ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 คนที่ไม่อยากเจอ
September 18, 2026
เจียงเจิ้งเหวินไม่เคยขัดใจน้องสาวได้เลยสักครั้ง เมื่อนางอยากติดตามมาด้วย เขาก็พานางมา เพียงแค่ชิงหว่านนั่งรอในรถม้า
“รอพี่สักประเดี๋ยว”
“เจ้าค่ะ เสร็จธุระแล้ว เราไปหาพี่รองกันนะเจ้าคะ หว่านวานอยากเห็นเวลาพี่รองทำงานจะเป็นอย่างไร”
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ บางทีอาจเป็นเขาที่คิดมากไปเอง น้องเล็กก็ยังคงเป็นน้องสาวคนเดิมของเขา แม้บางคราวเขาจะรู้สึกเหมือนนางไม่ใช่คนเดิม เขาลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าไปที่จวนสกุลซ่ง เจียงเจิ้งเหวินคาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีนัก ด้วยเคยได้ยินมาไม่น้อยว่าผู้บัญชาการซ่งถือตนไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ ทว่าเขากลับคาดการณ์ผิด เมื่อแจ้งชื่อตนกับคนเฝ้าประตู พวกเขากลับเชิญให้เขาเข้าไปด้านใน
ปลายนิ้วเรียวงามแหวกผ้าม่านรถม้ามองไปด้านนอกอย่างสนใจ ริมฝีปากคลี่ยิ้มน้อยๆ พลางคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา บุรุษผู้นั้นระแวงทุกฝีก้าว ก็แน่ล่ะ กว่าจะไต่เต้ามาเป็นผู้บัญชาการสำนักประจิมมิใช่เรื่องง่าย ต่อให้บุรุษสกุลซ่งก็ต้องใช้ฝีมือจึงเข้ารับตำแหน่งนี้ได้ สำนักประจิมรับคำสั่งโดยตรงจากฮ่องเต้ เป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นเพิ่มเติมเพื่อคอยตรวจสอบและสอดส่ององครักษ์เสื้อแพรและสำนักบูรพาอีกทอดหนึ่ง มีอำนาจในการสังหารผู้ที่เป็นภัยได้ทันที
ซ่งอวี้หานไม่สนใจหญิงงามนางบำเรอ ในเรือนไม่มีฮูหยินหรือแม้แต่อนุ ไม่มีความชื่นชอบใดเป็นพิเศษ ไม่ว่าผู้ใดเสนอสิ่งใดให้เขาล้วนปฏิเสธหมดสิ้น นั้นเป็นเหตุผลที่นางให้พี่ใหญ่ส่งส้มไปเพียงแค่แปดผล แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการแสดงความจริงใจและเป็นพันธมิตร
ผู้คนเกรงกลัวเขาก็มากแต่ต้องการสังหารเขาก็ไม่น้อย และคณิกาไป๋ลู่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ตามจริงแล้วนางไม่ได้มีความแค้นใดกับผู้บัญชาการซ่ง แต่นางทำตามคำสั่งของเฟิงเยี่ยนหลง อ่อ...ตอนนี้เขาคือรัชทายาทเฟิงเยี่ยนหลง มิใช่แค่องค์ชายปลายแถวอีกแล้ว
รอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเองปรากฏขึ้น ในชาติก่อนองค์ชายเฟิงเยี่ยนหลงเข้ามาพัวพันกับนาง คุณชายในชุดขาวที่พูดจาให้เกียรติและคอยเป็นห่วงเป็นใย จิตใจของหญิงสาวในคราวนั้นย่อมหวั่นไหว เขาไม่เหมือนบุรุษผู้อื่นจนกระทั่งหัวใจของนางอยู่ในอุ้งมือของเขา ทั้งที่นางควรดูเขาออกแต่แรก แต่เพราะความไร้เดียงสาในความรักทำให้นางคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นางไม่ได้คาดหวังจะเป็นชายา ขอเพียงมีฐานะในใจเขาก็พอ ไม่ว่าสิ่งใดที่เขาสั่งนางพร้อมทำเพื่อเขา แม้สุดท้ายเขามอบความตายให้นางก็ตาม
ชีวิตใหม่นี้...นางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้อีกแล้ว นางแค่ต้องการชดใช้ความผิดที่นางก่อไว้ในชาติก่อน แล้วเริ่มต้นใหม่กับครอบครัวที่แสนดีอย่างนี้ เป้าหมายของนางตอนนี้คือต้องหาทางเอายาถอนพิษที่ซ่อนไว้กลับมาแล้วมอบให้ผู้บัญชาการซ่ง จากนั้นนางจะหาทางไปจากเมืองหลวงนี้ อยู่ให้ห่างไกลความวุ่นวายให้มากที่สุด
เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเดินบ้างวิ่งบ้างผ่านรถม้าของนาง หญิงสาวมองด้วยรอยยิ้ม เด็กหญิงตัวน้อยเดินเร็วๆ ตามหลังคนอื่นๆ จู่ๆ ก็สะดุดก้อนหินล้มลง ชิงหว่านตกใจแล้วรีบลงจากรถม้าตรงไปยังเด็กน้อย นางประคองเด็กขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นออกตามตัว
“เด็กดี เจ็บหรือไม่”
เด็กน้อยเนื้อกายมอมแมมเห็นหญิงสาวเบื้องหน้าก็บื้อใบ้ไปทันที เด็กน้อยเขินอายจนดวงหน้าแดงก่ำ ชิงหว่านหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนมาซับรอยเลือดที่ว่ามือน้อยๆ เมื่อครู่คงใช้มือยันพื้นเลยเป็นแผลถลอกเช่นนี้
“พวกเจ้ารีบร้อนจะไปไหนกันรึ”
“ตรงนั้นมีนักเล่านิทาน” เสียงเด็กชายตอบแล้วเข้ามาจูงมือเด็กหญิง
“ระวังหน่อย” ชิงหว่านดุเด็กชายไม่จริงจังนักแล้วนึกขึ้นได้ว่ามียาสมานแผลที่พี่รองให้มาติดตัวอยู่ มิรู้ว่าใช้แทนกันได้หรือไม่แต่นางก็ยื่นให้เด็กหญิง “นี่เป็นยาสมานแผลเจ้าล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทาบางๆ เช้าและเย็นจะได้หายเร็วขึ้น”
“ขอบคุณเทพธิดา”
“หือ?” ชิงหว่านทำหน้างุนงงแล้วชี้ที่หน้าตัวเอง “หมายถึงข้ารึ”
เด็กน้อยต่างรีบพยักหน้ายืนยัน “พี่สาวสวยขนาดนี้และยังใจดีด้วย ต้องเป็นเทพธิดาแน่นอน”