ตอนที่ 11
ตอนที่11 เจ้าอยากช่วยนาง
September 18, 2026
ตอนที่11
“ส้มแปดผลก็พอรึ”
เจียงเจิ้งเหวินถามน้องสาวอย่างประหลาดใจ ของขอบคุณที่เตรียมให้ผู้บัญชาการสำนักประจำจิมนั้น เจียงชิงหว่านแนะนำให้มอบส้มแปดผลเท่านั้น
“เจ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายืนยัน “ใต้เท้าซ่งเถรตรงและซื่อสัตย์ พี่ใหญ่มอบของล้ำค่าก็เกรงว่าจะถูกมองไม่ดีนัก ให้ใบชาไปเขาก็ไม่ใช้เองเป็นแน่น ส้มนี้ส่งไปเขาก็ให้คนข้างตัวกินแทนอยู่ พี่ใหญ่แค่แนบจดหมายหนึ่งฉบับตามที่หว่านวานแนะนำก็พอเจ้าค่ะ”
ข้อความในจดหมายนั้น เจียงเจิ้งเหวินลังเลเล็กน้อย แต่ทบทวนดีแล้วว่าไม่เสียหายอันใดจึงยอมทำตามที่น้องเล็กแนะนำ ‘ตระกูลเจียงยินดีให้ความช่วยเหลือใต้เท้าซ่งอวี้หาน’
“เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าแนะนำมา” เจียงเจิ้งเหวินจึงให้พ่อบ้านไปเตรียมส้มใส่ตะกร้าอย่างดีมา ครู่หนึ่งก็มีบ่าวเข้ามารายงาน
“มีคนมาขอพบคุณหนูขอรับ”
“ใครรึ” เจียงเจิ้งเหวินประหลาดใจที่จู่ๆ มีคนมาขอน้องสาวของตน
“นางบอกว่าชื่อเหมยจื่อ มากับลูกสาวขอรับ นางยังบอกว่าคุณหนูเรียกตัวนางมา”
“เหมยจื่อมาแล้วรึ” ชิงหว่านวางมือจาการอ่านบันทึกการค้าของตระกูล “ให้นางรอที่ห้องโถง ข้าจะไปพบนางเอง”
“ใครรึ” พี่ใหญ่ลุกขึ้นตาม ปกติไม่เคยเห็นน้องสาวติดต่อกับผู้ใด ยิ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น...เขาไม่เห็นนางพบเจอใครอื่นอีกนอกจากคนในครอบครัว
“พี่ใหญ่ไปด้วยกันก็รู้เอง”
หญิงสาวคล้องแขนกำยำกึ่งลากกึ่งจูงเดินไปที่ห้องโถง ซึ่งมีหญิงสาวอายุราวสิบแปดปียืนอุ้มลูกสาววัยขวบเศษไว้ในอ้อมแขน เจียงเจิ้งเหวินหันไปมองน้องสาวอย่างงุนงง
“เหมยจื่อนั่งก่อน” ชิงหว่านรีบเดินไปจับไหล่เป็นเชิงบังคับให้นั่งที่เก้าอี้ แต่เหมยจื่อผู้สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบไม่กล้านั่ง ฐานะอย่างนางจะนั่งได้อย่างไร
“คุณหนูเจียง ข้า...”
“นั่งก่อน เจ้าอุ้มลูกมาด้วย ตัวเองลำบากได้แต่อย่าให้ลูกลำบาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมยจื่อจึงยอมนั่งแต่โดยดี นางเงยหน้าขึ้นเจอสายตาคมกริบจ้องมองก็รีบหลุบตาลงแล้วกอดลูกสาวแน่นขึ้น
“ที่...ที่บ้านไม่มีใคร ข้าเลยต้องอุ้มลูกมาด้วย”
“ข้าเข้าใจ เหมยจื่อน้อยน่ารักจริงๆ” ชิงหว่านยื่นหน้าไปหยอกล้อเด็กหญิงตัวน้อย ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนหัวเราะคิกคัก ชิงหว่านนึกเอ็นดูจึงถอดกำไลหยกยกให้เด็กน้อย
“คุณหนู...ข้ารับไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ข้าให้เหมยจื่อน้อย เจ้าเป็นแม่ก็เก็บไว้เถิด”
นางได้แต่ยิ้มบางๆ หากไม่ใช่เพราะนางในชาติที่แล้วทำผิดต่อบัณฑิตผู้นั้น นาง...ป้ายสีเป็นให้บัณฑิตสัตย์ซื่อผู้หนึ่งต้องรับผิดโดยที่ไม่ได้ทำผิดเพียงเพราะเขาขัดขวางเส้นทางของคนที่นางรัก นางไม่ได้หวังให้เขาตาย ใครจะคิดว่าคนผู้นั้นยอมหักไม่ยอมงอ ยอมสิ้นชีพดีกว่าต้องกล่าววาจาเท็จ สุดท้ายจึงทิ้งภรรยาให้เป็นหม้ายทั้งที่ยังสาวโดยไม่รู้ว่าภรรยาตั้งครรภ์ ครอบครัวเดิมของบัณฑิตรังเกียจภรรยายากจนเป็นทุนเดิม ใส่ความว่าเหมอจื่อตั้งครรภ์กับชายชู้ และเมื่อคลอดลูกมาเป็นหญิงก็ยังหาทางรังแกไม่หยุดหย่อน เหมยจื่อมีฝีมือด้านเย็บปักแต่ทำงานเท่าไรก็ไม่พอกินเพราะญาติสามีมาเอาเงินไปเสียก่อน ชิงหว่านได้เกิดใหม่ในชาตินี้รู้ดีว่าไม่อาจทำคุณไถ่โทษความผิดของตนได้ แต่หวังว่าอย่างน้อยจะช่วยให้สองแม่ลูกมีชีวิตที่ดีไม่อดยากลำบากมากนัก