ตอนที่ 386.1
บทที่ 386.2 (2) เลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์
October 22, 2026
นี่เป็นเพียงของมีค่าชิ้นสุดท้ายของนางหลาน แต่นางให้พวกเขาด้วยความเอ็นดู กระนั้นเด็กทั้งสามก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนกำไลทิ้งไป และหยิบเชือกสีแดงไปเล่นแทน
นางหลานตกใจกับเหตุการณ์นี้จนพูดไม่ออก
นางเดาออกว่าอวี๋หวั่นออกเรือนและมีลูกแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่จะมีลูกถึงสามคน เรื่องนี้ออกจะเหนือความคาดหมายของนางไปสักหน่อย
เมื่อก่อนนางและพี่สาวแทบไม่รอดชีวิต ไม่รู้จริงๆ ว่าอาหวั่นเลี้ยงแฝดสามให้อ้วนจ้ำม่ำเช่นนี้ได้อย่างไร แถมยังน่ารักน่าเอ็นดู
สาวใช้เข้ามารายงานว่านางทำความสะอาดห้องคลอดเสร็จเรียบร้อย และจัดแจงให้จื่อเยียนพักผ่อนแล้ว
นางหลานจึงให้นางอุ้มทารกน้อยไปวางไว้ข้างกายจื่อเยียน รอจนจื่อเยียนมีน้ำนม ค่อยให้นางป้อนนมเขา
ช่วงเวลาอันคับขันที่สุดได้ผ่านพ้นไป นางหลานจูงมืออวี๋หวั่นเข้าไปนั่ง แล้วถามอวี๋หวั่นว่ามาหมิงตูด้วยเหตุใด และมากับใคร “…ตอนนั้นท่านพี่ทิ้งของไว้ด้านล่างหน้าผา เพราะคิดว่าโชคอาจเข้าข้างนางบ้าง แต่หลายปีผ่านไปก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวของท่านแม่ จนข้าเองก็ยอมแพ้ไปแล้ว”
อวี๋หวั่นบอกว่า “ที่พวกข้าพบเบาะแสก็เป็นเพราะความบังเอิญ กล่าวอย่างไม่ปิดบังท่านยายรอง นอกจากพวกข้าจะมาตามหาญาติสกุลหลานแล้ว ยังมีจุดประสงค์อื่นอีก”
“โอ้? มีเรื่องอะไรหรือ?” นางหลานถาม
อวี๋หวั่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจบอกความจริงกับนางหลาน “สามีของข้า…ถูกยาพิษไป๋หลี่เซียงเจ้าค่ะ ข้าต้องการตัวยาทั้งหมดสี่ชนิด หนึ่งในนั้นก็คือเลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์ พวกข้าพบบันทึกที่เกี่ยวกับทายาทของสตรีศักดิ์สิทธิ์และพ่อมด จึงรู้ว่าเลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่ในเผ่าปีศาจ ดังนั้นจึงเดินทางมายังเผ่าปีศาจ ภายหลังบังเอิญตกลงไปด้านล่างของหน้าผา และขุดพบสิ่งของเหล่านี้ของท่านยาย”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง เห็นทีท่านพี่ทำถูกแล้วที่ทิ้งของเหล่านั้นไว้ น่าเสียดายที่นางไม่ทันอยู่รอพวกเจ้ากลับมา” นางหลานตัดพ้อที่ท่านพี่ด่วนจากไปเสียก่อน ด้วยวิชาของท่านพี่แล้ว ถ้าหากไม่ต้องตรอมใจเพราะคนโฉดชั่วสองคนนั้น มีหรือจะอยู่ไม่ถึงทุกวันนี้?
“ว่าแต่หลานเขยไปถูกพิษไป๋หลี่เซียงได้อย่างไรกัน” นางหลานเคยได้ยินเกี่ยวกับพิษชนิดนี้มาบ้าง ฤทธิ์แรงแต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ตาย กระนั้นกลับปราศจากวิธีถอนพิษ เพราะตัวยาทั้งสี่ชนิดนั้นล้วนเป็นของที่หาได้ยากเหลือเกินในใต้หล้า
ในเมื่อเป็นคนในครอบครัว อวี๋หวั่นก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง จึงเปิดเผยตัวตนของตนและเยี่ยนจิ่วเฉาให้นางฟัง
ในตอนนั้นนางหลานจึงรู้ว่าหลังจากที่มารดาของตนออกจากหมิงตู ก็เดินทางไปยังหนานจ้าว
ท่านแม่จากไปเร็ว ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บ คนแซ่เสิ่นนั่นช่วยท่านแม่ของนางไว้ ท่านแม่ไร้ที่พึ่งพา จึงตกลงที่จะเป็นอนุภรรยาของเขา
แต่นางหลานรู้สึกว่าจากนิสัยของท่านแม่แล้ว นางไม่มีทางยินยอมเป็นอนุภรรยาของผู้อื่นได้ง่ายๆ ทั้งยังให้กำเนิดลูกมาเร็วเช่นนี้อีก? ลูกของนางเป็นคนสกุลเสิ่นจริงหรือ? คงไม่ใช่…
ไม่ เป็นไปไม่ได้
นางหลานส่ายหน้า และเพิกเฉยต่อการคาดเดาเรื่อยเปื่อยของตนเอง
นางหลานใช้เวลาครู่หนึ่งในการประมวลข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของอวี๋หวั่นและเยี่ยนจิ่วเฉา เป็นเพราะเวลามีจำกัด อวี๋หวั่นจึงไม่ได้เล่ามากมาย ประเด็นสำคัญมีเพียงเยี่ยนจิ่วเฉาถูกยาพิษตั้งแต่เด็ก ทว่าพิษทั้งสองชนิดกดกันไว้ จึงมิได้แสดงอาการ หลังจากที่ถอนพิษไปแล้ว พิษของไป๋หลี่เซียงก็ออกฤทธิ์ขึ้นมา
นางหลานมองไปยังราตรีอันเวิ้งว้าง แล้วถอนหายใจออกมายาวๆ เฮือกหนึ่ง “หากท่านแม่ยังอยู่ เจ้าอยากได้เลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์สักเท่าใดคงไม่ใช่ปัญหา แต่นางไม่อยู่แล้ว สตรีศักดิ์สิทธิ์ที่มีชีวิตอยู่ในตอนนี้…”
นางไม่ได้พูดประโยคต่อมา
แต่อวี๋หวั่นก็กระจ่างดี
เดิมทีคิดว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นมาในสกุลหลาน ตนเองเป็นคนสกุลหลาน ก็ควรจะได้เลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์มาอย่างง่ายดาย ทว่าบัดนี้สตรีศักดิ์สิทธิ์และสกุลหลานบ้านนี้ไม่ลงรอยกัน เรื่องนี้จึงไม่อาจจัดการได้ง่ายอย่างที่คิด
ไม่ว่าอย่างไร อวี๋หวั่นก็ยังคงมีความหวังในการตามหาเลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่านางจะยินดีหรือไม่ก็ตาม ต่อให้ต้องไปขโมยมา เธอก็จะหาตัวยามาให้เยี่ยนจิ่วเฉาให้ได้
“ข้าจะพบสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไรหรือเจ้าคะ?” อวี๋หวั่นถาม
นางหลานเงียบไป แล้วกล่าวว่า “สถานะของสตรีศักดิ์สิทธิ์ในหมิงตูนั้นสูงส่งนัก แม้แต่สกุลหลานในหมิงตูก็ใช่ว่าจะได้พบนางง่ายๆ นอกจากนั้นรอบกายของนางยังเต็มไปด้วยยอดฝีมือ ตัวนางเองก็มีพลังภายในแก่กล้า ถ้าหากคิดจะใช้กำลังแย่งมา เกรงว่าคงจะทำไม่ได้”
“เช่นนั้นก็ใช้ปัญญาแย่งมา” อวี๋หวั่นบอก “ข้าเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว ไม่มีทางกลับไปมือเปล่า”
“ยายจะช่วยคิดหาวิธี” เมื่อนางหลานนึกบางอย่างออก ก็เอ่ยถามขึ้นว่า “เจ้าพาลูกๆ ออกมาโดยลำพังหรือ? สองคนที่อยู่ข้างนอกเป็นองครักษ์ของเจ้าใช่ไหม? ตามความเห็นข้า วรยุทธ์ของพวกเขาแข็งแกร่ง แต่หากจะให้ต่อกรกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ ข้าคิดว่ายังไม่เพียงพอ”
อวี๋หวั่นยิ้ม พร้อมกับตอบว่า “ข้าไม่ได้มาคนเดียวเจ้าค่ะ สามีของข้าก็มาด้วย”