ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 มองหาสิ่งผิดปกติ
September 18, 2026
เจียงเจิ้งฮ่าวประหลาดใจที่รู้ว่าน้องสาวคนเดียวแวะมาหาถึงโรงหมอ ใบหน้าที่เคร่งขรึมมีความตื่นตระหนก เขาละทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วสาวเท้าเร็วๆ ออกมาที่ห้องโถงของโรงหมอ ร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนยืนโดดเด่นท่ามกลางคนป่วย เจียงเจิ้งฮ่าวรู้ดีว่าน้องสาวของเขานั้นงดงามประหนึ่งดอกไม้ที่ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ แม้เขาสามคนพี่น้องปกป้องนางยิ่งกว่าไข่ในหิน ก็ยังพลาดท่าเสียทีทำให้น้องสาวถูกคนชั่วจับไปทำลายชื่อเสียงของนางย่อยยับหมดสิ้น แต่เวลานี้ได้เห็นรอยยิ้มทั้งปากและแววตา ทำให้เขามีความสุขอีกครั้ง
“พี่รอง” ชิงหว่านเห็นเจียงเจิ้งฮ่าวยืนนิ่งเหม่อลอยก็ยกมือขึ้นกางนิ้วทั้งห้าออกแล้วโบกไปมา “พี่ใหญ่...พี่รองเป็นอะไรไปเจ้าคะ”
เจียงเจิ้งเหวินหัวเราะในลำคอ ยกนิ้วขึ้นหมายจะดีดหน้าผากเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็ก เจียงเจิ้งฮ่าวได้สติเอียงศีรษะหลบได้อย่างรวดเร็ว ชิงหว่านที่มองอยู่ก็นึกเอะใจ ‘หรือว่าพี่รองที่ดูอ่อนแอและจิตใจประเสริฐจะมีวรยุทธ์?’
“เหตุใดเจ้ามาที่นี่ เจ็บป่วยหนักหนาไยไม่ให้คนมาตามเล่า” เจียงเจิ้งฮ่าวยกมือขึ้นจับไหล่สองของน้องสาวแล้วเอียงหน้ามองหาสิ่งผิดปกติ
“หว่านวานไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากมีเยี่ยมพี่รองเจ้าค่ะ”
หญิงสาวหัวเราะเสียงหวานใสดุจระฆังเงิน ดึงดูดสายตาหลายคู่ให้หันไปมอง ปกตินางก็น่ารักอ่อนหวานชวนมองอยู่แล้ว คนเป็นพี่ถึงกับต้องใช้ตัวเองบังสายตาผู้อื่น แต่คนเยอะเกินไป เจียงเจิ้งฮ่าวจึงจับข้อมือชิงหว่านพาไปด้านใน
“เอาล่ะ ที่นี่ไม่มีผู้อื่น บอกมาได้แล้วน้องสาวคนดีมาทำอะไรที่โรงหมอที่แสนอัตคัดได้” เจียงเจิ้งฮ่าวมีน้ำเสียงราบเรียนแฝงความอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ ต่อให้เขาต่อว่าหรือประชดประชันก็ยังฟังอ่อนโยนเปี่ยมเมตตา
“โรงหมออี้เหรินถังมีคนป่วยมารอรับการรักษาเนื่องแน่นขนาดนี้ จะเรียกว่าอัตคัดได้อย่างไรกัน”
เจียงเจิ้งเหวินถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาในขณะที่ชิงหว่านมีสีหน้างุนงง ในชาติก่อนก็ยังเคยได้ยินเหล่าพี่สาวน้องสาวในหอระบำจันทร์พูดกันว่า ถ้าเจ็บป่วยก็ให้ไปโรงหมออี้เหรินถัง แต่นางไม่เคยมาจึงไม่เคยพบหน้าหรือรู้จักเจียงเจิ้งฮ่าว
“พี่ใหญ่ ไว้หน้าข้าด้วย” เจียงเจิ้งฮ่าวลอบถอนหายใจเบาๆ
“มีเรื่องใดกันแน่ พวกพี่ปิดบังเรื่องใดรึ”
“ไม่มีสิ่งใดหรอก เพียงแค่พี่รองของเจ้าเป็นหมอที่จิตใจดีงาม คนเจ็บคนป่วยไม่มีเงินก็เต็มใจรักษา ซ้ำยังเจียดยาให้ไปอีกด้วยที่เห็นคนเนืองแน่นก็เพราะเหตุนี้ อย่าได้ถามว่าได้ค่ารักษาหรือไม่ แค่ค่ายาสมุนไพรยังไม่พอเลย”
เจียงเจิ้งเหวินอธิบาย เจียงเจิ้งฮ่าวก็พยักหน้ายอมรับ
“หากไม่ได้พี่ใหญ่คอยช่วยเหลือก็เกรงว่าโรงหมออี้เหรินถังคงปิดกิจการไปนานแล้ว”
“พี่รองจิตใจดีมีเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์ อยากช่วยเหลือผู้คนย่อมเป็นเรื่องดี แต่ช่วยจนล่มจมนั้นไม่ควรอย่างยิ่ง”
พรืดดดดดด
เป็นเสียงหลุดหัวเราะของพี่ใหญ่เจิ้งเหวิน แต่เจียงเจิ้งฮ่าวมีสีหน้ากระอักกระอ่วนจนทำให้ชิงหว่านงุนงง นางยกมือตีแขนพี่ใหญ่ไม่แรงนัก ต่อให้ใช้แรงมากกว่านี้พี่ใหญ่ก็ไม่สะเทือน