ตอนที่ 4849
ตอนที่ 4854 ลาโง่
September 20, 2026
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องไปทั่ว มือขวาของหลินฉงที่กลายเป็นดาบปะทะกับหอก ทำให้เกิดประกายไฟเจิดจ้า
พื้นดินใต้ร่างของทั้งสองพังทลายลงพร้อมกับเสียงดังสนั่น และป่าโดยรอบในรัศมีห้าสิบกิโลเมตรก็กลายเป็นผงธุลีเพราะแรงปะทะ
“เจ้าลาโง่!”
ทันใดนั้นหลินฉงก็ประกบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นฝ่ามือ เกิดตราจันทร์ตะวันปรากฏบนฝ่ามือของเขา
ตะวันอันร้อนแรงและดวงจันทร์สีเงินโคจรอยู่ข้างหลังเขา ก่อตัวเป็นวงกลมหยินหยาง พลังที่พุ่งพล่านอย่างน่าสะพรึงกลัวทำให้มารเขาเดี่ยวตัวสั่น กระดูกของเขาแตกราวกับเมล็ดถั่ว
เฉินผิงรีบฟื้นพลัง เขาดูดซับทรัพยากรทุกประเภทในแหวนเก็บของอย่างไม่คิดเสียดาย
เขาต้องฟื้นพลังให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นอาจตกอยู่ในอันตรายได้ หมิงเฉาไม่ได้เคลื่อนไหวเลย ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าหมิงเฉายังเหลือกำลังเสริมอยู่อีกหรือไม่
ในขณะเดียวกัน เฉินผิงก็คอยมองหลินฉงไม่วางตา พลังที่หลินฉงปลดปล่อยออกมานั้นเกินความคาดหมายของเฉินผิง
การถูกยกให้เป็นฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับสามในอาณาจักรนิรันดร์นั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา
โชคดีที่นครจันทร์ตะวันเป็นกองกำลังของตำหนักมังกรฟ้า ไม่อย่างนั้นเฉินผิงก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร
“จันทร์ตะวันเจิดจรัส!”
เสียงคำรามของหลินฉงดังก้อง วงกลมหยินหยางลอยลงมาอย่างรุนแรง
มารเขาเดี่ยวส่งเสียงร้องด้วยความสิ้นหวัง หมอกดำที่ห่อหุ้มเขาถูกบดขยี้จนสลาย และวิญญาณร้ายบนหอกสีแดงของเขาถูกทรมานด้วยแสงตะวันแผดเผา พวกมันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ในขณะที่วงกลมหยินหยางกำลังจะบดขยี้ พื้นดินก็แยกออกเป็นเหวขนาดใหญ่ทันที มือโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่ออกมาจากพื้น ยับยั้งพลังของวงกลมหยินหยางเอาไว้ได้
“คิดจะหนีไปไหน”
หลินฉงแค่นหัวเราะเย็นชา ปลดปล่อยแสงสีทองออกมาจากปลายนิ้วของเขา
แสงสีทองดูแผ่วเบา แต่เมื่อสัมผัสกับพื้นมันก็กลายเป็นดาบใยไหมคมกริบนับพันเส้น จากนั้นมือโครงกระดูกทั้งหมดในระยะสามร้อยเมตรกลายเป็นผงธุลี
ท่ามกลางความโกลาหล มารเขาเดี่ยวกำลังตกลงไปในเหว แต่ร่างของหลินฉงกลับปรากฏขึ้นที่ขอบเหวราวภูตผี
“กล้าดียังถึงเล่นตุกติกกับข้า”
หลินฉงเอื้อมมือออกไปขณะจับขอบเหว ความร้อนของดวงตะวันแผ่กระจายไปทั่วผืนดิน
แดนอวสานสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของมารเขาเดี่ยวดังออกมาจากใต้พื้นโลก ทันใดนั้นร่างไหม้เกรียมก็ลอยละลิ่วออกมาจากพื้นดินเหมือนกระสุนปืนใหญ่
“ราชาหลินฉง ฝีมือสมคำร่ำลือ...”