ตอนที่ 385
บทที่ 385 ความจริงของสตรีศักดิ์สิทธิ์
October 22, 2026
พี่ชายของอวี๋หวั่นที่นางหลานพูดถึงก็คือหลานชายของนางหลาน อันที่จริงสายเลือดของนางหลานไม่นับว่ามีน้อย ทว่าลูกหลานของนางมักจะค่อยๆ ล้มหายตายจากไปทีละคนๆ จนเหลือหลานชายสายตรงเพียงคนเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่สบายและจากไปเช่นกัน
จื่อเยียนเป็นสาวใช้ของหลานชาย
นางหลานมองไปยังอวี๋หวั่น “เด็กในท้องของจื่อเยียนไม่ได้เป็นเพียงลูกของพี่ชายผู้ล่วงลับของเจ้า แต่ยังเป็นความหวังของสกุลหลานของพวกเขา” นางหลานบีบมือของอวี๋หวั่นเบาๆ “อาหวั่น พยุงข้าไปที”
อวี๋หวั่นเลิกผ้าห่มของนางออก แล้วพยุงนางขึ้นมา
หลังจากอวี๋หวั่นตั้งท้อง เธอก็กินมากขึ้น ใบหน้าของเธออวบอ้วนขึ้น จนแทบไม่มีเอวแล้ว แต่เป็นเพราะเสื้อผ้าของเธอหลวม นางหลานจึงไม่รู้ว่าอวี๋หวั่นตั้งท้อง
ถ้าหากนางหลานรู้ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้อวี๋หวั่นเข้าไปเห็นเลือดเป็นแน่
อวี๋หวั่นเป็นหมอ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ เธอจึงเดินตามนางหลานไป
อิ่งลิ่วซึ่งยืนอยู่ด้านนอกเริ่มร้อนรน “ได้ยินไหม? ด้านในมีเสียงคนร้อง!”
อิ่งสือซันพูดด้วยสีหน้าแน่วแน่ “ฮูหยินน้อยไม่ได้เรียกพวกเรา พวกเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง”
อิ่งลิ่วคอตกด้วยความจนปัญญา
ครั้นอวี๋หวั่นมาที่นี่ มีหลายเรื่องที่อวี๋หวั่นยังไม่ค่อยเข้าใจ ยังต้องมาเจอเรื่องเร่งด่วนอย่างคนคลอดลูกอีก คิด
อยากจะนั่งคุยกับนางหลาน เห็นทีคงจะทำไม่ได้แล้ว แต่ไม่เป็นไร ไหนๆ เธอก็มาแล้ว ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี
ในเรือนนอกจากจะมีแม่นมซึ่งเป็นใบ้คนหนึ่งแล้ว ยังมีสาวใช้ของจื่อเยียนอีกคนหนึ่ง
สาวใช้ไม่เคยถูกฝึกฝนการเป็นสาวใช้มาก่อน นางเป็นเพียงทาสที่พวกเขาใช้เงินสองตำลึงซื้อมาจากตลาด นางไม่เคยออกไปเห็นโลก ไม่ค่อยรู้ความ โชคดีที่มือไม้คล่องแคล่ว
หลังจากที่จื่อเยียนเจ็บท้อง สาวใช้ก็รีบพยุงนางไปยังเตียง จากนั้นจึงไปตามนางหลาน
“ไม่ต้องไปไหน ข้าอยู่นี่แล้ว” นางหลานเดินมาครึ่งทาง ก็พบกับสาวใช้ซึ่งวิ่งมาอย่างลนลาน
สาวใช้บอกว่า “จะ…จื่อ…จื่อเยียนจะคะ…คลอดแล้วเจ้าค่ะ!”
นางเป็นคนติดอ่าง หน้าตาก็มิได้สะสวย ทาสอย่างนางไม่อาจขายได้ในราคาสูง จึงถูกขายให้บ้านสกุลหลาน
สาวใช้พูดจบ ก็มองไปยังอวี๋หวั่นซึ่งยืนอยู่ข้างนางหลาน จากนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
นางหลานไม่มีเวลามาอธิบายให้นางฟัง จึงสั่งว่า “ยืนอยู่ทำไม รีบไปตามหมอตำแยมาสิ!”
สาวใช้เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “งะ…งะ…เงิน…เงิน…ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ!”
ทุกวันนี้พวกนางตกอับเสียจนไม่มีแม้แต่เงินจะกินข้าว จะหาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าหมอตำแย? ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้
มีเงินมากพอ ก็ใช่ว่าหมอตำแยจะยอมมา มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าคนสกุลหลานนอกเมืองได้ล่วงเกินสตรีศักดิ์สิทธิ์จนถูกคนสกุลหลานในหมิงตูขับไล่ออกมา การไล่ให้พวกเขาออกมาใช้ชีวิตข้างนอกก็นับว่าเป็นความปรานีของสตรีศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไหนเลยจะมีคนมาคบค้าสมาคมกับพวกเขา หรือมารักษาให้พวกเขา?
เมื่อคิดเช่นนั้น ในใจของนางหลานก็ชอกช้ำเหลือเกิน
หลานชายของนางจากไปเพราะไม่มีหมอรักษา!
ก่อนหน้านี้ชีวิตเคยรุ่งโรจน์ในสกุลหลาน บัดนี้กลับตกอับจนดูประหนึ่งเหล่าแมลงที่ผู้คนรังเกียจ!
“ข้า…ข้าไปเชิญเอง!” นางหลานบอก
“นายท่าน!” สาวใช้หน้าถอดสี
“ท่านยาย…” อวี๋หวั่นเอ่ยปาก
นางหลานตบหลังมือของอวี๋หวั่นเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดว่าอะไร ขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้ารู้สึกขบขัน แต่ลูกของจื่อเยียนจำต้องคลอดออกมาอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเพื่อสกุลหลาน หรือเพื่อพี่ชายเจ้า ข้าต้องรักษาชีวิตเด็กคนนี้ไว้ให้ได้”
อวี๋หวั่น “ข้า…”
นางหลาน “เป็นความผิดของยายเองที่ไม่อาจต้อนรับเจ้าได้เป็นอย่างดี ถ้าหากเจ้าไม่รังเกียจละก็ เข้าไปนั่งพักในห้องก่อนเถิด ข้าจัดการเรื่องของจื่อเยียนเสร็จแล้วจะไปเล่าเรื่องในอดีตให้เจ้าฟัง”
อวี๋หวั่น “ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ…”
นางหลานหลับตาลง “ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าตัดสินใจแล้ว ต่อให้ต้องคุกเข่าขอร้อง ข้าก็จะต้องเชิญหมอตำแยมาให้ได้!”
อวี๋หวั่นมองตามร่างของนางหลานซึ่งหันหลังเดินสะเงาะสะแงะ จากนั้นก็ปาดเหงื่อแล้วถอนหายใจ “ท่านยายเจ้าคะ ข้าจะบอกว่า ข้าทำคลอดได้”
นางหลานชะงักฝีเท้า
อวี๋หวั่นบอกว่า “ข้าเป็นหมอ ข้ารู้วิชาแพทย์ ข้าเรียนมาจากหมอเทวดาอันดับหนึ่งของต้าโจว สิ่งที่หมอตำแยทำได้ข้าก็ทำได้ สิ่งที่หมอตำแยทำไม่ได้ข้าทำได้ หากท่านไม่รังเกียจละก็ ให้ข้าลองเถิด”
นางหลานหันหลังกลับมามองด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
อวี๋หวั่นยิ้ม “ข้าไม่ได้หลอกท่าน ข้าทำได้จริงๆ”
นางหลานยกมือขึ้นปาดน้ำตาซึ่งไม่รู้ว่าไหลออกมาได้อย่างไร “เจ้า…”
“อ๊าาาา” เสียงร้องโหยหวนของจื่อเยียนดังมาจากในห้อง
อวี๋หวั่นละสายตาจากนางหลาน แล้วมองไปยังประตูซึ่งปิดสนิท พร้อมกับพูดว่า “สือซัน ไปหยิบล่วมยาของข้าบนรถม้ามา”