ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 วิชามารยา
September 18, 2026
ชิงหว่านพยักหน้ารับ นางเป็นหญิงในหอนางโลม เครื่องประทินโฉมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ คนที่มีเงินได้ซื้อของดีมาใช้แต่นางโลมระดับล่างต้องจำกัดจำเขี่ยการใช้จ่าย หลายครั้งหลายคราวที่ได้ของใช้ไม่ดี ทั้งผิวหน้าผิวกายกลายเป็นแผลเสียโฉมไปก็ไม่น้อย
“หากใช้ความสามารถของพี่รองมาทำประโยชน์ ย่อมเกิดกำไรและยังช่วยคนได้ทางอ้อมอีกด้วย พี่รองลองตรึกตรองดูเถิดเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้น...พี่จะลองคิดดู”
เจียงเจิ้งเหวินไม่คาดคิดว่าน้องเล็กจะมีความคิดก้าวไกลเช่นนี้ เดิมทีคิดว่านางคงแค่อยากทำเล่นสนุกประเดี๋ยวก็คงเบื่อหน่ายเลิกสนใจ แต่ครั้งนี้เห็นชัดว่านางให้ความสำคัญและสนใจอย่างแท้จริง
“เรื่องนี้กลับบ้านค่อยคุยกัน” เจียงเจิ้งเหวินพูดตัดบทเสียก่อน “พาหว่านวานออกมาเที่ยวเล่นนานแล้ว พี่ต้องพากลับไปส่งแล้ว”
“เย็นนี้พี่รองอยากกินอะไร ข้าจะสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้เจ้าค่ะ”
“ข้าวเย็นรึ?” อยู่บ้านเดียวกันต่างมีงานต้องทำ เขาก็ไม่ค่อยได้กินมื้อเย็นพร้อมบิดามารดาบ่อยนัก โดยเฉพาะพร้อมกับน้องสาวคนเล็กที่ถูกตามใจจนแทบเสียนิสัยไปแล้ว
“หว่านวานอยากกินอะไรก็สั่งพ่อครัวเถิด พี่รองกินได้ทุกอย่าง”
“ลูกชิ้นหัวสิงโตน้ำแดง”
“แค่กๆ”
ทั้งพี่ใหญ่และพี่รองแทบสำลักน้ำลาย ชิงหว่านชอบกินลูกชิ้นหัวสิงโตน้ำแดงเป็นที่สุด หากให้นางเลือกอาหารสามจานที่ชอบ ก็คงเป็น ลูกชิ้นหัวสิงโตน้ำแดงทั้งสามจาน
“เอาเถิด กลับบ้านแล้วพี่จะสั่งพ่อครัวเอง”
ชิงหว่านแค่หยอกล้อพี่ชายทั้งสองเท่านั้น เจ้าของร่างนี้ต่างหากที่ชอบกิน ส่วนนางนั้นไม่เรื่องมาก มีอะไรก็กินเพราะเคยอดมื้อกินมื้อมาก่อน ทั้งสามพูดคุยกันอีกเล็กน้อยเจียงเจิ้งเหวินก็พาน้องสาวออกมาจากโรงหมออี้เหรินถัง เขาประคองชิงหว่านขึ้นรถม้าขณะนั้นเองที่เจียงเจิ้งหย่วนกระหืดกระหอบเข้ามาหา
“รอด้วยพี่ใหญ่” คุณชายสามตระกูลเจียงพูดขึ้นแล้วยืนหอบหายใจข้างรถม้า ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อราวกับตากน้ำฝน
“เกิดสิ่งใดขึ้นรึ เหตุใดพี่สามสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำเช่นนี้เจ้าคะ” ทุกครั้งที่ชิงหว่านอยู่กับเจียงเจิ้งหย่วนนั้น นางรู้สึกเหมือนอยู่กับน้องชายมากกว่า ทำให้อดหยอกล้อเขาไม่ได้
“เจ้า!” เขาขึงตาใส่แต่ไร้ความน่ากลัว “ขึ้นรถก่อน ประเดี๋ยวค่อยพูดกัน”
ชิงหว่านออกมาพร้อมพี่ใหญ่จึงไม่ได้พาสาวใช้ออกมาด้วย นางขึ้นรถม้าแล้วพี่สามและพี่ใหญ่ก็ตามขึ้นมา นางรินน้ำชาส่งให้พี่สามที่ยื่นมือมารับแล้วดื่มอย่างกระหาย นางรินน้ำชาให้พี่ใหญ่แล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้พี่สาม เจียงเจิ้งหย่วนรับมือแล้วเช็ดเหงื่อแล้วจึงผ่อนลมหายใจคลายความตื่นตระหนกลงได้
หญิงสาวหันไปสบตากับเจียงเจิ้งเหรินที่ดื่มน้ำชาเงียบๆ ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่ของนางจะชินกับสภาพพี่สามที่เป็นเช่นนี้
“พี่สามมีเรื่องกับผู้ใดมาหรือเจ้าคะ”
“เปล่าๆ ไม่มีๆ พี่สามของเจ้าจะไปมีเรื่องกับผู้ใดได้ แค่แรงมัดไก่ยังไม่มีเลย”
ยิ่งพูดยิ่งเห็นพิรุธ เจียงเจิ้งเหวินจึงยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้เจียงเจิ้งหย่วนเอ่ยสิ่งใดออกมาทั้งสิ้น
“หว่านวานไม่ต้องห่วง พี่สามเจ้าก็เป็นเช่นนี้เสมอ เสเพลไปวันๆ”