ตอนที่ 2
ใครวางยาเขากันแน่ข้าว่าเจ้ารู้ดีนะ
September 18, 2026
คำพูดของซูเว่ยหรานทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที นางหลิวเบิกตากว้างด้วยความตกใจถึงนางหมูตอนจะร้ายกานขี้เกียจแต่ปกติก็ยังหวาดกลัวนางอยู่บ้าง แต่วันนี้นางหมูตอนนี้ไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน ก่อนจะชี้หน้าหลานสะใภ้ที่กล้าต่อปากกับนาง
"เจ้า เจ้า นางตัวดีกล้าดียังไงมาว่าข้า! นางแพศยาข้าเป็นผู้อาวุโสของเจ้านะ"
"ข้าพูดความจริงยายเฒ่า ข้าแต่งงานกับหลี่จื่อหานมาอย่างสมฐานะ ส่วนเจ้าก็แค่แม่หม้ายที่หวังเกาะแข้งเกาะขาสกุลหลี่ มีตรงไหนที่บ่งบอกว่าเจ้าแซ่เดียวกับข้า หรือว่าเจ้าคลอดข้าออกมา คลอดบิดาหรือมารดาข้าออกมากันล่ะ คำว่าผู้อาวุโสอย่ามาใช้กับข้า ลูกตัวเองหลานตัวเองอิ่มทุกมื้อขนกลับบ้านสามีอีกด้วย ลูกข้าเป็นหลานสายตรงกลับต้องไปหารับจ้างมาเลี้ยงพวกเจ้า ยายแก่ไม่ยอมตายมาทางไหนไสหัวไปทางนั้นเลยนะ"
คำพูดของซูเว่ยหรานทำให้นายท่านแห่งบ้านหลี่ที่นั่งถักอวนเงียบๆอยู่ลานด้านนอก ถึงกับเลิกคิ้วมองหลานสะใภ้ที่อยู่ในเรือนอย่างประหลาดใจ แม้ว่าซูเว่ยหรานร้ายกาจมากนัก แต่ปกติมิใช่คนที่วาจาคมคายเช่นนี้ ส่วนนางหลิวยืนตัวแข็งทื่อ ปากอ้าค้างไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้ ความโกรธแค้นปนฉายชัดในแววตาของนาง
ซูเว่ยหรานไม่สนใจปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก้าวลงจากเตียงช้าๆ แม้จะยังรู้สึกมึนหัวอยู่บ้าง แต่เธอก็รู้ว่าการโต้ตอบด้วยวาจาเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ เธอจะต้องแสดงให้เห็นว่าซูหว่านหว่านคนใหม่นี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปที่จะยอมให้ใครก็ได้มารังแกหรือดูถูก หรือพูดอีกทีก็คือปกติยายนี่รังแกคนอื่นมาตลอดต่างหาก เหอะ..ในเมื่อร้ายก็ต้องร้ายให้ถึงที่สุด
ซูเว่ยหรานก้าวเดินทีละก้าวอย่างช้าๆ ย่าสามีขวางประตูเอาไว้นางอาศัยร่างกายที่อ้วนใช้หัวไหล่กระแทกจนนางหลิวถึงกับเซถลา แม้ว่าจะยังรู้สึกมึนหัวอยู่บ้างจากการถูกตี แต่ก็พยายามรวบรวมสติและพยุงตัวเองให้ยืนหยัดได้เพื่อจะเดินออกไปข้างนอก เธอทอดสายตาออกไปนอกบ้านเธอได้ยินเสียงคลื่น และกลิ่นเค็มๆของน้ำทะเลและกลิ่นคาวปลาที่ลอยมาตามลม ทำให้เธอรู้ว่านี่คือหมู่บ้านชาวประมงอย่างแน่นอน
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไปที่ประตู ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า เป็นหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆคนหนึ่ง ใบหน้าเรียวเล็ก ผิวขาวกว่าคนในหมู่บ้านเล็กน้อย นางจ้องมองมาที่ซูเว่ยหรานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วย ความอิจฉาริษยาและเหยียดหยาม นางสวมเสื้อผ้าที่ดูดีกว่าคนอื่นในบ้านเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ในรูปลักษณ์ นี่คือ หลี่ถงลูกติดยายแก่ปากมากนี่ ถือว่าเป็นอาหญิงของหลี่จื่อหานสามีของร่างเดิมนั่นเอง
"โอ้โห! ตื่นแล้วหรือนางตัวซวย นางหมูตอนนึกว่าเจ้าจะนอนกินบ้านกินเมืองจนหลับตายไปแล้วเสียอีก"
หลี่ถงเอ่ยวาจาถากถางไปด้วยก่อนจะยิ้มเยาะเย้ย สีหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับกำลังสนุกกับการที่ได้ดูถูกซูเว่ยหราน เท้าอวบอ้วนหยุดฝีเท้าเอาไว้และเริ่มที่จะ ประจันหน้ากับคนมาใหม่อย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาของนางภายใต้ใบหน้าอวบอ้วนจับจ้องไปที่หลี่ถงอย่างไม่วางตา หลี่ถงรู้สึกถึงความกดดันที่ไม่เคยได้รับจากคนตรงหน้ามาก่อน แต่ก็ยังปากดีใส่
"ทำไม? มองอะไร? หรือว่านอนมากจนตาเหล่ไปแล้วนางอ้วน"
หลี่ถงถามด้วยน้ำเสียงกวนโทสะมากขึ้น เมื่อเห็นว่าซูเว่ยหรานยังคงเงียบงัน
"ฮึ่ม! เห็นแก่ความอ้วนอุ้ยอ้ายของเจ้าแล้วนางหมูตอน ข้าว่าไม่น่าจะมีแรงเดินไปไหนไกลหรอกมั้งคิกๆๆ"
นางพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดปากหัวเราะคิกคัก ซูเว่ยหรานถอนหายใจช้าๆ เธอจำได้ว่าในความทรงจำของร่างเดิม นางถูกหลี่ถงคนนี้รังแกและดูถูกอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความอ้วนและความอัปลักษณ์ของซูเว่ยหราน ทำให้หลี่ถงยิ่งได้ใจและไม่เคยเกรงใจไยดีหลานสะใภ้ผู้นี้เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
ซูเว่ยหรานคนใหม่ระบายยิ้มบนใบหน้า ยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่สามารถทำให้คนเสียวสันหลังได้ทีเดียว ดวงตาที่เคยเล็กเรียวตอนนี้ฉายแววคมกริบเย็นเยียบ เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความร้ายกาจ