ตอนที่ 117
ตอนที่ 117
September 29, 2026
เมื่อสิ้นคำ ทุกคนต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ราชโองการกล่าวว่า:
เมื่อวันก่อน เกิดเหตุแผ่นดินถล่มที่เขาหลังอารามจื่ออวิ๋น ครั้งนั้น ไทเฮาประทับอยู่ที่อารามพร้อมเหล่าข้าราชบริพาร เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน มิอาจหลบเลี่ยงได้ โชคยังดีที่หลิวอวิ๋นเซียงช่วยเหลือนางไว้
สองวันนั้น ช่างเต็มไปด้วยภยันตรายิ่งนัก ไทเฮาฝันเห็นพยัคฆ์ขาวจุติลงมาจากฟ้า หลังจากนั้น ภัยร้ายก็กลับกลายเป็นดี
ไทเฮาได้เชิญพระภิกษุผู้มีสมณศักดิ์สูงมาทำนายฝัน ท่านว่าพยัคฆ์ขาวจุติอยู่ในครรภ์ของหลิวอวิ๋นเซียง เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของกองทัพและความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง
มีรับสั่งให้จวนจิ้งอันโหวดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อให้บุตรแห่งพยัคฆ์ขาวถือกำเนิดอย่างปลอดภัย
หลิวอวิ๋นเซียงถึงกับอึ้งไป ก่อนจะรับพระราชโองการมา
เมื่อคืนนางกราบทูลไทเฮาเพียงเรื่องการรับบุตรคนนี้เข้าจวนจิ้งอันโหว มิได้กล่าวอ้างเรื่องพยัคฆ์ขาวจุติอันเหลือเชื่อเช่นนี้เลยสักนิด
ครุ่นคิดไปอีกครา นางก็แน่ใจว่าต้องเป็นฝีมือของเหยียนมู่เป็นแน่
หลิวอวิ๋นเซียงรับพระราชโองการมา แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคน สายตากวาดมองไปทั่ว ก่อนจะหยุดลงที่ฮูหยินเฒ่า
“ฮูหยินเฒ่า เห็นราชโองการก็เหมือนเห็นไทเฮา ฉะนั้นต่อหน้าไทเฮาเช่นนี้ ท่านก็บอกทุกคนสิว่า เด็กในครรภ์ข้าเป็นทายาทตระกูลเซี่ยของท่านหรือไม่?”
ฮูหยินเฒ่าสะดุ้งสุดตัว รีบตอบว่า “ใช่ ๆ จื่ออันกลับมาเมืองหลวงนานแล้ว เพียงแต่พักอยู่ที่ชานเมืองเท่านั้น”
หลิวอวิ๋นเซียงหันไปมองฮูหยินเฒ่าอันหยางปั๋ว “จริงสิ เมื่อครู่ท่านยังด่าเด็กในครรภ์ข้าว่าเป็นลูกนอกสมรส มิใช่หรือ?”
ฮูหยินเฒ่าอันหยางปั๋วหน้าซีดเผือด ไทเฮาเพิ่งจะแต่งตั้งว่าเป็นบุตรแห่งพยัคฆ์ขาว นางกลับมาด่าว่าเป็นลูกนอกสมรส ถ้าเรื่องนี้ถึงหูไทเฮา…
“หลิวซื่อ ถือว่าป้าพูดผิดไป ดีหรือไม่?”
“ท่านกับข้ามีเรื่องบาดหมางกัน คนเขารู้กันทั่ว ท่านใส่ร้ายป้ายสีข้าเสียหายจนเรื่องแดงไปทั้งเมือง คิดว่าแค่คำว่าพูดผิดก็จบแล้วงั้นหรือ?”
ฮูหยินเฒ่าอันหยางโหวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตบปากตัวเองสองที “ปากพล่อย พูดจาเหลวไหล ข่าวลือพวกนั้นไม่จริงทั้งนั้น ทุกคนถือซะว่าไม่ได้ยินเถิดนะ!”
ถึงเรื่องจะจบลงแบบนี้ อย่างน้อยจวนโหวก็ยอมรับเด็กคนนี้ต่อหน้าธารกำนัล แถมชาติกำเนิดของบุตรแห่งพยัคฆ์ขาวก็เป็นเครื่องคุ้มครองตัวเด็กได้อย่างดี
เพียงแต่เรื่องราวมันช่างเหลือเชื่อสิ้นดี
แต่ในคืนนั้น ชาวเมืองหลวงหลายคนได้ยินเสียงเสือคำราม แถมบางคนยังเห็นพยัคฆ์ขาวด้วย แม้จะปรากฏตัวเพียงชั่วพริบตา แต่ก็มีผู้พบเห็นมากมาย
เรื่องนี้ยังไม่เท่าไหร่ พอถึงเวลาเข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้น ก็มีราชสาส์นจากด่านเจิ้นเป่ยนำข่าวดีมาแจ้งว่า กองทัพได้รบชนะทัพเป่ยจินที่แม่น้ำซาโกวอย่างราบคาบ
เหล่าขุนนางยังงุนงงว่าต้าหรงของเราเปิดศึกกับเป่ยจินตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ครู่ต่อมาก็พลันฮึกเหิมด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้
หลังจากสงครามครั้งใหญ่ทางเหนือ ต้าหรงก็บอบช้ำอย่างหนัก ต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อเป่ยจิน ส่งบรรณาการทุกปี และอยู่อย่างหวาดระแวง เป่ยจินยังแทรกแซงกิจการภายในของต้าหรง แอบสมรู้ร่วมคิดกับองค์รัชทายาท แต่ฮ่องเต้ก็อดทนต่อความอัปยศอดสูนี้ มิทรงประกาศสงคราม
คราวนี้หายแค้นกันเสียที
เรื่องที่ด่านเจิ้นเป่ยยกทัพออกไปโดยพลการก็ไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาอีก มีแต่คนพูดกันว่าเป็นเพราะอำนาจของพยัคฆ์ขาวผู้กลับชาติมาเกิด นี่คือสัญลักษณ์แห่งกองทัพอันเกรียงไกรของพวกเรา
เรื่องราวทั้งหมดก็ดูจะเชื่อมโยงกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ด้วยความปลื้มปีติ ฝ่าบาทจึงพระราชทานทองคำและทรัพย์สมบัติมากมายแก่จวนโหว กรมกลาโหมยังมอบหมายตำแหน่งเล็กน้อยให้แก่เซี่ยจื่ออันอีกด้วย
บัดนี้ ฮูหยินเฒ่าและเซี่ยจื่ออันต่างก็ไม่รู้สึกอัดอั้นคับข้องใจอีกต่อไป คนหนึ่งก็กอดสมบัติพะรุงพะรังไม่ยอมปล่อย ส่วนอีกคนก็ยืดอกเดินเชิดหน้าอย่างองอาจ
จิ่นเยียนโกรธจนควันออกหู “เข้าทางพวกเขาแล้ว!”
หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะ “วาสนาดีก็ต้องคู่กับคนมีคุณธรรมถึงจะรับไหว”