ตอนที่ 2247
ตอนที่ 2247 ฝันร้าย
September 20, 2026
คำพูดของจั่งโหลวดูเหมือนกำลังพูดปลอบโยนเสวี่ยเหลียน แต่ก็เป็นการพูดปลอบใจตัวเองด้วยเช่นกัน เพียงแต่ตัวของจั่งโหลวในเวลานี้เขาเองก็ไม่มั่นใจเช่นกันหลังจากได้อ่านข้อมูลแล้ว พวกเขาก็เข้าใจตรงกันว่าเมื่อใดก็ตามที่ติดเชื้อไวรัสตัวนี้แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือว่าสมองก็ไม่สามารถรักษาให้หายกลับมาได้และหลินมั่วก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เชื้อไวรัสชนิดนี้กำลังแพร่กระจาย หากปล่อยไว้เป็นเวลานานเกินไป โอกาสที่จะรักษาให้หายก็จะมีน้อยมาก
..........
“หลินมั่ว หลินมั่ว นายตื่นสิ ตื่นมาเถอะนะ”
เมื่อได้ยินว่ามีคนกำลังเรียกตัวเอง หลินมั่วที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือนั้น อยู่ ๆ ขนตาก็สั่นไหวเล็กน้อยรอจนเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย และรอบ ๆ ตัวไม่เหลือใครอยู่ด้วยสักคน
เมื่อเขาขยับร่างกายเล็กน้อยความเจ็บปวดของทุกส่วนในร่างกายจี๊ดไปถึงหัวใจและเมื่อเขาก้มลงไปมอง เขาก็พบว่าในตอนนี้ร่างกายของเขาถูกเจาะไปด้วยเข็มของสายน้ำเกลือพันระโยงระยางเต็มไปหมด
“เสวี่ยเหลียน จั่งโหลว สามเณร ผู้อาวุโสเนี่ย มีใครอยู่ไหม?”
หลังจากที่เรียกชื่อของทุกคนออกมาทีละคนหนึ่งรอบแล้ว พอรู้ว่าไม่มีใครขานตอบกลับมา อยู่ ๆ ก็มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีแวบเข้ามาในใจของหลินมั่ว
เขาฝืนทนกับความเจ็บปวดและดึงเข็มพวกนั้นออกอย่างเด็ดเดี่ยว จากนั้นเขาก็กลิ้งตัวลงมาจากเตียงของผู้ป่วยด้วยความอ่อนแรง ชั่วขณะหนึ่งเลือดสีแดงเข้มไหลออกมาราวกับน้ำพุ มันพ่นออกมาจากร่างกายอย่างต่อเนื่อง
หลินมั่วใช้มือจับไปที่เหล็กข้างเตียงผู้ป่วยและพยายามตะเกียกตะกายตัวขึ้นมาจากพื้น หลังจากล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้ง เขาก็เดินไปหยิบอาไท่ตรงมุมห้อง แล้วก็เดินออกมาจากห้องปลอดเชื้อของผู้ป่วยไป
ด้านหลังของเขาที่เขาเคยเดินผ่านมามีรอยเท้าสีแดงที่เกิดจากเลือดเป็นทางยาว แต่ทว่าเมื่อหลินมั่วเห็นสภาพภายนอกห้องผู้ป่วย ม่านตาของเขาก็หดตัวลงทันที
ภาพที่เคยมีชีวิตชีวาทั่วทั้งห้องทดลอง “ วั่วหลง ” ได้หายไปไม่มีเหลือ แต่กลับเป็นบรรยากาศที่เงียบงันน่าอึดอัดเข้ามาแทนที่ ภายใต้แสงอันสลัวมีซากปะปรักหักพังและประกายของไฟฟ้าวูบวาบไปทุกที่
“ฮัลโหล! มีใครอยู่ไหม? ยังมีใครอยู่หรือเปล่า?”
หลังจากที่พูดจบ บริเวณโดยรอบก็ยังคงเงียบไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ คำตอบเดียวที่เขาได้ยินกลับมาก็มีแต่เสียงสะท้อนกลับที่ดังต่อเนื่องเป็นระยะๆ ผลลัพธ์ที่ได้แบบนี้ ทำเอาหลินมั่วที่เดิมทีรู้สึกไม่สบายใจอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกตึงเครียดมากขึ้นไปอีก
“หรือว่าเพราะความวู่วามของตัวเองทำให้เชื้อไวรัส “ ซอมบี้ ” แพร่กระจายออกไปงั้นเหรอ?”
ยิ่งคาดเดามากเท่าไรอารมณ์ของเขาก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนมากขึ้นเท่านั้น หลินมั่วถือดาบยาวของเขาและเร่งฝีเท้าก้าวให้เร็วขึ้น เขาพยายามมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ แต่ที่น่ามหัศจรรย์ก็คือระยะที่ห่างไกลกันไม่ถึงหนึ่งร้อยฟุต ทุกครั้งที่เขาก้าวแต่ละก้าวร่างกายก็จะฟื้นคืนกำลังมาเรื่อย ๆ