ตอนที่ 369
บทที่ 679 โชคดีแต่ก็น่าเศร้า
October 31, 2026
หลินหวานสงสัย “บอสเผยมอบหมายงานอะไรให้เหรอคะ” หวังเสี่ยวปินพูดด้วยสายตาว่างเปล่า “บอสเผยบอกให้ผมแบ่งพนักงานฉางห ยางเกมส์ครึ่งหนึ่งไปดูแลเรื่องอัปเดตเกมเก่า “ผมไม่เข้าใจเลย งานนี้เหมาะกับเยว่จือโจวมากกว่าอีก ผมเป็นนักออกแบบ ระบบ เรื่องการพัฒนาเกมไม่ใช่ทางผมเลย “แถมยังให้เป่ายิงฉุบตัดสินกันอีก ผมว่ามันเกินไป…” หลินหวานขมวดคิ้วและคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง “หนูว่าที่บอสเผยให้เป่ายิงฉุบน่าจะมีความหมายเบื้องลึกซ่อนอยู่” หวังเสี่ยวปินผงะไป “หา? เป่ายิงฉุบก็มีความหมายลึกซึ้งด้วย คุณอาจจะ…คิด เยอะเกินไปรึเปล่า” หลินหวานส่ายหน้า “คุณเก่งเรื่องวางแผนระบบ ส่วนเยว่จือโจวเก่งเรื่อง ออกแบบเกม บอสเผยน่าจะรู้เรื่องนี้ดี “เห็นได้ชัดว่าการให้คุณรับผิดชอบเรื่องที่ไม่ถนัดก็เพื่อให้คุณพัฒนา ความสามารถตัวเอง” หวังเสี่ยวปินคิดตาม “แต่ถ้าอยากให้ผมพัฒนาตัวเอง บอสเผยก็มอบหมาย งานให้ผมตรงๆ เลยก็ได้นี่ ทำไมต้องให้เป่ายิงฉุบกันด้วยล่ะ”หลินหวานไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับ “หนูคิดว่าน่าจะเป็นการ สื่อสารแนวคิดรูปแบบหนึ่ง “ชัดเจนว่าบอสเผยคิดว่าทุกคนในเถิงต๋า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องมี ความสามารถรอบด้าน ถึงจะจับสลากเรื่องงาน ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบงานที่ตัวได้ รับมาได้ “อีกอย่างเราสามารถเห็นทัศนคติของบอสเผยต่อฉางหยางเกมส์ผ่าน เหตุการณ์นี้ได้ด้วย “โลกภายนอกมักมองว่าฉางหยางเกมส์ด้อยกว่าฝ่ายเกมเถิงต๋า “แต่ตอนนี้บอสเผยให้เราโปรโมต GOG เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศและทำ DLC ให้เกมเถิงต๋า แสดงว่าบอสเผยมองว่าควรปฏิบัติกับเราและฝ่ายเกมเถิงต๋าอย่าง เท่าเทียมกัน “เพราะงั้นเราก็ไม่ควรทำให้บอสเผยผิดหวัง!” หวังเสี่ยวปินพยักหน้า “อ๋อ เข้าใจแล้วครับ!” ชัดเจนว่าบอสเผยเสี่ยงมากที่ตัดสินใจแบบนี้! สำหรับเจ้านายทั่วไป การให้พนักงานแต่ละคนทำสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดคือวิธีที่ ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด แถมยังควบคุมความเสี่ยงได้มากที่สุดด้วย ใครจะอยากใช้โปรเจ็กต์งานเป็นตัวฝึกฝนพนักงานตัวเองกันเจ้านายบางที่ให้พนักงานทำอีกตำแหน่งควบคู่ไปด้วย ซึ่งอาจจะใช้คำสวยหรู ว่าเป็น ‘การเรียนรู้’ แต่จริงๆ แล้วแค่ไม่อยากจ่ายเงินเพิ่มเพื่อจ้างมืออาชีพ แต่บอสเผยไม่เหมือนกัน บอสส่งเสริมให้พนักงานรับผิดชอบโปรเจ็กต์ที่ แตกต่างกันไป แม้จะให้เงินเดือนและสวัสดิการที่ดีมากพออยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าการทำแบบนี้อาจทำให้โปรเจ็กต์ล่มได้ แต่บอสเผยก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะบอสอยากฝึกฝนให้พนักงานทุกคนเก่งรอบด้านและแสดงให้เห็นว่าเชื่อมั่น ในตัวพวกเขา หวังเสี่ยวปินรู้สึกว่าจะทำให้บอสเผยผิดหวังไม่ได้ และต้องทำงานใหม่ที่ได้รับ มอบหมายให้ออกมาดีเยี่ยมเพื่อพิสูจน์ตัวเอง! … … วันอังคารที่ 11 ตุลาคม บนรถแท็กซี่ ลู่จือเหยาสวมแว่นกันแดด หน้ากากอนามัย และหมวกแก๊ปเต็มยศ เพราะกลัวว่าแฟนๆ จะจำเขาได้และอาจต้องเจอปัญหาที่ไม่จำเป็นเขาเพิ่งมาถึงจิงโจวและตรงไปยังเฟยหวงสตูดิโอเลย โดยไม่แวะพักที่โรงแรมก่อนลู่จือเหยาลบฉายาพิษร้ายแห่งวงการภาพยนตร์ได้สำเร็จหลังวันพรุ่งนี้ที่สดใสเป็นกระแสโด่งดัง มีหลายเจ้าติดต่องานมา ส่วนใหญ่เสนอราคาให้สูงมากแต่ลู่จือเหยาก็ไม่รับสักเจ้าถ้าไม่ส่งบทมาให้ดู เขาก็รู้สึกกังวล แต่เจ้าที่ส่งบทมาให้ดู เขาก็รู้สึกว่าเป็นบทที่กลวงหลังได้อ่านไม่มีบทไหนให้ความรู้สึกพิเศษเหมือนวันพรุ่งนี้ที่สดใสเลย!มีบทหนึ่งที่ลู่จือเหยาค่อนข้างพอใจ แต่เป็นบทที่คล้ายกันกับวันพรุ่งนี้ที่สดใสซึ่งก็คือบทคนจนที่คลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขาติดต่อลู่จือเหยามาเพราะเห็นผลงานที่ทำไว้ในวันพรุ่งนี้ที่สดใส แล้วรู้สึกว่าเขาเหมาะกับบทนี้มากลู่จือเหยาไม่ได้ปฏิเสธ เพราะในฐานะนักแสดง เขาต้องมีความเป็นมืออาชีพแต่เขาก็คิดว่าในเมื่อเคยแสดงบทแบบนี้ในวันพรุ่งนี้ที่สดใสไปแล้ว แสดงบทเดิมซ้ำอีกก็ไม่ได้อะไรไม่ช่วยพัฒนาไปไหนลู่จือเหยาคิดว่าฝีมือการแสดงของตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดตอนถ่ายวันพรุ่งนี้ที่สดใสและได้มีส่วนร่วมอย่างมากกับกระบวนการถ่ายทำ เขาไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ในกองถ่ายไหนมาก่อนเพราะงั้นเขาจึงยังลังเลอยู่กว่าจะลบฉายาพิษร้ายของวงการหนังได้ก็ยากมากแล้ว ถ้าเผลอเลือกแสดงหนังแย่ขึ้นมา ความพยายามทั้งหมดจะไม่สูญเปล่าเหรอลู่จือเหยาถามตัวเองอยู่ซ้ำๆ เขาไม่ใช่นักแสดงที่เลือกบทได้เก่งบางบทอาจดูดี แต่ก็ไม่รู้ว่าระหว่างถ่ายทำจะเกิดอะไรบ้าง เขาต้องระวังตัวเพราะตอนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นซึ่งผู้กำกับจูเสี่ยวเช่อก็โทรมาได้จังหวะพอดีโปรเจ็กต์ของบอสเผยไม่เคยล้มเหลว เพราะงั้นก็พุ่งเลย!แน่นอนว่าเขาต้องอ่านบทดูก่อนถ่ายทำ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจผู้กำกับจู แต่เขาต้องรู้ก่อนว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง จะได้เตรียมตัวล่วงหน้าและบิลด์อารมณ์ถูก“ผู้กำกับจู!”ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ลู่จือเหยาก็เห็นผู้กำกับจูกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่โต๊ะจูเสี่ยวเช่อกำลังจดจ่ออยู่กับการเขียนบท เขาสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงของลู่จือเหยา ก่อนจะรีบซ่อนเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วแสงลู่จือเหยาผงะไปครู่หนึ่ง แต่จูเสี่ยวเช่อก็ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะทันได้โต้ตอบอะไร“มาถึงเร็วจังเลยครับ ผมคิดว่าน่าจะใช้เวลาอีกชั่วโมงนึง” จูเสี่ยวเช่อซ่อนความเลิ่กลั่กด้วยรอยยิ้มพลางเรียกคนมาเสิร์ฟน้ำลู่จือเหยาพยักหน้า “ผมไม่ได้แวะไปโรงแรมน่ะครับ พอดีตื่นเต้นกับหนังเรื่องใหม่มาก ก็เลยรีบเข้ามาหาผู้กำกับจู จะได้อ่านบทดูว่าตัวละครเป็นยังไง กลับไปที่โรงแรมจะได้ท่องบทหรือเตรียมตัวอะไรงี้ครับ”จูเสี่ยวเช่อกระแอมกระไอ “เอ่อ… ผมว่าผมบอกไปแล้วนะว่าบทยังไม่พร้อม”ลู่จือเหยาไม่ได้ใส่ใจมาก “ไม่เป็นไรครับ มีเท่าไหร่ก็อ่านเท่านั้นแหละ”จูเสี่ยวเช่อดูเขินอายเล็กน้อย แต่ก็รีบแก้ปัญหา “อันที่จริง… ผมยังให้คุณดูบทไม่ได้”