ตอนที่ 387
บทที่ 697 ลงทุนในสตูดิโออิงเถา
October 31, 2026
เหลียงชิงฟานผงะไป มีใครบ้างที่จะเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีโอกาสในการเพิ่มมูลค่า หรือว่า… บอสเผยจะบอกให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ยอดนิยมใจกลางเมืองจริงๆ? ราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่นิยมนั้นประเมินไว้สูงมาก ดังนั้นจึงแทบไม่มี ช่องให้เพิ่มมูลค่าขึ้นไปอีก ซึ่งก็ถือว่าเข้าข่ายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีโอกาสในการ เพิ่มมูลค่า เหลียงชิงฟานเข้าใจทันทีจึงรีบพยักหน้า “ได้เลยครับบอสเผย!” เขาสังเกตเห็นชัดเจนว่าทัศนคติเรื่องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของบอสเผยนั้น เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ที่ผ่านมาบอสเลือกแต่ขยะ ทั้งตึกผังห้องห่วย อาคารทำเลห่างไกลผู้คน และ อาคารพาณิชย์กึ่งที่พักอาศัย แต่ตอนนี้บอสให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีโอกาสในการเพิ่มมูลค่าน้อย ซึ่งก็คือ อสังหาริมทรัพย์ยอดนิยมใจกลางเมือง ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะเหลียงชิงฟานผนวกเรื่องนี้เข้ากับโมเดลอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อย 2.0 แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกลยุทธ์ บอสเริ่มจากการเลือกขยะเพราะต้องการเน้นย้ำถึงแนวคิดหลักของอพาร์ต เมนต์บ้านจอมเฉื่อย ตัวอย่างเช่น ในคลิปโปรโมตของอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อย สองอาคารใน คอมมูนิตี้ปินหูรีโนเวตจากอาคารขยะที่ไม่มีใครสนใจมาเป็นอาคารที่พักอาศัยได้ จริง เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่เรียกความสนใจได้จำนวนมาก ในเมื่อตอนนี้อพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อยเรียกความสนใจได้มากแล้ว พวกเขา ก็ต้องออกสำรวจและสร้างมูลค่าแบรนด์ให้สูงขึ้นต่อไป ดังนั้นเหลียงชิงฟานจึงสนับสนุนความคิดของบอสเผยสุดใจ พอเห็นสีหน้าประมาณว่า ‘คนเก่งย่อมคิดเหมือนกัน’ ของเหลียงชิงฟาน เผย เชียนก็รู้สึกผิดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล แต่พอคิดดู เลือกเก็บแต่ขยะต่อไปก็ไร้ประโยชน์ พอถึงเวลา มูลค่าก็พุ่งขึ้น แบบก้าวกระโดด แล้วก็ต้องไปตกใจเอาตอนสรุปบัญชีอีก ยังไงก็ต้องเลือกทางที่เลวร้ายน้อยกว่า เผยเชียนคิดอยู่พักใหญ่แล้วตัดสินใจ ยึดความคิดปัจจุบัน ลองโมเดลอพาร์ตเมนต์บ้านจอมเฉื่อย 2.0 ดูก่อน ถ้าไม่รอดค่อยคิดหาทางอื่น …… วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม ปักกิ่ง สตูดิโออิงเถา “เร็วเขา ทุกคนรีบจัดโต๊ะตัวเองให้เป็นระเบียบ ห้ามทำลายความประทับใจ แรก” ชายสูงผอม อายุไม่น่าจะเกินสามสิบกำลังเก็บกวาดโต๊ะรกรุกรังที่มีหนังสือกองพะเนิน ปากก็บอกให้อีกสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำตามอีกสามคนดูเด็กกว่าเขา ชายคนหนึ่งหน้ากลม ดูไร้เดียงสาหน่อยๆ ชายอีกคนตัวอ้วนเล็กน้อย และหญิงสาวอีกคนสวมแว่นไว้ผมหางม้าในปักกิ่งมีสตูดิโอเกมอินดี้เล็กๆ แบบนี้มากมายถ้ามีที่ให้สิงสถิต คนแค่สามสี่คนก็สามารถพัฒนาเกมอินดี้ได้แล้วชายสูงผอมคือเจ้าของและผู้อำนวยการสร้างของสตูดิโออิงเถา ชื่อเจี่ยงฟานชายคนที่ดูไร้เดียงสาชื่อหยางเลี่ยง เป็นนักออกแบบเกมหลัก ชายร่างท้วมเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบระบบ ส่วนสาวผมหางม้าเป็นนักออกแบบงานศิลป์นอกจากนั้นคนอื่นๆ เป็นนักออกแบบระบบพาร์ตไทม์ สามารถใช้เครื่องมือพัฒนาเกมกันได้ทุกคนสาวผมหางม้ารับผิดชอบเรื่องงานศิลป์ แต่วาดทรัพยากรงานภาพด้วยตัวเองได้แค่บางส่วน ส่วนใหญ่จะติดต่อกับคนบนเว็บไซต์ บอกความต้องการ และยืนยันรับงานทีมงานขนาดเล็กสี่คนเป็นมาตรฐานปัจจุบันของสตูดิโอเกมอินดี้ในจีนถ้าคนน้อยกว่านี้ วงรอบการพัฒนาจะนานขึ้น นอกจากนี้ยังการันตีเรื่องคุณภาพของเกมที่สร้างได้ยากด้วย ต้องหวังพึ่งดวงล้วนๆ แต่ถ้าคนเยอะกว่านี้บริษัทก็อาจจะเอาตัวไม่รอดบริษัทเกมอินดี้มีข้อจำกัดเรื่องเงินทุน ทุกหยวนมีค่าสุดๆถึงจะมีเครื่องมือพัฒนาเกมและแพลตฟอร์มทางการในการหาทรัพยากรงานภาพมาจับคู่กับระบบ แต่การพัฒนาเกมอินดี้ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอยู่ต้องจ่ายค่าเช่า เงินเดือนพนักงาน ค่าทรัพยากรงานภาพถึงแพลตฟอร์มเกมทางการจะมีนโยบายสิทธิพิเศษมากมายสำหรับผู้พัฒนาเกมอินดี้ แต่ถ้าเกมขายไม่ได้ ทุกอย่างก็ไร้ประโยชน์ กลายเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าหยางเลี่ยง หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้ไร้เดียงสาเก็บกวาดโต๊ะอย่างไม่ค่อยเต็มใจ“พี่ฟาน ไม่ต้องทำความสะอาดหรอก ผมว่าเปล่าประโยชน์ มีนักลงทุนหลายคนเข้ามาถามนั่นถามนี่ แต่ก็ไม่มีใครอยากลงทุนกับความเสี่ยงอย่างพวกเรา“เพราะยังไงเกมอินดี้ก็มีโอกาสล้มเหลวสูง ไม่มีใครอยากมาลงทุน“เอาเวลาทำความสะอาดไปแก้บั๊กดีกว่า”เจี่ยงฟานเองก็อับจนหนทาง “ไม่มีทางอื่นแล้วน้องเลี่ยง สถานการณ์การเงินของสตูดิโอเราเลวร้ายมาก ถ้าไม่มีใครยอมลงทุน อย่างมากก็อยู่ต่อไปได้แค่เดือนเดียว ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง พี่ให้ทุกคนทำงานฟรีๆ ไม่ได้ มาลองดูกันอีกสักครั้งเถอะ“พี่ลองถามเพื่อนในวงการดูแล้ว เห็นว่าบอสชิวที่จะมาวันนี้เป็นที่รู้จักดีในวงการ ถึงจะยังไม่ได้ลงทุนกับบริษัทไหนเลย แต่ก็มีติดต่อไปบ้าง แสดงว่ามีความตั้งใจที่จะลงทุน”หยางเลี่ยงจัดแจงข้าวของต่อ “จริงเหรอ พี่ฟานคิดว่าเรามีโอกาสได้เงินทุนมั้ย”เจี่ยงฟานส่ายหน้า “พี่ก็ตอบไม่ได้