ตอนที่ 531
บทที่ 533 กลับจวนกันเถอะ
October 22, 2026
เมื่อพูดไปได้เพียงครึ่งหนึ่งก็ถูกเสียงของเซี่ยหวนอวี่ดังขึ้นขัด "เสิ่นซู่เฟยให้นางกำนัลเอาผงห้าศิลาเข้าวังแล้วยังพยายามให้ท่านชายน้อยกินเพื่อรักษาอาการป่วย มีโทษร้ายแรงนัก นำนางไปขังไว้ที่ตำหนักอู๋เหยียน ห้ามผู้ใดเข้าพบ"
ตำหนักอู๋เหยียนจึงกลายเป็นตำหนักเย็นไป
ฮองเฮามีสีหน้าตกตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่มีอยู่แล้ว โทษของซู่เฟยไม่ได้มีเพียงสองประการเท่านั้น หนำซ้ำนี่ยังเป็นข้อหาที่เบาที่สุดอีกด้วย ซู่เฟยนำผงห้าศิลาเข้าวังมาและใช้มันทำให้วังหลังยุ่งวุ่นวายโดยหมายจะใช้มันสังหารฝ่าบาทและท่านชายน้อยยและยังสมคบคิดกับทหารองครักษ์เพื่อนสังหารพระชายารุ่ยอ๋องอีกด้วย
เมื่อโทษเหล่านี้รวมกันแล้ว ใช้ม้าแยกร่างจึงจะเหมาะสม แต่ฝ่าบาทกลับเพียงขับนางเข้าตำหนักเย็นเท่านั้น
สายตาของฮองเฮาจับจ้องไปที่เซี่ยหวนอวี่อย่างลังเล แต่ก็เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างอันเย็นชาของเขา สีหน้านั้นราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับจะผลักไสผู้คนให้ห่างออกไปเกินพันลี้
ฮองเฮาครุ่นคิดอยู่นานและในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น "ฝ่าบาท..."
ก่อนที่จะพูดจบ นางก็ถูกเซี่ยหวนอวี่ขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง "วันนี้เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ตอนนี้หยุนซีก็ยังไม่ฟื้น เจ้ารีบกลับตำหนักเว่ยยางไปดูเถิด เป็นเจ้าที่ต้องการนำหยุนซีมาที่วัง แต่หลังจากมาแล้วกลับมีแต่เรื่องเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน หากเจ้าไม่อาจปกป้องหยุนซีให้ดีได้ เจิ้นคิดว่าให้หยุนซีอยู่เฝ้าต่อที่สุสานหลวงจะดีกว่า"
หยุนชางหลุบตาลงฟัง เกรงว่าเซี่ยหวนอวี่คงจะพบอะไรเข้าให้แล้วและรู้แล้วว่าฮองเฮาได้เอาชีวิตของหลานชายมาเสี่ยงเพื่อกำจัดนาง
ฮองเฮาถูกคำของเซี่ยหวนอวี่ทำให้พูดไม่ออก ทันใดนั้นสีหน้าของนางก็แย่ลง นางนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหรี่ตาลงแล้วลุกขึ้นยืนพลางคิดในใจว่า อย่างไรเสิ่นซู่เฟยผู้นั้นก็ถูกไล่เข้าตำหนักเย็นแล้ว นางไม่เชื่อว่านางจะกำจัดนางสนมผู้ไร้อำนาจที่อยู่ในตำหนักเย็นไม่ได้?
เมื่อคิดเช่นนี้ นางก็แค่นหัวเราะเสียงเย็น ย่อกายทำความเคารพเซี่ยหวนอวี่แล้วจึงออกจากตำหนักไป
เซี่ยหวนอวี่มองไปยังหยุนชางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่นานก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า "เจิ้นจัดการเช่นนี้ เจ้ามีอะไรไม่พอใจหรือไม่?"
หยุนชางส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว "ฝ่าบาททรงพระปรีชาย่อมต้องมีความคิดของพระองค์เอง ฝ่าบาทจัดการเรื่องต่างๆ ย่อมต้องยึดถือผลประโยชน์ของแผ่นดินเป็นหลัก แม้หม่อมฉันจะเป็นเพียงสตรี ต่อให้ต้องรับความอยุติธรรมมากแค่ไหนก็เข้าใจเพคะ"
เซี่ยหวนอวี่ได้ยินเช่นนั้นก็อึ้งไปนานก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง "เจ้าน่ะหรือ ต่อให้ต้องรับความอยุติธรรมมากเพียงใดหรือ แต่เรื่องนี้ก็นับว่าไม่ยุติธรรมต่อเจ้านัก เจ้าว่ามาเถอะว่าต้องการให้ข้าชดใช้อย่างไร"
หยุนชางยิ้มบางๆ และเงยหน้าขึ้น นางเงียบไปครู่ใหญ่แล้วจึงเอ่ยว่า "ในบรรดาหญิงสาวที่เข้าร่วมการคัดตัวในครั้งนี้มีหญิงผู้หนึ่งชื่อว่าหลินโยวหราน นางทั้งเก่งทั้งสวยและฉลาดเฉลียว ขอให้ฝ่าบาทใส่ใจนางเป็นพิเศษเพคะ"
เซี่ยหวนอวี่เลิกคิ้ว "ข้าคิดว่าเจ้าจะขออะไรให้ตัวเองเสียอีก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะขอร้องให้กับอนาคตของหญิงคัดตัว สิ่งที่เจิ้นไม่ชอบที่สุดก็คือวังหลังนั้นซับซ้อนเกินไป"
"ฮะๆๆ..." หยุนชางอดหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดนั้น "คำพูดของฝ่าบาทช่างน่าขบขันนัก ในวังหลังมีสตรีมากมาย ต่างก็ว่ากันว่าสตรีอยู่ด้วยกันสามคนก็ได้ละครหนึ่งฉาก ข้าร้องท่านรำ ฝ่าบาทเป็นผู้ที่ไม่ได้ดูละครเหล่านั้นบ่อยนัก ยังนึกว่าวังหลังนั้นจะสงบสุขได้อีกหรือเพคะ? หากต้องการทำให้เรื่องง่ายขึ้นก็ต้องให้ผลประโยชน์ของทุกฝ่ายสมดุลกัน ตอนนี้ซู่เฟยไร้อำนาจชั่วคราว อย่างไรก็ต้องมีคนขึ้นมาแทนที่ มิฉะนั้นหากวังหลังกลายเป็นของฮองเฮาแต่เพียงผู้เดียว นั่นก็คงไม่ใช่สิ่งที่ฝ่าบาทต้องการอย่างแน่นอน "