ตอนที่ 320
บทที่ 320 หินหยกเขียวชั้นยอดติดต่อกันสิบก้อน 1
October 28, 2026
“เจียงเฉิง นายบ้าไปแล้วเหรอ? ” ฟางหลันหลันได้ยินว่าเจียงเฉิงต้องการที่จะเดิมพันกับคนอย่างนี้ จึงรีบเข้าไปรั้งตัวเจียงเฉิงเอาไว้
แม้ว่าฟางหลันหลันเองจะไม่ค่อยเชี่ยวชาญการพนันหินหยก แต่เธอนั้นอยู่ในบ่อนพนันหินหยกมานานแล้ว เธอรู้ดีว่าโอกาสที่หินสิบก้อนจะเป็นหินหยกเขียวทั้งหมดนั้นเป็นไปได้มากแค่ไหน ต่อให้เจียงเฉิงคัดเลือกหินหยกได้อย่างแม่นยำ สามารถเป็นหินหยกเขียวห้าก้อนก็ถือว่าไม่ง่ายแล้ว หากจะให้เป็นหินหยกเขียวทั้งหมดสิบก้อนเลย คงจะเป็นไปได้ยาก
“วางใจเถอะ ฉันรู้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร” เจียงเฉิงมองไปที่ฟางหลันหลันแล้วก็พยักหน้าอย่างมั่นใจ
สวี่ฉิงมองดูอย่างตื่นตาตื่นใจอยู่ด้านข้าง เธอนั้นไม่เข้าใจเรื่องการพนันหินหยก แต่เมื่อเธอมองท่าทางของฟางหลันหลันและผู้คนรอบข้างแล้วก็พอคาดเดาได้ว่า โอกาสที่จะเป็นไปได้นั้นค่อนข้างน้อยมาก
“ตกลง ครั้งนี้ฉันจะเดิมพันกับนาย” ฉีโป๋ห้าวได้ยินเจียงเฉิงท้าเดิมพันขึ้นอีกครั้ง เขาจึงรีบตอบตกลงอย่างรวดเร็วทันที
ก่อนหน้านี้ฉีโป๋ห้าวไม่กล้าที่จะเดิมพัน เพราะตนเองไม่มีความมั่นใจ แต่ครั้งนี้เขามีความมั่นใจอย่างมาก ซึ่งการที่หินหยกทั้งสิบก้อนที่คัดเลือกมาจะเป็นหินหยกเขียวทั้งหมดนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
“นายคิดจะเดิมพันอย่างไร? ” เจียงเฉิงเห็นว่าฉีโป๋ห้าวตอบตกลงแล้ว จึงยิ้มและสอบถามขึ้น
“ถ้าหากนายตัดหินแล้วเป็นหินหยกเขียวทั้งสิบก้อน ฉันก็จะให้นายยี่สิบล้าน แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่หินหยกเขียวทั้งหมด ฉันจะให้นายเรียกฉันว่าพ่อต่อหน้าทุกคนในที่แห่งนี้ ซึ่งจะต้องให้ทุกคนได้ยินกันทั่วทั้งหมดด้วย” ฉีโป๋ห้าวมองไปที่เจียงเฉิงแล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง
ฉีโป๋ห้าวยังจำได้ดีถึงภาพเหตุการณ์ความอับอายที่โรงพยาบาล ครั้งนี้เขาจะเอาคืนกลับมาให้ได้ สถานที่แห่งนี้มีผู้คนจำนวนมาก จะต้องทำให้เจียงเฉิงอับอายขายหน้าเป็นที่สุด ที่กล้ามาทำเป็นอวดดีในบ่อนพนันหินหยกแห่งนี้
เมื่อเจียงเฉิงได้ยินคำท้าเดิมพันของฉีโป๋ห้าวแล้ว ก็พลันยิ้มและส่ายศีรษะ แล้วพูดขึ้นว่า: “ไม่ได้”
“เอ๊ะ ก่อนหน้านี้ยังอวดเก่งอยู่เลย? ทำไมตอนนี้ถึงได้กลัวขึ้นแล้วล่ะ? ” ฉีโป๋ห้าวนึกว่าเจียงเฉิงเกิดความกลัวขึ้นแล้ว ก็เลยหัวเราะเยาะและพูดขึ้นกับผู้คนรอบข้าง
“ใช่น่ะสิ ไอ้หนุ่มนี้น่าจะเกิดความกลัวขึ้นแล้วแน่เลย แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยมีใครที่สามารถตัดหินสิบก้อนแล้วเป็นหินหยกเขียวทั้งหมดได้มาก่อน”
“เจ้าหนุ่มนายช่างโอ้อวดมากเกินไปแล้ว ไม่รู้จักถ่อมตัวบ้างเลย ไม่มีความสามารถก็ยังโอ่อวดว่าตนมีความสามารถ คราวนี้อับอายขายหน้าแล้วล่ะสิ? ”
เมื่อผู้คนโดยรอบได้ยินเจียงเฉิงพูดว่าไม่ได้ ก็นึกกันไปว่าเจียงเฉิงเกิดความกลัวขึ้นแล้ว จึงรีบหัวเราะเยาะเย้ยกันขึ้น และทยอยต่อว่าเจียงเฉิงแกล้งทำตัวโอ้อวดเหลือเกิน
ฉีโป๋ห้าวได้ยินผู้คนรอบข้างวิพากษณ์วิจารณ์แล้ว ก็เกิดกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นในใจ ปล่อยให้เจียงเฉิงกลายเป็นไอ้หน้าโง่ ที่คราวนี้ก็ต้องมาอับอายขายหน้าต่อหน้าหญิงสาวสวยทั้งสองคนแล้ว
“ที่ฉันบอกว่าไม่ได้นั้น ไม่ใช่ว่าฉันกลัว แต่ฉันรู้สึกว่าการท้าเดิมพันนี้ง่ายด่ายเกินไป” เจียงเฉิงหัวเราะเล็กน้อย และพูดขึ้นว่า: “แบบนี้ก็แล้วกัน ถ้าหากฉันเป็นฝ่ายแพ้ ฉันจะเรียกนายว่าพ่อเป็นเวลาหนึ่งปี เพียงแค่พบเจอนาย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะเรียก ส่วนเรื่องเงินนั้นฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไร ซึ่งถ้าหากนายเป็นฝ่ายแพ้ เพียงแค่ภายในหนึ่งเดือน เมื่อนายพบเจอฉันก็เรียกฉันว่าพ่อก็พอแล้ว”
เมื่อฉีโป๋ห้าวได้ยินว่า หากเจียงเฉิงเป็นฝ่ายแพ้ก็จะต้องเรียกตนเองว่าพ่อหนึ่งปี ส่วนหากตนเองแพ้จะต้องเรียกเพียงแค่หนึ่งเดือน อีกทั้ง สถานการณ์แบบนี้นั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่ตนเองจะเป็นฝ่ายแพ้
“ตกลง ฉันรับคำท้า” ฉีโป๋ห้าวพูดตะโกนเสียงดังว่า: “ขอให้ทุกคนในที่นี่เป็นสักขีพยาน ถ้าหากผู้ใดไม่ทำตามสัญญาที่เดิมพันเอาไว้แล้ว ก็จะให้กำเนิดลูกที่ไม่มีรูทวาร”