ตอนที่ 1186
ตอนที่ 1186
September 20, 2026
ในใจเขามักจะรู้สึกว่าไม่สามารถสนิทสนมด้วยได้ กลัวว่าหากทุ่มเทให้ใจมากเกินไป ภายภาคหน้าลูกอาจจะโหดเหี้ยมเกินไป จนตัวเขาเองก็ไม่สามารถที่จะลงมือได้ลงคอ
แต่พอลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้วและเมื่อมองดูใบหน้าที่คล้ายกับตัวเองและสวี่สืออวิ๋น เขาก็ชอบมากขึ้นทุกวัน
ภายในจิตใจก็ยิ่งหวาดหวั่นมากขึ้น และหวังเพียงแค่เขาจะเป็นคนที่มีจิตใจดีเมตตาคนหนึ่ง
“ลูกเอ๋ย เจ้าจะต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของพี่สาวเจ้ารู้หรือไม่? ที่ผ่านมาพ่อกับแม่ไม่อาจลงไม้ลงมือตีเจ้าได้ แต่เจาเจากล้าลงมือกับเจ้าจริงนะ ฉะนั้นจงเชื่อฟังนางให้ๆมากจะได้โดนทุบตีน้อยหน่อย”
“เป็นลูกผู้ชายชาตรี ตรงไหนสามารถยอมให้ได้ก็ควรยอม คำว่าศักดิ์ศรีอะไรนั้นกินไม่ได้”
“หน้าหนาเข้าไว้จึงจะโชคดี”
“เจ้าคงรู้อยู่แล้วกระมัง? ทั่วทั้งใต้หล้าต่างบอกว่าแม่ของเจ้าเป็นคนมีวาสนาดี มีลูกๆก็ได้ความทุกคน ที่จริงๆ แล้ว...คนที่มีวาสนามากที่สุดก็คือข้า”
“เจ้าดูสิ พ่อของเจ้าจากที่เป็นแม่ทัพโสดหัวเดียวกระเทียมลีบ หนังหน้าหนาไร้ยางอายคนหนึ่งยังสามารถเป็นลูกเขยตระกูลใหญ่ได้ ในชั่วพริบตาข้าก็มีลูกชายที่ประสบความสำเร็จ และมีลูกสาวที่เป็นดั่งองค์หญิงตัวน้อย อีกทั้งยังมีภรรยาอันเป็นที่รัก ข้ามีครบทุกอย่างแล้ว! เจ้าดูสิว่าข้าโชคดีขนาดไหน?”
“กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วเรียบร้อย!”
“ปีนั้นตอนที่ข้าเข้าจวนมา ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างด่าว่าข้าไม่มีศักดิ์ศรี ตัวเองมีฐานะเป็นถึงลูกชายคนเดียวของเจิ้นกั๋วกงแต่กลับแต่งเข้าจวน ซี๊ด...ในปีนั้นด่าข้าดุเดือดที่สุดเลย ตอนนี้คนที่อิจฉาตาร้อนอยู่ทุกวันๆล้วนเป็นพวกเขานั่นแหละ” สวี่สืออวิ๋นยังให้ซ่านซ่านแซ่หรงอีก ยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้อิจฉาจนตาร้อนมากกว่าเดิม
“เจ้าหนูเจ้าต้องหน้าด้านกว่านี้หน่อย พยายามเอาอกเอาใจพี่สาวสักหน่อย ศักดิ์ศรีของแบบนี้โยนทิ้งไปเถอะ” หรงเช่อเป็นคนที่มีประสบการณ์ผ่านอะไรมาก่อน จึงตั้งใจจะถ่ายทอดหลักการการดำรงชีวิตที่มีความสุขของเขาให้กับลูกชาย
หลักการสำคัญก็คือต้องทำตัวไร้ยางอายเข้าไว้
พอพูดจบยังเลิกคิ้วขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “พ่อของเจ้านะ มีวาสนาดี ชีวิตนี้พ่อได้ดีก็เพราะมีภรรยาดี”
ผ่านไปสักพัก สวี่สืออวิ๋นก็เดินเข้าประตูมาด้วยดวงตาแดงก่ำ
เซี่ยอวี้โจวถูกไล่ออกจากจวนอ๋องไปตั้งแต่เช้าตรู่ ในขณะนี้ได้นั่งรออยู่บนรถม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนจู๋มั่วประคองอาอู๋อย่างระมัดระวัง แต่อาอู๋ปัดมือเขาออกด้วยความโกรธ “เพิ่งจะตั้งท้องได้แค่สองเดือน ไม่ได้บอบบางถึงขนาดนั้นสักหน่อย” ถึงกระทั่งที่ยังมองไม่ออกเลยว่าท้อง และไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใดๆของทารกในครรภ์เลยด้วยซ้ำ
จู๋มั่วไม่ได้โกรธแต่อย่างใด “ระวังหน่อยก็ดี”
“ข้าได้ใส่เบาะนุ่ม ๆ เอาไว้ที่รถม้าแล้วและเพิ่มเสริมแผ่นรับแรงกระแทกที่ด้านล่างแล้วด้วย จะได้ไม่ทำให้เจ้ากับลูกต้องรู้สึกนั่งลำบาก”
อาอู๋ก้มตาลงมองเล็กน้อย และมือที่แนบอยู่ข้างตัวก็กำแน่นขึ้นเล็กน้อย
นางพูดขึ้นมาเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร “ได้ยินเจาเจาบอกว่าท่านเคยแต่งงานกับเผ่าหงส์มาก่อนอย่างงั้นหรือ?”
จู๋มั่วตัวเกร็งขึ้นมากะทันหัน ใบหน้าเผยให้เห็นถึงความตึงเครียดเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงร้อนใจ “อาอู๋ เจ้าอย่าได้คิดมากไป ข้ากับองค์หญิงเผ่าหงส์แต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองเผ่าเท่านั้น ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางเลย” น้ำเสียงของเขาแสดงให้เห็นถึงความรังเกียจเล็กน้อย
“เป็นนางที่ดื้อดึงไม่ยอมออกไปจากเผ่ามังกร ข้ากับนางไม่มีอะไรเกินเลย...ในใจข้ามีเพียงแต่เจ้าและลูกของพวกเราเท่านั้น”
อาอู๋สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดพร้อมกับยิ้ม “ท่านจะตื่นเต้นไปไย? ข้าก็ไม่ได้โกรธสักหน่อย”
“ข้าแค่รู้สึกว่าในเมื่อท่านไม่ได้รักอีกฝ่าย ถ้ายังไงก็รีบกลับไปหย่าขาดกับนางให้เร็วที่สุดจะดีกว่า เพื่อจะได้ไม่เป็นการให้แม่นางต้องเสียเวลาเปล่า...”