ตอนที่ 1188
ตอนที่ 1188
September 20, 2026
แต่สิ่งที่หรงเช่อไม่ได้พูดก็คือ ลูกศิษย์เหล่านั้นหวาดกลัวจนมีสภาพแย่สุด ๆ
“ถ้าไม่ใช่เพราะว่าโลกมนุษย์ไม่มีกำลังสามารถปกป้องตัวเองได้ เกรงว่าเจาเจาคงจะจากโลกไปนานแล้ว” หรงเช่อเดินตามเจาเจาไป และพยายามคาดเดาเจตนาของเทพเจ้า ดูเหมือนเทพเจ้าได้ละทิ้งโลกมนุษย์แล้ว
แต่เขาไม่กล้าพูดออกมา เพราะชาวบ้านกำลังหวาดหวั่นรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ จึงคิดว่าจะเป็นภัยมากกว่าเป็นประโยชน์ เขาทำได้เพียงต้องคอยช่วยฮ่องเต้ผลักดันให้โลกมนุษย์บำเพ็ญเพียรตนอย่างแพร่หลายเท่านั้น
รถม้าเพิ่งจากไปได้ไม่นาน ก็ได้ยินยามเฝ้าประตูเอ่ยรายงานว่า “ฮูหยิน นายท่าน ผู้บำเพ็ญตนที่องค์หญิงเชิญมาถึงแล้วขอรับ”
หรงเช่อรีบพาทุกคนออกไปต้อนรับทันที
เดิมทีเขาคิดว่าเป็นลูกศิษย์ของนิกายหมื่นกระบี่ แต่กลุ่มคนที่มา ดูไม่เหมือน...ผู้ฝึกกระบี่เลยสักนิด
พอฮ่องเต้เซวียนผิงทราบข่าว แม้ว่าจะไม่ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง แต่ก็มอบของดี ๆ มากมายส่งมาให้ตระกูลลู่ และขอให้ตระกูลลู่เป็นตัวแทนตนจัดแจงต้อนรับผู้บำเพ็ญตนทั้งหมด
ทางด้านนอกเมือง
“ผู้บำเพ็ญตนที่เจ้าเชิญมาสอนที่สำนักหญิงเป็นศิษย์ของนิกายหมื่นกระบี่งั้นหรือ?” จุยเฟิงกระโดดลงมาจากรถม้า
ตอนนี้เซิ่งเหอ จงไป๋และเทพองค์อื่น ๆ สูญเสียสถานะความเป็นเทพและกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาแล้ว ไม่สามารถเข้าไปในมิติได้แล้ว ดังนั้นลู่เจาเจาจึงซ่อนเอาไว้ในรถม้า เพื่อไปที่แคว้นฟั่นด้วยกัน
พื้นที่ในมิติมีพลังมาก แต่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ลู่เจาเจานั่งยอง ๆ อยู่ริมแม่น้ำเพื่อล้างมือที่เต็มไปด้วยโคลน
นางส่ายหัวให้ “ตอนนี้นิกายหมื่นกระบี่ไม่มีใครสามารถเป็นเสาหลักให้ได้ ถ้ายังดึงตัวศิษย์เอกมาอีก นิกายหมื่นกระบี่คงตกอยู่ในอันตราย”
จุยเฟิงเห็นนางไม่อยากพูดถึง จึงไม่ได้ถามต่ออีก
“ใช่แล้ว ข้ารู้สึกว่าอาอู๋มีบางอย่างผิดปกติ...เจ้าอย่าได้ไปบอกเจ้ามังกรโง่ตัวนั้นเชียว เขาตอนนี้เหมือนกำลังโดนเล่นของใส่ ไม่สามารถรับฟังเรื่องที่ไม่ดีของภรรยาได้” จุยเฟิงคอยยืนมองอยู่จึงเห็นทุกอย่างชัดเจนดี และยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ามันผิดปกติ
“ทุกการเคลื่อนไหวของอาอู๋ ทุกย่างก้าวเหมือนตั้งใจจะเอาใจเจ้ามังกรโง่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำ ล้วนตรงกับสิ่งที่เจ้ามังกรโง่ถูกใจ” มังกรโง่นั้นก็ยิ่งถลำลึกเข้าไปมากขึ้นทุกวัน
ยังมีการมาหัวเราะเยาะเย้ยใส่จุยเฟิงที่ครองตัวเป็นโสดพันปีอีก
“มีภรรยาแล้วอย่างไร? มีลูกแล้วอย่างไร?”
“ข้าไม่เคยเลยที่จะสนใจและไม่แม้แต่จะอยากหาด้วยซ้ำ”
“ก็แค่มีภรรยาและลูกคอยอุ่นเตียงให้ พอหนาวก็มีคนทำเสื้อผ้าให้ พอร้อนก็มีคนพัดให้ พอหิวก็มีคนทำอาหารให้เท่านั้น ไม่เห็นจะมีอะไรดีตรงไหนเลย!”
“ข้าบำเพ็ญเพียรฝึกตนมาตลอดทั้งชีวิต ไม่กลัวหนาวร้อนหรือกลัวหิวอยู่แล้ว”
“ถ้าขาดคนทำอาหารให้จริง ๆ ก็แค่ไปเชิญสาวใช้มาปรนนิบัติก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ? ใช่ไหมเจาเจา?”
“ข้าคนเดียวกินอิ่มคนทั้งครอบครัวก็ไม่มีทางหิว ข้าไม่อิจฉาเขาหรอก” จุยเฟิงแบะปากและกลอกตาขาวหนึ่งที
พอพูดจบ ก็หันหลังเดินไปที่รถม้า
แต่พอหันหลังไปก็เห็นภาพของอาอู๋กำลังเขย่งเท้าเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของจู๋มั่วที่ไหลลงมา “ท่านเป็นเผ่ามังกร ชอบความเย็นไม่ชอบความร้อน ข้าจึงทำบะหมี่เย็นไก่ฉีกเอาไว้อยู่หน่อย ถ้ากินในฤดูนี้จะอร่อยมากๆ เดี๋ยวท่านลองกินหน่อยนะ...”