ตอนที่ 122
บทที่ 122 ความประสงค์ร้ายที่มาจากคนแปลกหน้า
October 28, 2026
พอดูคอมเมนต์พวกนี้มากเกินไป ชัชนันท์ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
บางครั้ง ความประสงค์ร้ายที่มาจากคนแปลกหน้า ก็เป็นอะไรที่กะทันหันอย่างนี้เสมอ
ผู้คนมากมาย มักจะชอบเอนเอียงไปตามกระแส ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่รู้ความจริง แต่ก็จะไปใส่ร้ายตามกระแสด้วย
อยู่ในวงการบันเทิง ได้เห็นดาราในสังกัดตัวเองรวมทั้งดาราของสังกัดอื่นถูกคำวิพากษ์วิจารณ์ชั่วร้ายมาใส่ร้ายแบบไม่สนใจอะไรและสร้างกระแสไปต่าง ๆ นานามาเยอะแล้ว สำหรับเธอสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรอีกแล้ว
แถมอยู่ในใจเธอก็ไม่ได้ทำให้เกิดความสั่นไหวมากเท่าไหร่ นอกจากความรู้สึกหมดคำพูดแล้ว ก็รู้สึกว่าตลกมาก
ทวิตเตอร์ของเธอมีคนติดตามอยู่แค่ล้านกว่าคน เมื่อก่อนทุกครั้งที่โพสต์อะไรไป ก็จะมีคอมเมนต์ไม่เกินหมื่น
แต่ครั้งนี้ สามโพสต์ในหน้าแรกของทวิตเตอร์ คอมเมนต์ด้านล่างล้วนเกินแสนไปแล้วทั้งนั้น
พอเห็นความร้อนแรงนี้ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองน่าจะได้ติดเทรนฮิตไปแล้ว
เธอก่ายหน้าผากขึ้นมาเบา ๆ อย่างเบื่อหน่าย แล้วก็เปิดชาร์ตเทรนฮิตของทวิตเตอร์ขึ้นมา
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ “ชัชนันท์ออกมาขอโทษ”ได้ขึ้นเทรนฮิตแล้ว ติดอยู่ในอันดับที่สิบเจ็ด
ชัชนันท์กดเข้าไปดูเลย แล้วก็มีคำด่าหยาบคายหลากหลายรูปแบบจากแฟนคลับของธันวา และคนที่ผ่านเข้ามาดู ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ในคำด่าหยาบคายหลากหลายรูปแบบนั้น มีอยู่อันหนึ่งที่สะดุดตาที่สุด “ชัชนันท์หน้าตาน่าเกลียดขนาดนี้ ยังมีหน้าอะไรมาเกาะเกี่ยวพี่ชายของเราอีก? หน้าไม่อายเหรอ? ชัชนันท์เธอตายแน่!”
เธอยิ้มเย็นขึ้นมาทีหนึ่ง แล้วก็กลับไปที่หน้าแรกของตัวเอง แล้วเขียนออกไปประโยคหนึ่งว่า “ไม่ได้หว่านเสน่ห์ แค่มุมกล้อง ห้ามมากล่าวหาฉัน”
พอโพสต์ทวิตเตอร์ออกไป ก็ดึงดูดผู้คนมาสนใจมากมาย :
“เธอบอกว่าไม่ได้หว่านเสน่ห์ก็คือไม่หว่านเสน่ห์แล้วเหรอ? ยัยปีศาจจิ้งจอก ทำไมฉันถึงไม่ค่อยอยากเชื่อเธอเลยนะ?”
“นึกว่าตัวเองสวยมากนักเหรอพี่สาว? พี่ควรไปส่องกระจกดูสักหน่อยนะ ผู้หญิงที่สวยกว่าพี่ในวงการบันเทิงมีเยอะแยะจนนับไม่ถ้วนเลยใช่ไหม?”
“จากแฟนคลับธรรมดาและแฟนคลับที่ผ่านเข้ามาดูของธันวา ตอนนี้ฉันขอเตือนคุณนะ รีบออกมาขอโทษของลูกเราเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะทำให้คุณได้เห็นดีแน่”
“ไม่ต้องมาคิดถึงไอดอลของเราได้ไหม? คุณไม่เหมาะสมจริง ๆ พี่สาว”
ถึงเธอจะขอโทษไปแล้ว คำด่าหยาบคายต่าง ๆ ก็ยังไม่หยุดอีก
เธอขี้เกียจที่จะไปสนใจแล้ว ก็เลยลงจากรถไป แล้วหยิบเสื้อคลุมของธันวาออกมา แล้วเดินเข้าบ้านไป
ข่าวลือแบบนี้ ปกติปล่อยไปช่วงหนึ่ง ก็จะหายไปเอง เธอไม่ใช่ดาราในวงการบันเทิง เรื่องแบบนี้ สำหรับเธอแล้วไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบอะไรมากมาย
ส่วนแฟนคลับของเขา นอกจากด่าคนแล้ว คิดว่าก็คงจะไม่ทำให้เกิดกระแสอะไรมาก
เมื่อกี้ดูแฟชั่นโชว์มาทั้งหิวทั้งเหนื่อย ตอนนี้เธออยากทำอาหารมื้อดึกให้ตัวเองดี ๆ สักมื้อ แล้วก็แช่น้ำร้อนให้สบายตัวสักหน่อย แล้วก็นอน
ในระหว่างที่ฝีเท้าก้าวเดินไป กลิ่นหอมของส้มมือตะโกบนเสื้อคลุมจางๆ ก็ลอยเข้าสู่จมูกตามสายลมเย็น กลิ่นหอมจางมาก แต่กลับทำให้จิตใจคนมึนเมา
เธอชอบกลิ่นนี้มาก ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่เจอกับธันวา บนตัวเขาก็มีกลิ่นแบบนี้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนมาก่อนเลย
สามารถดูออกได้ว่า เขาคงจะชอบน้ำหอมกลิ่นนี้มากจริง ๆ
ไฟในบ้านยังคงเปิดสว่างอยู่ พอเงยหน้าขึ้นไป จ้องมองค่ำคืนในฤดูหนาวที่มีลมกับหิมะพัดพามาด้วยกัน แสงไฟที่อบอุ่นแต่ละดวง ราวกับว่าสามารถส่องเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดในใจของเธอได้
พอเปิดประตูออก ความอบอุ่นก็ถาโถมเข้ามา ทำให้ความหนาวเหน็บบนตัวเธอละลายหายไปในพริบตา
ในห้องรับแขกแสงไฟสว่างไสว ผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งดื่มอะไรอยู่บนโซฟา ในมือถือแก้วเซรามิกสีดำที่เธอซื้อมาจากซูเปอร์มาเก็ตเมื่อก่อนหน้านี้อยู่
ทั้ง ๆ ที่เป็นแก้วที่ราคาไม่กี่ร้อย แต่พอถืออยู่ในมือเขา กลับถือแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีเงินซื้อไหวเลย
บนตัวเขาใส่ชุดผ้าไหมแท้สีน้ำเงินเข้มชุดหนึ่ง ปกคอเสื้อเว้าลึกมาก มองจากมุมนี้ไป เส้นร่องกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ดูโผล่ออกมาวับ ๆ แวม ๆ
บวกกับกรามที่งดงามสมบูรณ์แบบ ลูกกระเดือกที่มีเสน่ห์ขยับขึ้นลงจากการกลืน ทำให้ดูเย้ายวนมากขึ้นมาหลายเท่า
เขานั่งตัวตรง ราวกับเป็นทหาร แผ่นหลังดูมั่งคงสง่างามชวนให้คนหลงใหล
“กลับมาแล้วเหรอ” แทนไทพูดขึ้นมา น้ำเสียงราวกับเป็นเสียงเชลโลที่กำลังบรรเลงอยู่ ดูสูงส่ง แฝงไว้ด้วยแรงดึงดูดที่เย้ายวนใจคน
“อืม……” ชัชนันท์เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็โยนเสื้อคลุมไปบนโซฟาด้วย “เดี๋ยวฉันไปต้มอาหารมื้อดึกสักหน่อย”
เขาเหล่มองเสื้อคลุมตัวนั้นทีหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเธอ “ของใคร?”