ตอนที่ 130
บทที่ 130 หนุ่มขี้อ้อน ทยาวร
October 28, 2026
ในระหว่างที่พูด รอยนิ้วมือสีแดงที่ใบหน้าข้างขวาของมารีญาก็ยิ่งเด่นชัดสะดุดขึ้นมา ใบหน้าครึ่งหน้าค่อย ๆ บวมแดงขึ้นมาจนเหมือนหมั่นโถ
ชัชนันท์กลับขี้เกียจที่จะทะเลาะกับเธอต่อแล้ว จึงลากมือนลินไว้ แล้วก้าวเดินไปด้วยรองเท้าส้นสูง เดินเข้าไปในร้านอาหารเลย
มารีญากะว่าจะไล่ตามเข้าไปอย่างไม่ลดละ
นลินมองเห็นภาพนี้จากเงาสะท้อนของกระจก แล้วก็หันหน้ามามองเธออย่างเย็นชาทีหนึ่ง แล้วชูกำปั้นขึ้นมา
มารีญาหยุดฝีเท้าไปทันที และไม่ได้ตามต่อไปอีก ขาทั้งคู่กระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรงหลายที แล้วตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “ชัชนันท์ แกจบเห่แล้ว! ฉันดีใจจังเลย”
ชัชนันท์ยังคงไม่สนใจอะไร
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง……” แล้วในเวลานี้เอง โทรศัพท์ของมารีญาก็ดังขึ้นมา
พอเห็นตัวเลขเป็นพรวนที่คุ้นตา เธอก็รีบไปขึ้นรถทันที แล้วก็กดรับสายอย่างมีลับลมคมใน “ฮัลโหล”
“เรื่องที่คุณสั่งมา ผมทำเสร็จเรียบร้อยหมดทุกอย่างแล้ว” เสียงเย็นชาของผู้ชายคนหนึ่ง ดังลอยมาจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์
“รู้แล้ว ฉันต้องโอนเงินไปให้นายแน่” จากนั้นมารีญาก็กดวางสายไปเลย
พอชัชนันท์กับนลินเข้ามาในร้านอาหารแล้ว ก็หาที่นั่งติดหน้าต่างด้วยกันแล้วไปนั่งลง
ในร้านอาหารมีเปียโนวางอยู่เครื่องหนึ่ง เด็กหนุ่มสวมชุดสูทสีขาวหล่อเหลาคนหนึ่ง กำลังเล่นเพลง《รุ่งแจ้ง》อยู่
ทำนองเพลงที่สนุกสนานรื่นเริง ทำให้ใจคนรู้สึกดีอกดีใจ
พอชัชนันท์นั่งลงไป สายตาก็ไปตกอยู่ที่ตัวเด็กหนุ่มคนนั้น เขานั่งอยู่ในจุดที่แสงไฟส่องสว่างไสวในร้านอาหาร ทั้งตัวใส่ชุดขาว ดูสะอาดบริสุทธิ์
ผมสั้นสีดำดูสะอาดสะอ้าน มีผิวพรรณสีขาวนวลราวหิมะ รวมทั้งรูปหน้าที่สมส่วนเหมือนกับคนตะวันตก เห็นแล้วก็รู้เลยว่าเป็นลูกครึ่ง
ดูไปแล้วอายุน่าจะสิบแปด สิบเก้า
ดวงตาคู่นั้นทั้งงดงามและดูบริสุทธิ์ ราวกับเป็นเทวดาที่เดินออกมาจากรูปภาพ
ในตอนที่บรรเลงเพลงถึงท่อนฮุกนั้น บนใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่สดใสมากออกมา
ในตอนที่เขายิ้มนั้น ที่มุมปากมีลักยิ้มที่สวยงามแฝงอยู่ ดูไปแล้วรู้สึกน่ารักมาก อย่างกับลูกหมาน้อยที่ขนขาวฟูมากตัวหนึ่ง
“นลิน เดี๋ยวไปถามเด็กหนุ่มคนนั้นหน่อยนะว่าสนใจอยากมาสมัครเป็นเด็กฝึกที่บริษัทเราหรือเปล่า” คางที่งดงามของเธอ เชิดไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นทีหนึ่ง แล้วพูดเสียงเบาเรียบเฉยออกมา
นลินหันสายตาไปที่ตัวเด็กหนุ่มคนนั้น แล้วมุมปากก็คลี่ยิ้มขึ้นมาเสี้ยวหนึ่งอย่างชื่นชม “ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไปจัดการเอง เขาน่ารักจังเลย แล้วก็หล่อมากด้วย หน้าตาแบบนี้ถ้ามาเป็นไอดอลละก็ น่าจะนิยมมากแน่ค่ะ”
ชัชนันท์ยิ้มออกมาเล็กน้อย “ถ้าหากว่าเขาสนใจละก็ สามารถฝึกฝนให้ดี ๆ หน่อยได้”
นลินพยักหน้าขึ้นมาเล็กน้อย “คิดว่าน่าจะได้นะคะ เล่นเปียโนอยู่ที่นี่ จะไปหาเงินได้มากกว่าเป็นดาราได้ยังไงกัน?”
……
พอกินข้าวเป็นเพื่อนนลินเสร็จแล้ว ชัชนันท์ก็เท้าคางไว้อย่างเกียจคร้าน แล้วดื่มน้ำสตรอว์เบอร์รี่สดที่เพิ่งคั้นมาใหม่ ๆ ไป
และในเวลานี้เอง เด็กหนุ่มที่เล่นเปียโนคนนั้น ก็เล่นจบเพลงพอดี และเดินลงมาจากเวทีแสดงโชว์
นลินรีบวางแก้วน้ำลงอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวเดินไปด้วยรองเท้าส้นแหลมสูงไปถึงตรงหน้าเด็กหนุ่มคนนั้น แล้วก็ยื่นนามบัตรออกไปให้เลย “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนลิน เป็นผู้จัดการอยู่ที่บริษัทXเอนเตอร์เทนเมนท์ ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะมาเป็นเด็กฝึกที่บริษัทของเราไหมคะ?”
“สวัสดีครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้าให้นลินเล็กน้อยอย่างมีมารยาท น้ำเสียงนุ่มนวลและชัดเจน ราวกับเสียงของธรรมชาติ
“ดูจากรูปร่างหน้าตาของคุณ ถ้าเกิดว่าเดบิวเป็นไอดอลละก็ จะต้องได้เงินมากกว่าตอนนี้แน่ ลองเก็บไปคิดดูหน่อยไหมคะ?” นลินถามขึ้นมา
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเก็บไปลองคิดดูดี ๆ นะครับ” เด็กหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย หน้าตาดูเรียบร้อยเชื่อฟัง
ในวินาทีนี้ นลินรู้สึกว่าใจของตัวเองแทบจะถูกน้องชายคนนี้หลอมละลายแล้ว เขาเรียบร้อยมากจริง ๆ แล้วก็งดงามมากด้วย
“คุณชื่ออะไรคะ?” นลินถามขึ้นมา