ตอนที่ 337
บทที่ 337 โลกมันแคบ 2
October 28, 2026
“ไสหัวออกไปให้พ้นทั้งหมด!”
ต่งเหล่ยอารมณ์โกรธก็พุ่งขึ้นมาบ้าง ตวาดสั่งออกไปเสียงเฉียบ ถึงยังไงก็แล้วแต่ ตัวเขานั้นก็ระดับผู้อำนวยการกอง คำสั่งเวลานี้ก็ยังเต็มด้วยอำนาจมากอยู่ ทั้งตัวเขาก็เป็นคนนำพาเจียงเฉิงมาเพื่อช่วยรักษาปี้หมิงจู ถ้าปล่อยให้คนมาเอาตัวเจียงเฉิงออกไป แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ไหน?
ถึงแม้ต่งเหล่ยจะเป็นผู้อำนวยการกองควบคุมยา แต่ในกรมกองอื่นในหน่วยงานรัฐก็ต้องรู้จัก ถึงเวลาถ้าเรื่องไปถึงหน่วยงานสันติบาลส่งเจ้าหน้าที่มา กลุ่มบอดี้การ์ดพวกนี้คงมีดีให้เห็นกัน เพราะเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาต้องหยุดไม่กล้าจะลงมือ
“ผอ.ต่ง วางมาดซะใหญ่โตเลยเชียวหรือ?” ผอ.ซุนที่ยืนอยู่ในบริเวณก็ได้ยินคำพูดของต่งเหล่ย หัวเราะอย่างเย้ยหยันเดินเข้ามาพูดขึ้นทันที ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นเขตพื้นที่ของเขา เขาก็ย่อมไม่ต้องการเห็นต่งเหล่ยมาวางมาดเด่นแบบนี้
“ผอ.ซุน คุณคิดจะออกรับหน้าใช่ไหม?” ต่งเหล่ยมองหน้าผอ.ซุนด้วยสายตาหนาวเยือก พูดเสียงเย็นชืดว่า “คุณรู้ไหมว่า ตอนนี้มีแต่คุณหมอเทวดาเจียงเท่านั้นที่จะช่วยประธานปี้หมิงจูฟื้นมาได้ ถ้าอาการของประธานปี้หมิงจูถูกคุณกักไว้ให้เสียเวลา เกิดมีอะไรพลาดท่าไป ที่นี่เป็นเขตของคุณ ผลจะเป็นอย่างไรคุณคงเข้าใจดี”
เดิมทีผอ.ซุนยังคิดจะบอกให้ต่งเหล่ยอย่าเข้ามายุ่งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเขา แต่พอหลังจากได้ยินที่ต่งเหล่ยพูด ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ จริงด้วยสิ เมืองซ่างหมิงเป็นเขตในปกครองของเขา ถ้าเกิดปี้หมิงจูมาตายอยู่ที่นี่ เขาก็ต้องซวยไปด้วยเป็นแน่ คงต้องโดนซักไซ้ไล่สอบกันเป็นการใหญ่
สีหน้าผอ.ซุนส่อแววความรู้สึกกระอักกระอ่วน ทำแสร้งกระแอมไอสองสามที ปิดปากเงียบไม่พูดอะไรต่อ
“คุณมู่ อาการของประธานปี้ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” ต่งเหล่ยวางสีหน้าบอกบุญไม่รับ มองไปที่มู่จื้อหลงแล้วถามไป
“ผมรู้แต่เพียงว่าหมอกำลังช่วยรักษาอยู่ รายละเอียดอื่นยังไม่รู้” มู่จื้อหลงแสดงชัดว่าไม่อยากให้รู้ข้อมูลอะไรกันมาก จึงพูดไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ขณะที่ต่งเหล่ยกำลังจะซักถามต่อ ผู้ช่วยสาวที่อยู่ในชุดฟอร์มสาวออฟฟิศเดินเข้ามา หล่อนก็คือผู้ที่โทรศัพท์ไปให้ต่งเหล่ยก่อนหน้านี้
“ผอ.ต่ง ประธานของพวกเราถูกชิ้นกระจกชิ้นหนึ่งทิ่มเข้าไปที่หัวใจ ปอดก็บาดเจ็บอย่างหนัก มีเลือดตกคลั่งอยู่บริเวณอกอยู่มาก นี่เป็นอาการที่คุณหมอออกมาบอกเมื่อสักครู่นี้” ผู้ช่วยสาวพูดเล่าให้ต่งเหล่ยฟังด้วยเสียงเบา ๆ
มู่จื้อหลงได้ยินผู้ช่วยสาวคนนี้เล่ารายละเอียดให้ต่งเหล่ยกับเจียงเฉิงฟังทั้งหมด ในใจให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่ในสภาวะตอนนี้เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ ได้แต่สะบัดเสียงฮึออกจมูก คิดอยู่แต่ในใจว่า รอให้ปี้หมิงจูตายไปเสียก่อนเถอะ พอตัวเองได้รับโอนสิทธิ์บริษัทมาได้แล้ว จะต้องเอายัยผู้ช่วยสาวจอมยุ่งตัวนี้ออกไปให้พ้นอย่างแน่นอน
“รุนแรงขนาดนี้เชียว” ต่งเหล่ยขมวดคิ้วย่น ถึงแม้เขารู้ว่าเจียงเฉิงมีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์สูงมาก แต่เจอสภาพอาการสาหัสขนาดนี้ คงจะหมดปัญญาเป็นแน่
“ใช่ค่ะ คุณหมอบอกว่า ความหวังที่จะช่วยให้ฟื้นกลับมีน้อยมาก” ผู้ช่วยสาวพูดไปพูดไปเสียงก็เริ่มออกอาการสะอื้น เพราะในยามปกติที่ปี้หมิงจูอยู่ด้วยกันนั้นเหมือนเป็นพี่สาวใหญ่ของเธอ ไม่มีการวางมาดเจ้านายแม้แต่น้อย
“คุณหมอเทวดาเจียง แล้วนี่......” ต่งเหล่ยมองไปที่เจียงเฉิงด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอคุณหมอออกมาก่อน ผมจะเข้าไปดูเอง” เจียงเฉิงมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างหนัก เขาก็ยังไม่เคยเจออาการบาดเจ็บสาหัสถึงขนาดนี้มาก่อน ที่ผ่านมาก็มีประเภทที่หนักสาหัสมาก ๆ อยู่ แต่นี่ถึงขนาดหัวใจกับปอดรับบาดเจ็บสาหัสนี่ มันล้วนแต่ถึงชีวิตทั้งนั้น