ตอนที่ 6
บทที่ 6: พี่สาวแสนดี
September 18, 2026
บทที่ 6: พี่สาวแสนดี
ณ ห้องรับรองส่วนตัว โรงเตี๊ยมชิงเฟิง
บรรยากาศบนโต๊ะน้ำชาเต็มไปด้วยความชื่นมื่น เสิ่นเจียวเจียวสั่งขนมหวานขึ้นชื่อมาวางจนเต็มโต๊ะ คอยคีบป้อนซูชิงชิงอย่างเอาอกเอาใจ ประหนึ่งพี่สาวที่แสนดี โดยมีลู่หวูเหยียนนั่งกอดอกหน้าตึงเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง คอยสังเกตการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
“น้องชิงชิง เจ้าฟังพี่สาวนะ” เสิ่นเจียวเจียวจิบชาจวี๋ฮวาดับกระหาย ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการล้างสมองขั้นพื้นฐาน
“บุรุษที่เอาแต่ยัดเยียดของขวัญให้โดยไม่เคยเอ่ยปากถามความสมัครใจ ไม่ได้แปลว่าเขารักเจ้าหรอกนะ แต่มันแปลว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวและเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางต่างหาก!”
ซูชิงชิงชะงัก ช้อนตากลมโตขึ้นมองอย่างสับสน “แต่... ตี้จวินบอกว่านั่นคือความหวังดี...”
“หวังดีกับผีน่ะสิ!” เสิ่นเจียวเจียวตบโต๊ะป้าบ (จนลู่หวูเหยียนที่นั่งอยู่มุมห้องยังแอบเลิกคิ้ว) “วันนี้เขาใช้ยศถาบรรดาศักดิ์บังคับให้เจ้ารับปิ่นปักผมได้ วันหน้าเขาก็จะบังคับให้เจ้าทำในสิ่งที่เจ้าไม่อยากทำ! สตรีเราต้องมีจุดยืนนะ สวยและฉลาดอย่างเจ้า ไม่จำเป็นต้องง้อบุรุษพรรค์นั้นเลย ขืนแต่งเข้าไปในวังหลังที่มีสตรีเป็นร้อยคอยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เจ้ามิถูกคนพวกนั้นรังแกจนกระอักเลือดตายหรือ?”
คำพูดที่แทงใจดำราวกับเปิดโลก ทำให้นัยน์ตาของนางเอกต้นฉบับเปล่งประกายความเลื่อมใสวาววับ
“พี่เจียวเจียว... ท่านพูดถูกที่สุด! ข้าไม่อยากเข้าวัง ข้าแค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข”
“ดีมาก! ต่อไปนี้... หากมีเรื่องอันใด หรือต้องการความช่วยเหลือ มาหาข้าที่จวนได้เสมอ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!” เสิ่นเจียวเจียวตบหน้าอกรับประกัน
ลู่หวูเหยียนที่นั่งเงียบมาตลอด แอบหรี่ตามองสตรีจอมกะล่อน... นี่คือความจริงใจของนาง หรือว่านางแค่ต้องการใช้เล่ห์เหลี่ยมเป่าหูให้ซูชิงชิงตีตัวออกห่างจากรัชทายาทอย่างแนบเนียนกันแน่? ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร เห็นทีเขาคงต้องจับตาดูสตรีอันตรายผู้นี้ให้ใกล้ชิดกว่าเดิมเสียแล้ว
หลังจากร่ำลาและส่งซูชิงชิงขึ้นรถม้ากลับจวนอย่างปลอดภัย เสิ่นเจียวเจียวและลู่หวูเหยียนก็เดินออกมาที่ถนนหน้าโรงเตี๊ยม ทว่าทันใดนั้น...
“พี่สาวคนสวย! ช่วยด้วย! ได้โปรดช่วยน้องสาวข้าด้วย!”
เด็กชายขอทานเนื้อตัวมอมแมมพุ่งพรวดเข้ามาเกาะหมับเข้าที่ชายกระโปรงผ้าไหมราคาแพงระยับของเสิ่นเจียวเจียว อาสือทำท่าจะพุ่งเข้ามาดึงตัวเด็กออก แต่นางกลับยกมือปรามไว้ทันควัน
“เกิดอะไรขึ้นเด็กน้อย?” นางก้มลงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน โดยไม่สนใจรอยสกปรกบนชุดสวยเลยสักนิด
“น้องสาวข้า... นางชักเกร็ง ตัวร้อนจี๋ หายใจไม่ออก จะตายอยู่แล้วขอรับ! หมอที่โรงหมอก็ไล่พวกเราออกมาเพราะไม่มีเงิน พี่สาว... ข้าขอร้อง...” เด็กชายร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด เขาตระเวนขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา แต่กลับไม่มีใครยอมยื่นมือเข้าช่วยเลยสักคน
สัญชาตญาณ นางพยาบาลสาวสู้ชีวิต จากโลกเก่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที! เสิ่นเจียวเจียวลืมคราบคุณหนูร้ายกาจผู้บอบบางไปจนหมดสิ้น
“รีบพาข้าไปเดี๋ยวนี้!”
นางสั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะถลกกระโปรงวิ่งตามเด็กขอทานเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่ทั้งมืดและสกปรก ทิ้งให้ลู่หวูเหยียนและอาสือยืนอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่ยมทูตหนุ่มจะรีบก้าวเท้ายาวๆ ตามนางไปติดๆ
เมื่อไปถึงท้ายตรอก เสิ่นเจียวเจียวพบเด็กหญิงตัวเล็กกำลังนอนชักเกร็งอยู่บนกองฟางชื้นแฉะ อาการแบบนี้น่าจะเกิดจากอาการชักเพราะไข้สูงจัด!
“อาสือ! อุ้มเด็กคนนี้ไปที่โรงหมอที่ดีที่สุดเดี๋ยวนี้!” นางหันไปตวาดสั่งองครักษ์หนุ่ม
อาสือสะดุ้ง รีบพุ่งเข้าไปอุ้มเด็กน้อยตามที่นางเอกบอกและวิ่งนำหน้าไปโรงหมอ เสิ่นเจียวเจียวกำลังจะก้าวเท้าวิ่งตามไปติดๆ แต่จู่ๆ ท่อนแขนเล็กก็ถูกมือแกร่งของลู่หวูเหยียนดึงเอาไว้แน่น
“ใต้เท้า?”