค์หญิงก่อนดีกว่า เจิ้นจะสั่งการให้คนไปจัดการให้ดี สาวใช้นี้ก็ตามกลับไปด้วยเถิด เจ้าส่งคนปกป้องนางให้ดี อย่างได้ให้ใครฉวยโอกาสไป"
ผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ตอบอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิหนิงกำลังจะจากไป จึงรีบตามไป แต่จักรพรรดิหนิงกลับกันมามองเขาและตรัสว่า " คดีนี้เจ้ามิต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้ว เจ้ารอที่จวนเถิด" จากนั้นเขาก็เดินจากห้องนั้นไป
ผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ขมวดคิ้ว เกิดความสงสัยในใจว่า จักรพรรดิหนิงหมายความว่าอย่างไรหรือ? หรือว่าพระองค์ทรงทราบแล้วว่าเป็นฝีมือใคร? หรือว่าฝ่าบาทไม่สนใจความตายขององค์หญิงหัวจิ้งเลย?
จักรพรรดิหนิงและหยุนชางนั่งรถม้าไปด้วยกัน จักรพรรดิหนิงมองดูหยุนชางที่นิ่งเงียบโดยแปลกจากปกติไปและกล่าวว่า "เจ้ากำลังคิดกระไรอยู่?"
หยุนชางเหม่อลอยแล้วจึงมีสติ นางยิ้มรอยยิ้มขมขื่นเล็กน้อย "เสด็จพ่อคงหวังให้ข้ากับเสด็จพี่ได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่สุดท้ายแล้วเสด็จพี่กับข้าก็ทะเลาะกันจนกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ ในที่สุดแม้แต่นางเสียชีวิตไป แต่ข้ากลับไม่รู้สึกอะไรมากมายเลย "
จักรพรรดิหนิงหัวเราะ " เหล่าผู้หญิงเยี่ยงพวกเจ้านั้นชอบหาเรื่องอยู่เสมอ เรื่องเพียงเล็กน้อยก็สามารถโกรธแค้นไปชั่วชีวิตได้ ถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน แล้วจะมีความคับแค้นใจมากมายเช่นนี้ได้อย่างไรหรือ?"
หยุนชางถอนหายใจและกล่าวว่า "เสด็จพ่อเป็นจักรพรรดิแห่งแคว้นหนิง ดังนั้นจึงได้เป็นห่วงและกังวลเพียงแค่เรื่องของอาณาจักรเช่นนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดา และแน่นอนว่าท่านคงไม่ทราบเรื่องต่างๆ ในวังหลัง ชางเอ๋อร์ ได้รับการเลี้ยงดูจากฮองเฮาตั้งแต่ยังเด็ก โดยปราศจากการดูแลของเสด็จแม่ เพื่อชื่อเสียงของฮองเฮา ฉะนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าทุกคนฮองเฮาดีกับหม่อมฉันอย่างมาก แต่เบื้องหลังนั้นเขากลับยอมให้เหล่าคนในวังรังแกหม่อมฉัน และไม่สนใจเมื่อหัวจิ้งรังแกหม่อมฉัน หัวจิ้งฉลาดมาตั้งแต่เด็กและเสด็จพ่อก็ชมนางอยู่มาก คนที่ทำให้เสด็จพี่โดดเด่นได้ก็คือหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่โปรดการเย็บปักถักร้อย ไม่โปรดการอ่านเขียน เสด็จพ่อเห็นเพียงแค่ว่าหม่อมฉันไม่โปรดสิ่งเหล่านี้ แต่กลับไม่เคยทราบว่าเพราะเหตุอันใด"
"เพราะเหตุใดหรือ?" จักรพรรดิหนิงขมวดคิ้ว แววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความสับสนเล็กน้อย
หยุนชางยิ้มอย่างขมขื่น "เพราะเหตุใดอย่างนั้นหรือ? ก็เพราะว่าเสด็จพี่จะบอกกับหม่อมฉันทุกๆ วัน ว่าท่านครูนั้นเข้มงวดเช่นไร หากท่านครูไม่พอใจเพียงเล็กน้อยท่านก็จะตีนักเรียน เหล่าคนในวังบอกกับหม่อมฉันทุกวันว่า องค์หญิงหัวจิ้งถูกท่านครูตีอย่างรุนแรงด้วยไม้บรรทัด เพราะนางเขียนตัวหนังสือผิดไปเพียงหนึ่งคำ และด้วยเหตุนี้ นางลุกจากเตียงไม่ได้เป็นเวลาสามวัน ดังนั้น ในความคิดของหม่อมฉัน ท่านครูเป็นคนที่น่ากลัวอย่างมาก และในตอนนั้น พระราชินีก็จะทรงตรัสกับหม่อมฉันอย่างอ่อนโยนว่า หม่อมฉันมิต้องเรียนหนังสือ เพราะหม่อมฉันเป็นองค์หญิงผู้สูงส่งที่สุด"
"ฮองเฮายังสอนให้หม่อมฉันทุบตีดุว่านางกำนัล ถึงขั้นที่เฆี่ยนฆ่า ฮองเฮาบอกว่าหม่อมฉันเป็นองค์หญิง หากว่าใครทำให้หม่อมฉันไม่พอใจ ก็ฆ่ามันซะ ฉะนั้นข้าจึงมีนิสัยที่ดุร้าย" หยุนชางค่อย ๆ ปิดตาลง "ตอนที่หม่อมฉันยังเด็ก หม่อมฉันได้รับบาดเจ็บมากมาย ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากความประมาทของนางกำนัล หรือว่าความไม่ได้ตั้งใจของเสด็จพี่"
หยุนชางยิ้มอย่างขมขื่น " บางทีเสด็จพ่ออาจยังจำได้บ้างว่า หม่อมฉันได้รับบาดเจ็บเมื่ออายุแปดขวบ ฮองเฮาได้เชิญนักบวชลัทธิเต๋ามาขับไล่ความชั่วร้าย แต่อันที่จริงแล้วต้องการเอาชีวิตของหม่อมฉันไป โชคดีที่หม่อมฉันทราบก่อน และได้เตรียมพร้อมรับมือกับมัน และหม่อมฉันก็ล้มป่วยอย่างกะทันหัน จนต้องไปที่วิหารแคว้นหนิงอย่างช่วยไม่ได้ นั่นมิใช่การลงโทษของพระเจ้าแต่อย่างใด แต่เพราะหม่อมฉันถูกเสด็จพี่วางยาพิษ...เพราะพวกนางรู้สึกว่าหม่อมฉันได้เชิญพระราชกฤษฎีกาฝนมาได้สำเร็จ ได้แย่งโอกาสแสดงตนของหัวจิ้งไป แต่เพราะเสด็จแม่ทราบข่าวจึงได้พาเจิ้งมามาแอบมาเยี่ยมหม่อมฉัน เจิ้งมามาจึงได้พบว่าหม่อมฉันต้องยาพิษ ท่านตานั้นสนิทกับเจ้าอาวาสอู๋น่าอยู่บ้าง เสด็จแม่จึงเขียนจดหมายถึงท่านตาอย่างลับๆ เพื่อให้ท่านไปขอร้องให้เจ้าอาวาสอู๋น่ามารับหม่อมฉันออกจากพระราชวังไป และด้วยเหตุที่แก้พิษช้าไป ร่างกายของหม่อมฉันจึงถูกทำลาย และไม่สบายอยู่บ่อยๆ"