ตอนที่ 42
บทที่ 204 ไปจวนเซียวเหยากง
October 31, 2026
จวนเซียวเหยากงอยู่ไม่ไกลจากจวนอ๋องมากนัก รถม้าใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แม้จะเป็นการเดินทางอย่างช้าๆ หากรีบควบม้ามาล่ะก็คงใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบนาที
เนื่องจากวันนี้ได้ออกมาข้างนอกกับอวี่เหวินฮ่าว จึงไม่ได้พาอาซื่อมาด้วย นางพามาแค่เพียงลู่หยาและซวีอี 2 คน
จวนเซียวเหยากงได้รับจดหมายแจ้งการมาเยือนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เหลียงฮูหยินลูกสะใภ้ของเซียวเหยากงได้เตรียมการต้อนรับไว้พร้อมแล้ว เมื่อรถม้ามาถึง เหลียงฮูหยินก็ได้พาคนในครอบครัวออกไปต้อนรับ
"คารวะท่านอ๋อง คารวะพระชายา!" เหลียงฮูหยินทำความเคารพและส่งยิ้ม คนอื่นๆที่มารอรับเสด็จ ก็ทำความเคารพพร้อมๆกัน
หยวนชิงหลิงมองดูเหลียงฮูหยิน วันนี้นางสวมใส่ชุดผ้าแพรสีแดงลายกลีบเมฆ ใช้ปิ่นปักผมสีม่วงที่ทำมาจากทองคำ บุคลิกของนางดูน่านับถือยิ่งนัก การแต่งกายเป็นคนละเรื่องกับวันที่ได้ไปเจอนางที่นอกเมือง แสดงว่านางให้ความสำคัญกับการแต่งตัวในวันนี้เป็นพิเศษ สื่อถึงความเคารพนับถือ
หยวนชิงหลิงยิ้มและเอ่ยว่า "ท่านฮูหยินไม่ต้องมากพิธีนะ"
เหลียงฮูหยินเห็นอวี่เหวินฮ่าวสวมใส่เสื้อเกราะ ทำเอานางถึงกับอมยิ้ม "ท่านอ๋อง ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกกระมังเพคะ!"
อวี่เหวินฮ่าวกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ "ระวังจะได้แล่นเรือนานนับหมื่นปี"
หยวนชิงหลิงมองเขาทั้งสอง มันหมายความว่าอะไรกันนะ?
เหลียงฮูหยินยิ้มและเชิญสามีภรรยาทั้งสองเข้าไปด้านใน จวนเซียวเหยากงกว้างใหญ่มาก เท่าที่คาดคะเนด้วยตาเปล่าอย่างน้อยๆก็คงมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 4 ไร่ พื้นที่ส่วนหน้าเป็นสวนดอกไม้ที่ปลูกพืชพรรณเอาไว้มากมาย อากาศฤดูใบไม้ร่วงในตอนนี้หนาวเย็นราวกับฤดูหนาว ยังคงมีดอกไม้บางส่วนที่เบ่งบานอย่างสวยสดงดงาม ในจวนไม่ค่อยมีภูเขาจำแลงสำหรับตกแต่งหรือศาลาสำหรับนั่งเล่น สิ่งปลูกสร้างนอกจากตัวเรือนหลังใหญ่ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็แทบจะไม่มีสิ่งปลูกสร้างสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่โล่งสำหรับปลูกต้นไม้ดอกไม้และพืชผัก ตลอดทางที่เดินเข้ามา ก็เจอคนเพียงไม่กี่คน นานๆทีจึงจะเห็นคนสัก 2-3 คน พวกเขาล้วนเดินกันอย่างเร่งรีบ
"ท่านฮูหยิน จวนแห่งนี้โล่งตาดีเหลือเกิน" หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าการออกแบบทำได้ดีมาก ดูเหมือนเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการทำการเกษตรสักแห่ง
"ใช่แล้วเพคะ ท่านพ่อชอบของพวกนี้ ด้านหลังยังเลี้ยงหมู วัว ม้า แพะ ไก่ ลิง งู และอื่นๆอีกนะเพคะ" เหลียงฮูหยินกล่าว
"ท่านเซียวเหยากงช่างมีความสามารถหลากหลายยิ่งนัก" หยวนชิงหลิงออกปากชื่นชม
ในระหว่างที่กำลังสนทนาอยู่นั้น ก็ได้พบกับชายชรามีผ้าโพกศีรษะคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากประตูไม้ทางด้านหลัง เขารูปร่างสูงใหญ่ หน้าคล้ำอมแดง คิ้วหนาดกดำ เขากำลังเก็บสิ่งปฏิกูล บนบ่าของเขาดูเหมือนไม่มีของหนัก เขายังเดินเหินได้อย่างคล่องแคล่วและ......นวยนาด
เขาไม่ได้เดินตรงเข้ามา แต่เดินอ้อมไปยังแปลงผักด้านหลัง
หยวนชิงหลิงรู้สึกประหลาดใจ บ่าวไพร่ชราผู้นี้ดูจะอายุมากแล้ว แต่ยังดูแข็งแรงยิ่งนัก
นางมองอวี่เหวินฮ่าวและกำลังจะเอ่ยปากพูดบางสิ่งบางอย่าง แต่แล้วนางก็เห็นเขามองตามบ่าวไพร่คนนั้นไปด้วยสายตาราวกับเจอศัตรู นางจึงอดไม่ได้ที่จะถาม "มีอะไรหรือเปล่า?"
"เปล่า!" อวี่เหวินฮ่าวจูงมือนางให้ไปเดินด้านหน้ากับเหลียงฮูหยิน "รีบๆเดิน มีอะไรก็รีบพูด เมื่อพูดจบแล้วเราจะรีบไปในทันที"
หยวนชิงหลิงเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิด "ท่านจะรีบอะไรของท่านล่ะ?" นี่เพิ่งจะมาถึงเองนะ มาพูดว่าจะกลับเสียแล้ว
เหลียงฮูหยินและคนอื่นๆในครอบครัวพาพวกเขามาที่ห้องโถงใหญ่ ห้องโถงใหญ่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีฉากบังลมที่ดูก็รู้ว่าไม่ได้ทำมาจากไม้ราคาแพงและไม่มีการแกะสลักลวดลาย มีเก้าอี้วางเรียงอยู่ 2 แถว ตรงกลางเป็นเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ดูน่าเกรงขาม ไม้สีดำดูๆไปก็น่าจะหลายปีแล้ว เก้าอี้ทุกตัวเคยผ่านการซ่อมบำรุง แต่ก็ซ่อมบำรุงกันอย่างมีเอกลักษณ์ บนผนังหลังเก้าอี้ตัวหลัก มีภาพวาดรูปก้อนศิลายักษ์ ศิลปินไม่ได้ลงชื่อไว้ เพียงแต่มีการเขียนตัวอักษรคำว่าศิลาเอาไว้ข้างๆ 2 ตัว ทุกอย่างช่างดูเรียบง่ายยิ่งนัก
เมื่อนั่งลงแล้ว เหลียงฮูหยินก็ได้สั่งคนไปยกน้ำชาเข้ามาให้ นางยิ้มและเอ่ยว่า "พระชายาโปรดรอสักครู่ ท่านพ่อกำลังยุ่ง อีกประเดี๋ยวก็จะมาแล้วเพคะ"
"ได้ ข้าไม่รีบ ข้ามาเยี่ยมอย่างฉุกละหุก รบกวนท่านพ่อของท่าน ข้ารู้สึกแย่ยิ่งนัก" หยวนชิงหลิงพูดด้วยความเกรงใจ
เหลียงฮูหยินจึงได้เอ่ยขึ้นมาว่า "ความจริงแล้ว ท่านพ่อเองก็พูดถึงพระชายาอยู่บ่อยๆ เขายังพูดอยู่เลยว่า เมื่อมีเวลาว่างจะเดินทางไปคารวะพระชายาด้วยเพคะ"
"เซียวเหยากงเกรงใจเกินไปแล้ว ควรจะให้ข้าที่เป็นผู้น้อยเดินทางมาเยี่ยมเซียวเหยากงจึงจะถูก" หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าเหลียงฮูหยินกำลังพูดจาเอาอกเอาใจนาง เซียวเหยากงจะพูดถึงนางบ่อยๆได้อย่างไร? ทั้งนางและเขาต่างก็ยังไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำ
นางมองไปยังอวี่เหวินฮ่าว ท่าทางของเขาเหมือนกำลังไม่สบายใจ สายตาเหม่อลอยออกไปด้านนอก จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
หยวนชิงหลิงรู้สึกแปลกใจ คนๆนี้วันนี้เป็นอะไรไปนะ? คงจะมิใช่ว่าเคยก่อเรื่องไว้ที่จวนเซียวเหยากงหรอกกระมัง? ในขณะที่กำลังคิด ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังแว่วขึ้นมา ฟังดูเหมือนคนไม่ได้ใส่รองเท้า เสียงฝ่าเท้ากระทบลงกับพื้นโดยตรง
เมื่อเปิดประตูออกมา พลันปรากฏร่างของชายชราคนหนึ่ง
หยวนชิงหลิงเพ่งมองดูดีๆ นั่นคือบ่าวไพร่ชราเมื่อครู่นี้นี่นา
เหลียงฮูหยินลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวว่า "ท่านพ่อคะ ท่านอ๋องและพระชายาเสด็จมาแล้ว"
เมื่อหยวนชิงหลิงได้ฟังก็ต้องตกใจ บ่าวไพร่ชราคนเมื่อครู่นี้ก็คือเซียวเหยากง? นางรีบลุกขึ้น แล้วโค้งคำนับ "คารวะเซียวเหยากง"