ตอนที่ 1
บทที่ 1 เปลี่ยนเป้าหมายด่วน! ทิ้งตี้จวินเฮงซวย
September 18, 2026
บทที่ 1 เปลี่ยนเป้าหมายด่วน! ทิ้งตี้จวินเฮงซวย
“เพล้ง!”
เสียงถ้วยชาเคลือบชั้นดีแตกกระจายเกลื่อนพื้น ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ตวาดกร้าวด้วยความรำคาญใจขั้นสุด
“เสิ่นเจียวเจียว! ต่อให้เจ้าจะอาละวาดพังหอสุรานี้จนราบเป็นหน้ากลอง หรือขู่จะผูกคอตายเรียกร้องความสนใจอีกกี่รอบ เปิ่นหวางก็ไม่มีวันชายตามองสตรีร้ายกาจไร้ยางอายเช่นเจ้า! เลิกตามตื๊อข้าเสียที!”
เสิ่นเจียวเจียวกะพริบตาปริบๆ อาการปวดหัวจี๊ดแล่นพล่านราวกับถูกใครเอาค้อนปอนด์มาทุบ ภาพตรงหน้าคือบุรุษรูปงามสวมชุดหรูหราปักลายมังกรสี่เล็บ เขากำลังมองนางด้วยสายตาขยะแขยงราวกับมองก้อนกรวดเปื้อนโคลนริมทาง
เดี๋ยวนะ... สตรีร้ายกาจ? เปิ่นหวาง?
หญิงสาวยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนมองคนแปลกหน้า “ขออภัยนะเจ้าคะ เมื่อครู่... ท่านเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
บุรุษตรงหน้าแค่นเสียงเหอะ “นี่เจ้าถึงขั้นแกล้งเลอะเลือนลืมชื่อตัวเองเพื่อยื้อเวลาอย่างนั้นรึ? ได้! ข้าจะเรียกชื่อเจ้าซ้ำอีกครั้งให้เต็มสองหู... เสิ่น-เจียว-เจียว!”
เปรี้ยง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกะหม่อม ความทรงจำสายหนึ่งไหลทะลักเข้ามาในหัวทำเอานางแทบทรุด บ้าไปแล้ว! นี่นางทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่อง ลิขิตรักบุปผาเหนือมังกร ที่เพิ่งด่าไรท์เตอร์ยับจนจบไปเมื่อคืนงั้นเหรอ! แถมไม่ได้เป็นนางเอกแสนดีมีสกุลรุนชาติ แต่ดันมาอยู่ในร่างของ เสิ่นเจียวเจียว คุณหนูตระกูลแม่ทัพผู้เอาแต่ใจ นางร้ายอันดับหนึ่งของเรื่องที่คลั่งรักรัชทายาท จ้าวเย่ จนเสียสติ!
และจุดจบของนางร้ายสายพลีชีพคนนี้คืออะไรน่ะหรือ? อีกสามปีข้างหน้า ตระกูลเสิ่นจะถูกใส่ร้ายด้วยข้อหากบฏ นางและคนทั้งตระกูลจะถูกลากไปตัดหัวเสียบประจานเลือดนองเต็มลานประหารกลางเมือง!
ภาพคมดาบวาววับลอยเข้ามาในหัว เสิ่นเจียวเจียวลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หญิงสาวกวาดตามองสถานการณ์ปัจจุบัน ตอนนี้นางกำลังยืนขวางทางรัชทายาทจ้าวเย่อยู่ที่ระเบียงชั้นสองของหอสุราอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ผู้คนรอบข้างต่างชะเง้อคอมอง ซุบซิบนินทากันสนุกปาก รอดูฉากคุณหนูเสิ่นร้องห่มร้องไห้ลงไปกอดขารัชทายาทเหมือนทุกที
“เจ้าหูหนวกไปแล้วหรือไง!” จ้าวเย่ตวาดซ้ำเมื่อเห็นนางนิ่งอึ้งไป
เสิ่นเจียวเจียวสูดลมหายใจเข้าลึก... ก่อนจะก้าวถอยหลัง หลบทางให้กับรัชทายาทอย่างง่ายดาย พร้อมผายมือเชิญด้วยท่วงท่าสง่างาม
“เชิญเสด็จเพคะ”
จ้าวเย่ชะงักกึก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ ทำไมสตรีบ้าคนนี้ถึงได้เงียบและยอมถอยง่ายๆ เช่นนี้? แต่ความรำคาญมีมากกว่า เขาจึงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปอย่างไม่ไยดี
เสิ่นเจียวเจียวมองตามแผ่นหลังนั้นพลางเบะปาก คว่ำตามองบน คนที่อ่านนิยายมาจนทะลุปรุโปร่งอย่างนางรู้หมดเปลือกนั่นแหละ ว่าไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายครอบครัวนาง ก็คือรัชทายาทเฮงซวยผู้นี้นี่เอง! นิสัยทุเรศแบบนี้ เป็นพระเอกไปได้ยังไงเนี่ย!
“คุณหนู... ท่านไม่เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” ชุนเถา สาวใช้คนสนิทรีบถลันเข้ามาประคองผู้เป็นนาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของนาง
เป็นสิ เป็นแน่ๆ! นางคิดในใจอย่างหัวเสีย อยู่ๆ ก็โผล่มาที่ไหนไม่รู้ แถมเปิดฉากมาก็ถูกผู้ชายตะคอกใส่หน้า ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างสมเพชเวทนา
“ชุนเถา กลับจวนกันเถอะ” นางเอ่ยเสียงเรียบ
ทว่า ขณะที่เสิ่นเจียวเจียวกำลังจะก้าวเท้าลงบันได สายตาของนางพลันสะดุดเข้ากับขบวนม้าที่กำลังเคลื่อนผ่านถนนสายหลักหน้าหอสุราเบื้องล่างพอดี
ผู้ที่ขี่ม้านำหน้าสุดคือบุรุษหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีดำขลิบแดงของหน่วยผู้ตรวจการลับ (องครักษ์เสื้อแพร) เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับหยกชั้นดีที่สวรรค์ตั้งใจแกะสลัก ทว่ากลับเย็นชาจนน่าขนลุก คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาดุดัน แค่เขานั่งอยู่เฉยๆ บนหลังม้า รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านจนชาวบ้านสองข้างทางต้องก้มหน้าหลบสายตาเป็นพัลวัน