ตอนที่ 1
บทที่ 1
September 18, 2026
ตอนท้องได้ยี่สิบห้าสัปดาห์ หรงซูจับได้ว่าสามีนอกใจที่โรงพยาบาล
ชายหนุ่มที่สวมเสื้อโค้ตสีดำหน้าตาหล่อเหลา กำลังปกป้องหญิงสาวบอบบางงดงามในอ้อมอก หญิงสาวสวมเสื้อกันหนาวขนจิ้งจอกสีขาว แก้มแดงระเรื่อ ใบหน้าดวงน้อยถูกห่อไว้ในผ้าพันคอขนแกะอ่อนนุ่ม ใบหน้างดงามราวตุ๊กตา
หรงซูกำผลตรวจครรภ์แน่น แน่นจนนิ้วมือขาวซีด เมื่อลมหนาวพัดผ่าน สิ่งที่หนาวกว่าร่างกายคือหัวใจที่ปวดหนึบ
เซิ่งถิงเชินมองเห็นเธอแต่ไกล สีหน้าเขาเรียบเฉย ไม่ละอายเลยสักนิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เขาเปิดประตูให้หญิงสาวด้วยตัวเอง สีหน้าอ่อนโยน
ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งเย็นชา ที่แท้ก็รู้จักปกป้องและอ่อนโยนเหมือนกัน
หญิงสาวเหมือนสังเกตเห็นหรงซู ท่าทางเธอชะงัก เริ่มจากมองหรงซูอย่างสงสัยแวบหนึ่งก่อน จากนั้นหันไปถามเซิ่งถิงเชิน “ทำไมคุณน้าคนนั้นมองพี่ตลอดเลย พี่เชิน พี่รู้จักเธอเหรอคะ?”
เสียงลมหนาวหวีดหวิวอยู่ข้างหู
หรงซูไม่รู้ว่าหญิงสาวพูดอะไรกับเซิ่งถิงเชิน
แต่เธอดูออกจากรูปปากหญิงสาวกับคำว่า ‘คุณน้า’
คุณน้าเหรอ?
น่าจะเป็นสรรพนามที่เรียกเธอ
ในใจหรงซูขมขื่น
ปีนี้เธออายุแค่ยี่สิบสี่ปี
แต่รูปร่างที่เดิมทีก็อวบท้วมบวกกับหน้าตาธรรมดา สวมเสื้อขนเป็ดสีดำกับหมวกไหมพรมสีดำ ร่างกายที่บวมและอ้วนเทอะทะเพราะใกล้คลอด รวมถึงสีหน้าอิดโรย ทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงแก่อายุสามสี่สิบปีจริง ๆ จะไปเทียบกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์สวยงามได้ยังไง
เซิ่งถิงเชินปกป้องดูแลหญิงสาวขึ้นรถ
หรงซูตัวแข็งทื่อยืนอยู่ที่เดิม มองดูด้านหลังรถที่ขับออกไป
เธอกับเซิ่งถิงเชินแต่งงานกันเพราะลูก การแต่งงานที่ถูกบีบบังคับ สำหรับอัจฉริยะอย่างเซิ่งถิงเชินถือเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตของเขา เด็กในท้องของเธอคือเครื่องมือที่เธอใช้ข่มขู่เขา
เขาเกลียดเธอมาก
ส่วนเธอแอบรักเขามาแปดปี แต่หรงซูรู้ดีว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเขาเลย ทำได้เพียงพยายามเรียนรู้ไม่หยุด ยกให้เขาเป็นเป้าหมายแห่งอุดมคติในชีวิตของตัวเอง และก้าวตามรอยเท้าของเขา
ในที่สุดเธอก็สมดังใจปรารถนา กลายเป็นผู้ช่วยของเขา สามารถยืนอยู่ข้างเขาในระยะใกล้
คืนนั้นไม่ได้ทำลายเพียงเซิ่งถิงเชิน แต่ฉีกกระชากความภูมิใจและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอต่อหน้าเขาจนย่อยยับด้วย
เธอไม่มีวันลืมว่าหลังเกิดเรื่อง สายตารังเกียจที่เขาจ้องมองเธอก็เหมือนไปแตะต้องสิ่งที่น่าขยะแขยงเข้า
ดังนั้นมีเพียงหญิงสาวที่งดงามอย่างนั้นถึงจะคู่ควรกับเขา
หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลรินจากหางตา ต่อมาท้องน้อยปวดเกร็ง เธอรีบยื่นมือประคองท้องน้อย อีกมือหนึ่งก็ยันเสาหินเอาไว้
พยาบาลที่เดินผ่านเห็นเธอเข้า เลยรีบเข้ามาพยุง แล้วพาเธอไปที่ห้องตรวจ
เธอเพียงแค่อารมณ์แปรปรวนเลยส่งผลต่อลูกในท้อง
รอให้ผ่อนคลายลง
หรงซูก็ออกจากโรงพยาบาล พาร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้ากลับไปที่เฉียนสุ่ยวิลล์เพียงลำพัง
ที่นี่เป็นวิลล่าของเซิ่งถิงเชิน
คุณนายใหญ่เซิ่งจัดแม่บ้านที่มีประสบการณ์จากคฤหาสน์ใหญ่ตระกูลเซิ่งมาดูแลเธอ
ขณะนี้
แม่บ้านสองคนที่ดูแลเธอทำตัวเหมือนเจ้าของวิลล่า นั่งกินอาหารและพูดคุยหัวเราะกันอยู่ในห้องรับแขกที่เปิดฮีตเตอร์
แม่บ้านได้ยินเสียง
เลยหันไปมองตรงทางเข้า
พอเห็นหรงซูกลับมา
หนึ่งในแม่บ้านลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพร้อมสอบถาม “ผลตรวจครรภ์เป็นยังไงบ้าง?”
ท่าทีเฉื่อยชาน้ำเสียงดูแคลน
บอกว่าเป็นแม่บ้านที่มาดูแลเธอ แต่กลับเหมือนเจ้าของบ้านที่มาจับตาดูเธอมากกว่า
หรงซูเพียงแค่มองดูแม่บ้านอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง ไม่ได้สนใจ เดินมุ่งหน้าไปทางบันได
แม่บ้านขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“ฉันกำลังถามเธอนะ?”
หรงซูยังคงไม่สนใจ
แม่บ้านมองดูแผ่นหลังของหรงซู แล้วด่าทอ “อ้วนอย่างกับหมู นึกว่าตัวเองเป็นคุณนายน้อยตระกูลเซิ่งจริง ๆ เหรอ วางท่าอยู่ได้”
หรงซูกลับไปที่ห้องแล้วนั่งลงบนเตียง ในใจว่างเปล่าและสับสน
ไม่ว่าจะเป็นเซิ่งถิงเชินหรือตระกูลเซิ่งก็ล้วนไม่ถูกใจลูกสะใภ้อย่างเธอ
การที่คุณนายใหญ่เซิ่งออกหน้าให้เธอจดทะเบียนกับเซิ่งถิงเชิน
เป็นเพราะคุณท่านเซิ่งป่วยหนัก พอดีเธอท้องแล้วมาหาถึงที่บ้าน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ถึงได้จัดการให้พวกเธอแต่งงานกัน เป็นเรื่องมงคลสองเด้ง
ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือการสะเดาะเคราะห์เห็นผล อาการป่วยของคุณท่านเซิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ
ท่าทีที่คุณนายใหญ่เซิ่งมีต่อเธอถึงได้เปลี่ยนไป
แต่คนอื่น ๆ ในตระกูลเซิ่งยังดูถูกเธอเหมือนเดิม
วันนี้เธอไปตรวจที่โรงพยาบาลก็เพื่อให้แน่ใจเรื่องเพศของลูกในท้อง ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิง
ทางคุณนายใหญ่เซิ่งน่าจะได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลแล้ว
ขณะนี้
เสียงมือถือสั่นดังขึ้นเป็นระยะ
หรงซูเรียกสติกลับมา
เอามือถือออกจากกระเป๋า เมื่อเห็นสายที่โทรมา เธออึ้งไปสักครู่ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอเป็นคนโทรมา