ตอนที่ 109
บทที่ 109 ตอนจบ
September 18, 2026
30 ปีที่อยู่ด้วยกันมา ความรักที่ผมให้คุณไป คุณไม่เห็นค่ามันเลยใช่ไหม ..เมื่อได้ยินลูกชายของหญิงคนรักบอกว่าแม่ของเขาเป็นคนแนะนำให้รู้จัก นั่นแสดงว่านางยังคงทำอะไรลับหลังท่านอยู่ตลอดเวลา
"คุณพ่อเป็นอะไรครับ"
"คุณเป็นอะไรคะ" แทนคุณและปราณีรีบเข้ามารับร่างทัตเทพที่กำลังทรุดลง
"พ่อไม่เป็นอะไร"
"น้าว่าพาพ่อเข้าไปในห้องก่อนดีกว่า"
"ครับ" แทนคุณก็เลยประคองพาท่านเข้ามาในห้องนอน
"เราจะไปทำงานไม่ใช่เหรอ ไปเถอะลูก"
"คุณพ่อบอกผมได้หรือยังครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออก และมันคงไม่ใช่ความบังเอิญที่แม่พาไปแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายคนนั้น
"ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากเลย"
"ผมสมควรที่จะได้รู้..ไม่ใช่หรือครับ"
"แทนคุณ.." ทัตเทพเอ่ยชื่อลูกชายออกมาได้เพียงแค่เบาๆ นอกจากตัวท่านเองแล้วก็ยังมีลูกชายที่น่าสงสารคนนี้อีกคน
"แค่พ่อบอกมาคำเดียว ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร หรือพ่อจะไม่ให้ผมพบกับผู้ชายคนนั้นตลอดชีวิตเลยก็ได้ ขอแค่พ่อบอกความจริงผมมา" ตอนนี้ในใจของแทนคุณมีคำตอบให้กับตัวเองไว้แล้ว แต่แค่อยากจะได้ยินจากปากของพ่อที่เลี้ยงเขามา
"ไม่ใช่แบบที่ลูกคิดไว้หรอก ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่" ท่านไม่สามารถที่จะพูดออกมามากกว่านี้ได้ เพราะมันทำร้ายจิตใจของตัวเองมากเกินไป
"ขอบคุณครับ" มันเหมือนเป็นการปลดปล่อยเขาอีกครั้ง และแทนคุณก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถามอะไรจากท่านอีก ก่อนออกมาเขายังฝากพ่อไว้กับน้าปราณีให้ดูแลท่านให้ดี
หลายวันต่อมา.. ที่บริษัท
แทนคุณยังคงทำงานหลังชนฝา เพื่อที่จะไม่คิดอะไรฟุ้งซ่านอีก
ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา" ชายหนุ่มอนุญาตเมื่อมีคนมาเคาะประตูห้อง แต่เขาก็ไม่ได้มองดูว่าเป็นใคร เพราะคิดว่าคงเป็นเลขานั่นแหละ
"ฉันมาชวนคุณไปทานข้าวค่ะ"
"คุณมาได้ยังไง" พอรู้ว่าเป็นใครเขาถึงรีบเงยหน้าขึ้นมอง
"เมื่อเช้านี้คุณก็ไม่ได้ทานข้าวและนี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วด้วย"
"ใกล้เที่ยงแล้วเหรอ" สายตาคมตวัดมองไปดูนาฬิกา
"ไปทานข้าวกันค่ะ" คนที่มาชวนเขาไปทานข้าวก็คือภรรยาคู่ชีวิต
"วันหลังไม่ต้องมาหรอกท้องโตขนาดนี้เดินทางบ่อยๆ มันไม่ดี" ชายหนุ่มเดินเข้ามาโอบร่างภรรยาแล้วพาไปนั่ง
"ฉันจะมาทุกวันค่ะ ถ้าคุณไม่ทานข้าวก่อนออกจากบ้านอีก"
"ก็ได้ครับ ต่อจากนี้ผมจะกินข้าวให้เป็นเวลา" ชายหนุ่มก็เลยเดินไปเก็บงานที่ทำค้างไว้ก่อน พร้อมกับนำเสื้อมาสวมใส่ แล้วพาเธอออกมาทานข้าว
ทานข้าวเสร็จทั้งสองก็เลยชวนกันมาเดินดูของสำหรับเด็ก
ที่จริงห้องสำหรับเด็ก ทัตเทพให้คนจัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากจะหาอะไรพิเศษสำหรับลูก
อึบ! กำลังเดินดูของกันอยู่ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาชนแทนคุณ
"หนูเป็นอะไรไหมครับ" โชคดีที่ไม่ได้ชนน้ำอิง เพราะแรงปะทะทำให้แทนคุณถึงกับเซ..แต่เด็กนั้นล้มกลิ้งลงไป
"เจ็บ งื้ออ" เด็กร้องไห้งอแงขึ้นมา คนที่เป็นแม่ได้ยินเสียงลูกร้องก็เลยเดินตามมาถูกทาง
"ปลาบปลื้ม! แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าซน!"
แทนคุณที่อุ้มเด็กขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงแม่ของเด็ก เขาถึงกับหันขวับกลับไปมอง เพราะเสียงนี้คุ้นหูมาก
"ปิ่นมุก?"
"งื้อออ" เด็กกลัวจะถูกแม่ตี ร้องไห้กอดคอคนที่อุ้มไว้แน่น
"คุณรู้จักหรือคะ" น้ำอิงทำหน้าบึ้งตึงถามสามีไป เธอไม่ได้ถามเปล่าแถมยังมองดูหน้าเด็กชายคนที่สามีอุ้มอยู่ด้วย
"คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย.. ปิ่นมุกก็เป็นคนที่ผมพูดถึงวันก่อนไง"
"พูดถึงเรื่องอะไรคะ" ไม่รู้ล่ะว่าเป็นใครแต่คนท้องหึงรอไว้ก่อนแล้ว
"พี่แทนสวัสดีค่ะ" ปิ่นมุกกล่าวคำสวัสดีพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้
"คนนี้เมียพี่เอง ชื่อน้ำอิง"
"สวัสดีค่ะ" ปิ่นมุกก็เลยหันมาไหว้น้ำอิงอีกคน
"ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ" น้ำอิงดูแล้วว่าทั้งสองคนอายุไม่ห่างกันมากก็เลยไม่กล้าให้ไหว้
"คนนี้ลูกปิ่นเหรอ" แทนคุณได้ยินตอนที่ปิ่นมุกเรียกตัวเองว่าแม่กับเด็กคนนี้
"ใช่ค่ะ" หญิงสาวพูดพร้อมกับเอื้อมไปรับลูกกลับแต่เด็กไม่ยอมมา "แม่ไม่ตีหรอก" พอได้ยินแม่สัญญาว่าจะไม่ตีปลาบปลื้มถึงยอมกลับไปหาแม่
น้ำอิงยังคงมีความสงสัย ดวงตาเธอมองสามีแบบจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ต้องขอโทษมากเลยนะคะ ตาปลื้มซนมาก"
"เด็กวัยนี้กำลังดื้อ อย่าว่าให้ลูกมากล่ะ"
"ขอบคุณพี่แทนมากเลยนะคะ ปิ่นพาลูกไปก่อนนะ" ปิ่นมุกเห็นหน้าภรรยาของแทนคุณแล้วก็เลยต้องรีบพาลูกออกไปก่อน ส่วนที่เหลือแทนคุณคงจะอธิบายให้เธอเข้าใจเองมั้ง
"ฉันจะกลับบ้านค่ะ" พอสองแม่ลูกนั้นไปแล้ว น้ำอิงก็รีบเดินนำหน้าเขาไป
"เดี๋ยวก่อนสิครับ ผมกับปิ่นมุกไม่ได้เป็นอะไรกัน คุณจำวันนั้นได้ไหมล่ะ" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าเธอไว้ก่อนที่จะงอนมากกว่านี้
"วันไหนคะ"
"ก็วันที่ผมฝากสถาปนิกให้ทำงานกับคุณนอร์เวย์ไง"
"อย่าบอกนะคะว่าเธอคนนี้คือ?"
"ใช่แล้ว แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอมีลูก"
"แล้วไปรู้จักเธอที่ไหนล่ะคะ"
"ปิ่นเป็นลูกสาวของคุณอาที่มาร่วมงานแต่ง ของคุณพ่อไง"
"คุณอาคนนั้นน่ะหรือคะ" เรื่องวันนั้นน้ำอิงก็พอจะรู้อยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะเห็นว่าสามีไม่ค่อยสบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
"เธอเพิ่งจะเรียนจบมา เห็นว่าหยุดเรียนไปพักหนึ่ง" แทนคุณก็เลยคิดว่าที่หยุดเรียนคงเกี่ยวกับเด็กคนนี้แน่
"ฉันไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ ทำไมต้องอธิบายซะยืดยาวด้วย" นี่ขนาดบอกไม่คิดอะไรนะ พอได้ยินเขาอธิบายก็มีรอยยิ้มขึ้นมา
เย็นวันเดียวกันที่..คฤหาสน์เทพประธาน
ตอนนี้ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะอาหาร พ่อกับแม่น้ำอิงยังไม่ได้กลับบ้าน เพราะคิดว่าจะรอหลานคลอด และดูแลหลานจนแข็งแรงก่อน ส่วนเรื่องที่บ้านก็จ้างคนดูแลสวนไปก่อน
"เราศึกษางานถึงไหนแล้วล่ะ"
"ขอร้องล่ะครับอย่าพูดเรื่องงานตอนกินข้าวได้ไหม" ข้าวเกือบพุงออกจากปากเมื่อแทนคุณถามเรื่องงานกับน้องชาย
"เรานี่ลื่นยิ่งกว่าปลาไหล พรุ่งนี้เข้าบริษัทด้วย"
"ทำไมต้องเข้า"
"จะทำงานที่บ้านตลอดได้ยังไง"
"เอาเถอะลูกค่อยเป็นค่อยไป"
"พ่อบอกว่าจะให้เป็นหน้าที่ของผมไม่ใช่หรือครับ" แทนคุณอยากขัดเกลาพิภพให้ทำงานตรงนี้ให้ได้เร็วที่สุด เพราะเขาไม่คิดจะยืนอยู่จุดนี้ตลอดไปอยู่แล้ว ถ้าลูกคลอดออกมาและแข็งแรงมากพอ เขาคิดว่าจะพาภรรยาและลูกไปเที่ยวในหลายๆ ประเทศ
#จบค่ะ
ถ้าจะต่อเรื่องของนอร์เวย์ก็กลัวว่าจะเป็นการยืดยาวเกินไป ไรท์ขอไปต่อในเรื่องพลาดรัก นะคะ
หลายคนอาจจะมีคำถามว่าแล้วแทนคุณล่ะจบแค่นี้เหรอ? ยังค่ะยังมีต่อในเรื่องนอร์เวย์ เพราะถ้าจะเคลียร์เรื่องแทนคุณให้จบ ก็ต้องไปต่อกับปิ่นมุก.. แล้วแทนคุณกับปิ่นมุกเป็นอะไรกัน?? นั่นต้องไปหาคำตอบในเรื่องพลาดรักนอร์เวย์แล้วล่ะค่ะ
เกริ่นพลาดรัก"พี่แทนจะให้ฉันพักที่นี่เหรอ" ปิ่นมุกมองดูรีสอร์ทที่แทนคุณพามาดูห้องพัก
"ใช่แล้วรีสอร์ทนี้ทางบริษัทเช่าเป็นรายปีไว้ เพื่อให้กับสถาปนิก Project site โฟร์แมน เซฟตี้ คนที่ทำงานในโครงการนี้ได้พักอาศัยร่วมกัน"
"แต่ฉันต้องได้เอาลูกชายมาอยู่ด้วยนะพี่"
"เอามาก็เอามาสิ เราก็หาคนดูแลลูกให้ตอนกลางวันก็ได้"
"คนดูแลมีอยู่แล้ว แต่ฉันกลัวว่า.." เพราะมันเป็นที่พักของบริษัท ปิ่นมุกก็เลยคิดว่าถ้ามีเด็กอยู่ด้วยกลัวไม่สะดวก
"ไม่ต้องกลัวหรอกไม่มีใครเขาว่าให้.. แล้วนี่ลูกเราเข้าโรงเรียนหรือยัง"
"ว่าจะไปหาอนุบาลฝากให้ ..ดีเหมือนกันถ้าย้ายมาที่นี่ก็จะได้ไปหาโรงเรียนแถวนี้เลย"
"ตอนเย็นสถาปนิกที่ฝากดูแลเราคงจะกลับมา ห้องเขาอยู่ตรงข้ามนี่เอง" แทนคุณก็เลยชี้ไปให้ดูว่าห้องนอร์เวย์อยู่ตรงไหน "แต่พี่คงไม่ได้อยู่ถึงเย็นนะ ต้องได้รีบกลับไปรายงานตัว"
"หึหึ.. เมียพี่น่ารักออก"
"ใครบอกไม่น่ารักล่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่แล้วกัน" แทนคุณเอื้อมไปขยี้ผมปิ่นมุกเบาๆ แบบเอ็นดู ตั้งแต่รู้จักกับปิ่นมุกมา เขารู้สึกเอ็นดูผู้หญิงคนนี้มาก คุยกันแค่ไม่กี่ครั้งก็สนิทสนม และไม่ใช่แค่แทนคุณที่คิดแบบนั้น ปิ่นมุกก็คิดเช่นกัน ทั้งสองมีอะไรที่คล้ายกันมาก แต่ก็ไม่กล้าจะพูดออกมา
_______________
ตามต่อได้ที่เรื่องพลาดรักนอร์เวย์เลยนะคะ สนุกครบรสและก็เคลียร์ทุกปัญหาให้หมดค่ะ
**ไรท์จะเกริ่นต่อให้อ่านในโพสนี้เลยนะคะ
ปิ่นมุกพอใจกับห้องนี้มาก เพราะในห้องมีแบ่งส่วนเพื่อเป็นที่นอนให้กับคนดูแลเด็กได้ด้วย แต่เธอคงต้องได้หาเตียงเล็กๆ มาวางไว้เพื่อให้พี่เลี้ยงมีที่นอน เพราะไม่อยากจะรบกวนขออีกห้องเพิ่ม
จัดการเรื่องห้องเสร็จ ปิ่นมุกก็ได้ออกไปตระเวนดูแถวนี้ว่ามีโรงเรียนอนุบาลสำหรับเด็กไหม
ชานเมืองหลวงในเวลาค่ำคืน..
เธอพักอยู่คอนโดเล็กๆ กับลูกชาย ส่วนพี่เลี้ยงมีที่พักอยู่แถวนี้ก็เลยไปกลับ
"ถ้าฉันได้ทำงาน ฉันจะเพิ่มเงินเดือนให้พี่อีกนะ"
"เรื่องเงินเดือนไม่เท่าไรหรอกค่ะ แต่ถ้าจะให้ไปพักอยู่ที่นั่นด้วย.."
"ฉันขอล่ะ ไปช่วยฉันดูแลลูกสักระยะก็ได้" พี่เลี้ยงก็มีครอบครัวต้องดูแล ถ้าไปอยู่ที่นั่นคงต้องห่างครอบครัว
"ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าช่วงวันหยุดของคุณ พี่ขอกลับมาดูคนบ้านบ้างนะคะ"
"ตามนั้นเลยค่ะ" ปิ่นมุกไม่อยากจะไปหาจ้างพี่เลี้ยงคนใหม่ กลัวว่าคนอื่นจะไม่มีความอดทนมากพอ เพราะลูกของเธอดื้อมาก
วันต่อมา..
ปิ่นมุกขอเวลาสามวันถึงจะเข้าทำงาน วันนี้เธอมาที่ห้องพักเพื่อจะจัดหาที่นอนให้กับพี่เลี้ยง และดูโรงเรียนให้ลูกชายอีกครั้ง
โชคดีวันนี้ทำได้ครบทุกอย่างตามแพลนที่วางไว้ พอทำธุระทุกอย่างเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับมาคอนโดหาลูกชาย
"แกนอนหลับหรือคะ"
"ใช่ค่ะ วันนี้ไม่ยอมนอนกลางวันเลยถามหาแต่แม่"
"ขอบคุณพี่อันมากเลยนะคะ ที่ดูแลแกให้"
"พี่ดีใจด้วยนะคะที่น้องปิ่นจะมีงานทำแล้ว"
"ค่ะ" ไม่ใช่ว่าปิ่นมุกจะยังไม่เคยทำงาน แต่เธอรับงานจ๊อบเล็กๆ เพราะทำงานประจำยังไม่ได้ลูกยังเล็กอยู่มาก
เช้าวันต่อมา..
วันนี้หญิงสาวขนของมาที่รีสอร์ท และตอนนี้คนที่พักอาศัยอยู่กำลังทยอยกันออกไปทำงาน
"พี่อันไม่ต้องยกของหรอกค่ะ พาตาปลื้มเข้าไปในห้องเถอะ"
"คุณปิ่นนั่นแหละพาลูกเข้าไปเดี๋ยวพี่ยกของเอง"
"ไม่ค่ะ ปิ่นไม่ยอมให้พี่ยกของให้หรอก"
"ก็ได้ค่ะ ของของพี่เดี๋ยวพี่มายกเองนะ" ว่าแล้วอันก็จูงแขนพาปลาบปลื้มเข้าห้องไปก่อน
"เฮ๊ย.. นั่นใช่ไหมที่บอกว่าสถาปนิกผู้หญิงมาใหม่" ไชยาออกมาจากห้องมองไปก็เห็นว่ามีผู้หญิงกำลังขนของลงจากรถ
"มาแล้วเหรอ" นอร์เวย์ที่กำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ ชะโงกหน้ามองออกมาดู แต่จังหวะนั้นเธอก้มตัวลงไปเอาของพอดีก็เลยไม่เห็นหน้า
"เราไปช่วยขนของกันดีไหม" ไชยาเป็นคนชวน
"ถ้าคุณว่างก็ไปช่วยสิ ผมยังไม่ว่าง"
ได้ยินแบบนั้นไชยาก็เลยออกมาจากห้องก่อน หวังจะไปช่วยสาวยกของเข้าห้อง แต่ทันใดนั้นก็เห็นเด็กผู้ชายวิ่งออกมา..
"อ้าวไหนบอกจะไปขนของช่วยสาวไง" นอร์เวย์แต่งตัวเสร็จพอดีกำลังใส่ถุงเท้าอยู่
"ไม่ไปแล้ว"
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ"
"ถ้าอยากรู้ก็ไปดูเองสิ"
"แม่ขอเอาของลงรถให้เสร็จก่อนครับ" หญิงสาวมองต่ำลงไปดูลูกชายที่กอดขาเธอไว้แน่น
"ดูสิเผลอแป๊บเดียว" พี่เลี้ยงตกใจหันมาอีกทีไม่เห็นปลาบปลื้ม คิดว่าต้องออกมาหาแม่แน่ ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ "คุณปิ่นพาตาปลื้มเข้าไปดีกว่าค่ะที่เหลือพี่จะจัดการเอง"
"ถ้างั้นฝากพี่อันด้วยนะคะ" ปิ่นมุกสงสารลูกคงอยากจะกอดแม่แล้ว หญิงสาวก็เลยอุ้มกลับเข้าไปในห้อง
"หือ?" นอร์เวย์ออกมาจากห้องก็อดไม่ได้ที่จะมองไป เพราะเห็นว่ากำลังมีผู้หญิงเอาของลงจากรถอยู่
"เห็นแล้วใช่ไหมล่ะ รีบไปทำงานกันเถอะ" ไชยาไม่ได้มองไปดูเลยด้วยซ้ำก็เดินตรงไปที่รถก่อน
"คุณจะมีความหวังอะไรมากมาย"
"นานๆ มีสถาปนิกหญิงหลงมาสักคน ก็ให้มีความหวังหน่อยสิ"
"คุณไม่จำเป็นต้องจีบสถาปนิกก็ได้ เซฟตี้สาวๆ ก็มี"
"เซฟตี้เหรอไม่เอาด้วยหรอก พวกนางโหดกว่าสถาปนิกเยอะ" เซฟตี้หมายถึงผู้ที่ดูแลความปลอดภัยในไซต์ คนที่ทำงานในตำแหน่งนี้ต้องหูตาไว และเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมาก
พอจัดห้องเสร็จ ปิ่นมุกก็เลยพาพี่เลี้ยงและลูกชายไปดูโรงเรียน เพราะพี่เลี้ยงต้องได้ไปรับส่งเอง ..โชคดีที่อันขับรถได้ ปิ่นมุกคิดว่าจะให้อันไปส่งที่ไซต์งานก่อนแล้วก็ค่อยไปส่งปลาบปลื้มที่โรงเรียนต่อ เพราะถ้าไปส่งลูกโรงเรียนก่อนเธอมีหวังมาทำงานไม่ทันแน่
เย็นวันเดียวกัน..
ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ไปทำงานแต่ก็ยุ่งทั้งวัน เพราะต้องไปซื้อของมาตุนไว้ให้พี่เลี้ยงได้มีอะไรทานตอนอยู่ห้อง
คนที่ทำงานในไซต์ต่างก็ทยอยกันกลับมา เพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว
"ตาปลื้มล่ะพี่"
"อ้าว? พี่นึกว่าอยู่กับคุณปิ่นไม่ใช่เหรอคะ"
"ปิ่นนึกว่าอยู่กับพี่"
"แล้วไปไหนล่ะ" ทั้งสองรีบออกมาจากห้อง เพราะรู้แล้วว่าปลาบปลื้มคงเปิดประตูออกไปเอง
"แมะ แมะ" ตอนนี้ปลาบปลื้มอายุได้ 2 ขวบ เพิ่งจะผ่านวันเกิดมาเพียงไม่นาน อายุของเขายังไม่ได้เข้าอนุบาล 1 แต่ที่โรงเรียนก็รับฝากเด็กเตรียมอนุบาล "แม่ งื้อออ" แกยังพูดไม่เป็นประโยค แต่คำว่าแม่บางทีก็ชัด
"หนู" นอร์เวย์ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ก็เลยไปส่องดู "ลูกใครเนี่ย" พอเห็นว่ามีแต่เด็กเขาก็มองกวาดไปทั่วบริเวณนั้นแต่ก็ไม่มีใคร
"หาแมะ งื้อออ"
"แม่หนูชื่ออะไร จำชื่อแม่ได้ไหมครับ" ชายหนุ่มอุ้มเด็กขึ้นมาเพื่อปลอบไม่ให้ตกใจมาก
"แม่"
"นอกจากคำว่าแม่พูดคำอื่นได้ไหมครับ"
"ปลื้ม! ตาปลื้มลูกอยู่ไหน" ปิ่นมุกรีบวิ่งออกไปด้านหลังห้อง เพราะตรงนั้นมีสระบัวของทางรีสอร์ทกลัวว่าลูกจะตกน้ำ
"เอาเด็กที่ไหนมา" ไชยาซึ่งกำลังนอนดูทีวี มองไปเห็นว่านอร์เวย์อุ้มเด็กเข้ามาในห้อง
"ไม่รู้เหมือนกัน เห็นร้องไห้อยู่ข้างห้องนี่เอง"
"ไหนดูหน้าสิ"
นอร์เวย์ก็เลย ขยับหน้าของเด็กหันมาให้ไชยาได้เห็น..ใบหน้าของทั้งสองก็เลยแนบชิดกัน
"ไปแอบไข่ไว้ที่ไหนมาไหมเนี่ย หน้าเหมือนกันเชียว"
"พูดไปเรื่อย"
"อ๋อ..จำได้แล้ว เด็กคนเมื่อเช้านี้แน่เลย"
"คนเมื่อเช้า? เด็กที่ไหน"
"ก็ห้องสถาปนิกผู้หญิงคนใหม่ไง"
"ถ้างั้นก็ฝากไปส่งแม่เขาด้วยแล้วกัน" นอร์เวย์ส่งเด็กให้กับไชยา
"ไม่เอา..ใครเอาลูกเขามาก็เอาไปคืนเองสิ" ไชยาก็เลยทิ้งตัวลงนอนดูทีวีสบายอารมณ์ต่อ
"วานแค่นี้ก็ไม่ได้"
"แมะ หาแม่"
"ครับเดี๋ยวพี่จะพาไปหาแม่นะ"
"พี่? ฮ่าาาา"
"ขำอะไรไม่ทราบครับคุณไชยา"
"ถ้าบอกว่าเป็นลุงก็ยังพอว่า"
"ไม่เอาหรอกดูแก่ พี่นี่แหละดีแล้ว" ว่าแล้วนอร์เวย์ก็อุ้มเด็กออกมาจากห้องเพื่อที่จะไปส่งแม่ของเด็ก
"หนูจำได้ไหมว่าห้องตัวเองอยู่ตรงไหน" นอร์เวย์ทดลองความจำของเด็ก เผื่อว่าไชยาจะจำผิดคน
"แมะ" เด็กน้อยชี้ไปที่รถของแม่ ปลาบปลื้มจำได้แม่น..แต่ห้องเพิ่งจะย้ายมาเด็กก็เลยจำยังไม่ได้
ชายหนุ่มมองไปที่รถคันนั้น เขาก็นึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงเมื่อวานกำลังขนของออกจากรถคันนี้..คงใช่แล้วแหละ
ก๊อก ก๊อก
"ปลื้ม!" คนที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นแบบตกใจ
นอร์เวย์ที่อุ้มเด็กอยู่ก็เลยค่อยๆ หันกลับไปมอง
"ทำไมดื้อแบบนี้ ขอบคุณนะคะ"
"แมะ" เด็กน้อยหันกลับมาเห็นพี่เลี้ยงก็ยื่นมือเข้าไปหา
"ทีหลังช่วยระวังด้วยนะครับ กลัวเด็กจะวิ่งออกไปข้างนอก"
"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ" อันรับปลาบปลื้มมาจากนอร์เวย์แล้วก็กล่าวขอบคุณอีกหลายครั้ง
พอเจอปลาบปลื้มแล้วอันก็รีบเข้าไปในห้องเพื่อจะโทรบอกกับแม่ของเด็ก ตอนนี้ไม่รู้ว่าวิ่งตามหาลูกไปถึงไหนแล้ว
"พี่อันฉันหาทั่วแล้วไม่เจอ" ปิ่นมุกกลับมาที่ห้องอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่สั่นตกใจ
"มีคนเจอน้องแล้ว ปิ่นไม่ต้องตกใจนะ"
"ตาปลื้มอยู่ไหนพี่"
"พี่โทรหาเราแต่เราไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป"
"ลูกฉันล่ะพี่"
อันหันมองไปที่เปลสำหรับเด็ก พอวางลงเท่านั้นแหละปลาบปลื้มก็หลับไปเลย
"ทำไมดื้อแบบนี้!" ด้วยความเป็นห่วงและโมโหอยากจะปลุกเขาขึ้นมาตีเลยด้วยซ้ำ
ปิ่นมุกเดินไปดูประตูว่าพอที่จะแก้ไขอะไรได้ไหม เพราะด้านในไม่มีกลอนให้ล็อกเลย และเด็กก็เอื้อมมือถึงที่เปิดได้แล้วด้วย
"คราวหลังพี่จะระวังเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะ"
"ฉันว่าจะถามทางรีสอร์ท ถ้าเราจะเพิ่มกุญแจได้ไหม"
"จะดีเหรอปิ่น ห้องเขาทำออกสวยขนาดนี้"
"ถ้างั้นพี่ก็ช่วยระวังกว่านี้หน่อยนะ แกดื้อมาก"
อีกห้องหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน..
"เป็นไง..สวยใช่ไหมล่ะ"
"อะไรสวย"
"ก็แม่ของเด็กไง"
"อะไรนะ?" นอร์เวย์ที่กำลังจะเข้าห้องน้ำถึงกับหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองเพื่อน
"ไม่ต้องมาทำไขสือ เสียดายมีลูกแล้ว"
"คุณชอบแบบนี้เหรอ"
"หรือว่าคุณไม่ชอบ"
"ผมต้องชอบแบบเดียวกับคุณด้วยเหรอครับคุณไชยา" ถึงว่าทำไมไชยาหาสเปคไม่เจอสักที ชอบแบบนี้นี่เอง
"แปลกคนสวยขนาดนั้นไม่ชอบ อย่าบอกนะว่าชอบ..?!" ไชยามองต่ำลงไปดูเรือนร่างของตัวเอง แล้วรีบหาผ้าห่มมาคลุมตัวไว้
เช้าวันต่อมา..
"วันนี้พี่คงต้องเหนื่อยหน่อยนะ" วันนี้ปลาบปลื้มยังไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะเพิ่งสมัคร ทางโรงเรียนก็เลยนัดขอให้เริ่มเรียนในวันพรุ่งนี้
"ไม่ต้องห่วงหรอกถ้าดื้อนักเดี๋ยวพี่จะนอนขวางหน้าประตูเลย"
"ขอบคุณนะพี่อัน ฉันรักพี่นะ"
"ขนลุก" อันก็รู้สึกรักปิ่นมุกเหมือนคนในครอบครัวก็เลยยอมลำบากไปด้วยกัน
"ฉันไปทำงานก่อนนะ วันนี้วันแรกไม่อยากไปสาย"
"แม่ แมะ แมะ" พอเห็นแม่กำลังจะออกจากห้องเด็กน้อยก็เริ่มงอแง
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็ไปสายกันพอดี" อันห้ามไม่ให้ปิ่นมุกหันกลับไปกอดลูกอีก
"ตอนเย็นแม่จะซื้อขนมมาฝากนะครับ หนูห้ามดื้อนะ" หญิงสาวพูดพร้อมกับเปิดประตูออกจากห้องไป เป็นจังหวะเดียวกับประตูห้องตรงข้ามที่เปิดออกมาเช่นกัน
ปิ่นมุกมองไปเจอคนที่เปิดประตูออกมาเธอก็ส่งยิ้มหวานให้ พร้อมกับโค้งใบหน้าลงเล็กน้อย เพราะได้ยินอันเล่าให้ฟังว่าห้องนั้นเป็นคนเอาเด็กมาคืนให้
มึงอย่าคิดอะไรเด็ดขาดนะไอ้ไชยานั่นเมียเขา ..ไชยาตอบกลับโดยการส่งยิ้มให้ และพยายามบอกตัวเองห้ามคิดอะไรเด็ดขาด..
"ยื่นขวางประตูอยู่ได้ ขยับหน่อยคนจะออก" นอร์เวย์ที่กำลังเดินตามออกมาตำหนิเพื่อน เมื่อเห็นว่ายืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู
ไชยารีบเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วขยับเพื่อให้นอร์เวย์มีทางออก
"มองอะไรอยู่" นอร์เวย์มองไปตามสายตาที่ไชยามองเมื่อสักครู่ ก็เห็นว่ารถคันนั้นกำลังเคลื่อนตัวออกไป
"ผมยังคงยืนยันคำเดิม"
"คำเดิมอะไรของคุณ"
"เสียดาย.."
"เป็นเอามาก" นอร์เวย์ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปที่รถ
และไชยาก็รีบเดินตามมาที่รถ ส่วนมากไชยาจะติดรถไปที่ไซต์งานกับนอร์เวย์ เพื่อประหยัดค่าน้ำมัน เพราะยังไงทั้งสองก็ทำงานและพักอยู่ที่เดียวกัน
พอมาถึงไซต์งาน ตอนนี้ตรงที่รวมกลุ่มเข้าแถวกำลังมีกิจกรรมประจำวัน เขาเป็นสถาปนิกก็เลยไม่ต้องได้ไปรวมกลุ่มกับคนงาน เพราะงานของเขาไม่ได้เกี่ยวกับความปลอดภัย แต่มีบางครั้งถ้ามีการคุยเรื่องแบบพวกเขาต้องได้ไปร่วมด้วย
"นั่นสถาปนิกคนใหม่นี่"
"มีอะไร" นอร์เวย์ชะโงกหน้าไปมองเล็กน้อยแต่ก็ยังคงขับรถต่อ
"เธอเข้าใจผิดหรือเปล่าว่าต้องไปเข้าแถวกับพวกคนงาน" ไชยามองไปก็เห็นว่าเธอคนสวยลงรถแล้วก็เดินไปรวมกลุ่ม
ทั้งสองขับรถมาจอดหน้าออฟฟิศ แล้วก็เดินเข้าไปด้านใน
"คงเป็นโต๊ะทำงานของสถาปนิกคนใหม่ล่ะสิ" เข้ามาถึงก็เห็นว่ามีโต๊ะทำงานอีกตัววางอยู่ข้างๆ โต๊ะของทั้งสอง
"คงใช่" นอร์เวย์ไม่ได้สนใจ พอวางของไว้แล้วก็เดินไปที่โรงอาหารเพื่อหาอะไรรองท้องก่อน
หญิงสาวหน้าหวานที่เข้ามาใหม่เป็นจุดสนใจของหลายคนมาก เธอมีทุกอย่างครบทั้งหมวกเซฟตี้ และอุปกรณ์ เพื่อพร้อมในการรวมแถวกับคนงาน
พอถึงช่วงกิจกรรมออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย ปิ่นมุกก็ทำตามจังหวะที่ทุกคนทำกันทุกวัน เรื่องแบบนี้เป็นพื้นฐานของคนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้อยู่แล้ว
"คุณใช่ไหมคะที่เป็นสถาปนิกเข้ามาใหม่" เซฟตี้สาวคนหนึ่งทัก
"ใช่ค่ะ" ทั้งสองมองเครื่องแต่งกายของกันและกันก็ดูออกแล้ว ว่าใครอยู่ในตำแหน่งไหน
"คุณเก่งจังเลยนะคะ ที่ทำงานด้านนี้ได้"
"คุณก็เก่งนะคะ การเป็นเซฟตี้ไม่ใช่ง่ายๆ" ทั้งสองชมกันไปมา "ถ้างั้นฉันขอถือโอกาสแนะนำตัวเลยนะคะ ฉันชื่อปิ่นมุกจะเรียกว่าปิ่นเฉยๆ ก็ได้ค่ะ"
"ชื่อคุณน่ารักเหมือนตัวเลยนะคะ"
"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ"
"ส่วนฉันชื่อขวัญตาค่ะ"
"ชื่อคุณก็เพราะนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณขวัญตา"
"คุณอาจจะยังไม่รู้ สถาปนิกเขาไม่มาเข้าแถวกันหรอกค่ะ"
"ทำไมล่ะคะ ก็ทำงานในที่เดียวกัน"
"ไม่รู้สิคะ..มันคงเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมามั้งคะ"
พอเลิกแถวแล้วทั้งสองก็เลยชวนกันไปหาอะไรทานก่อน
"ฉันก็กดดันอยู่ว่าจะทำตัวยังไง" ปิ่นมุกอยากจะขอบคุณขวัญตาที่เปิดใจคุยกับเธอก่อน
"อยู่ที่นี่ฉันก็ไม่ค่อยมีเพื่อนหรอกค่ะ คนงานเห็นทีไรเดินห่างเป็นวา" เพราะคนงานส่วนมากไม่ค่อยถูกกับเซฟตี้อยู่แล้ว มองอะไรก็มีแต่ตำหนิเรื่องความปลอดภัยทั้งนั้น
พอทานข้าวเสร็จขวัญตาก็เลยชวนปิ่นมุกกลับมาออฟฟิศ ทั้งสองไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศเดียวกัน เพราะระบบการทำงานไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย แต่ออฟฟิศก็ตั้งอยู่ใกล้กัน
"สถาปนิกจะพักอยู่ในออฟฟิศนี้นะคะ" Office ประจำไซต์ก่อสร้าง เป็นตู้คอนเทนเนอร์หลายๆ ตู้วางเรียงกัน เวลาย้ายไปทำงานที่อื่นก็ใช้รถเฮี๊ยบยกใส่ท้ายรถแล้วก็ย้ายไปเลย
"ถ้างั้นตอนเที่ยงเราทานข้าวด้วยกันอีกนะคะ"
"ได้เลยค่ะ" ทั้งสองก็เลยแยกย้าย
ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปปิ่นมุกหายใจเข้าปอดลึกๆ เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมงานจะเป็นยังไงกันบ้าง
แอดดดด..
สถาปนิกที่ทำงานอยู่ในไซต์นี้มีทั้งหมด 4 คน และทั้ง 4 ก็มีแต่ผู้ชาย ซึ่งสองคนนั้นมีครอบครัวกันแล้ว แต่ยังเหลืออีก 2 คนที่ยังเป็นโสด
พอประตูห้องเปิดเข้ามา คนที่นั่งทำงานอยู่ก็ได้เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน..
"สวัสดีค่ะ" หญิงสาวกล่าวคำสวัสดีก่อนที่จะมองคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้นให้ครบทุกคน "ฉันคือ....??!!"
"อ้าวคุณนั่นเอง เชิญได้เลยครับโต๊ะของคุณอยู่ตรงนี้" ไชยากุลีกุจอลุกขึ้นเชิญให้ปิ่นมุกเข้ามา
"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวต้องรีบละสายตาไปจากผู้ชายอีกคนที่ทำให้เธอตกใจสุดขีด เมื่อเจอเขาอยู่ในที่ทำงานใหม่
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ" ผู้ชายอีกสองคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้ทักทายบ้าง เพื่อไม่ให้บรรยากาศในที่ทำงานตึงเครียดมากเกินไป
หญิงสาวตอบกลับแค่รอยยิ้มบางๆ ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มออกมาให้เห็นก็ถือว่าดีมากแล้ว
"พูดอะไรหน่อยสิครับคุณนอร์เวย์" ไชยาสะกิดนอร์เวย์เบาๆ เพราะเห็นว่าเพื่อนดูจะไม่สนใจ
"สวัสดีครับ"
ปิ่นมุกไม่ได้ทักทายกลับ เธอนั่งลงเก้าอี้พร้อมกับหยิบงานตรงหน้ามาเปิดดู แต่กะจิตกะใจตอนนี้ไม่ได้อยู่กับงานเลย
"ผมชื่อไชยานะครับ"
"ค่ะ" หญิงสาวตอบไปเบาๆ ที่ไชยาแนะนำตัวเพราะอยากจะเปิดก่อนและให้เธอแนะนำตัวตามมา แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน
คิดว่าชาตินี้จะไม่ต้องเจอหน้าเขาอีก ทำไมสวรรค์ต้องเล่นตลกกับเธอด้วย
หญิงสาวพยายามกดดันตัวเองให้มีสมาธิในการทำงาน
"อันนี้เป็นแบบที่ก่อนรื้อถอนใช่ไหมคะ"
"เออ.. ใช่ครับ สงสัยผมจะหยิบแบบให้คุณผิด" ณวัฒน์ผู้ชายที่นั่งอยู่ในห้องนั้นก็เลยต้องไปค้นแบบตำแหน่งที่เธอรับผิดชอบมาให้ดูใหม่
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอดูแบบก่อนรื้อถอนด้วยนะคะ" ปิ่นมุกไม่รู้หรอกว่าทำไมต้องรื้อถอน เพราะเห็นว่าก่อสร้างไปได้เยอะแล้ว แต่ดูจากคนที่ร่างแบบนี้ขึ้นมา ก็เห็นว่ามีปัญหาหลายจุด
"อันไหนที่รื้อไปแล้วก็ไม่ต้องค้นมาดู" พอประโยคนี้ออกจากปากของนอร์เวย์ ทุกคนที่กำลังทำงานอยู่ต่างก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกัน
"เธออาจจะดูเป็นแนวทางก็ได้มั้งครับคุณนอร์เวย์" ไชยากรอกสายตามองปิ่นมุกและมองนอร์เวย์ก่อนที่จะพูด
"ถึงดูไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำงานช่วยกันจะไม่เร็วกว่าเหรอ"
"ขอโทษค่ะที่ฉันทำเกินหน้าที่"
"มะ..ไม่เลยครับ" ไชยาเห็นว่าเธอทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกตำหนิ "รู้ไว้ใช่ว่าสักหน่อยคุณเวย์ก็"
"ใช่ครับแล้วก็หาเรื่องเอามาใส่บ่าแบกหามให้มันหนัก"
"เอาแล้วไง สงสัยจะมีมวยคู่เอก" สองคนที่อยู่อีกฝั่งกระซิบกระซาบพูดกัน
"งานก่อนรื้อถอนต้องเก็บไว้ตรงไหนคะคุณไชยา" หญิงสาวพับเก็บงานพวกนั้นไว้ เธอไม่อยากมีปัญหากับเขาเหมือนตอนนั้น...
เที่ยงวันเดียวกัน..
ปิ่นมุกลืมไปเลยว่านัดขวัญตาไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน พอถึงเวลาเที่ยงเธอก็รีบขับรถกลับมาที่รีสอร์ท
"วันนี้งอแงมากเลยค่ะ เพิ่งจะนอนไปเมื่อสักครู่นี้เอง"
"แกงอแงเหรอคะ" หรือว่าลูกของเธอจะสัมผัสอะไรได้ ไม่นะ มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณปิ่น" อันเห็นสีหน้าของปิ่นมุกไม่ค่อยดี
"เราไปหาห้องพักที่อื่นอยู่กันไหมคะ"
"ทำไมคะ ที่นี่ก็กว้างขวางดีออก"
หญิงสาวหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็ค่อยๆ ปล่อยออกมา ถึงแม้เธออยากจะไปเช่าที่อื่นอยู่ก็คงทำยังไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายตอนนี้เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว
"ตอนเย็นพี่ห้ามให้ตาปลื้มออกไปนอกห้องเด็ดขาดนะคะ" ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วเธอก็จะระวังเรื่องนี้เอา จะไม่ยอมให้เขาเห็นหน้าลูกชายของเธอเด็ดขาด
พอหมดเวลาพักเที่ยงปิ่นมุกก็ต้องรีบกลับมาไซต์งาน โดยที่ยังไม่ได้ทานอะไร..ไม่ใช่ไม่ทานเพราะทานไม่ลงมากกว่า
"ผมว่าจะบอกคุณอยู่ตอนเที่ยงที่โรงอาหารคนเยอะ เราสั่งให้แม่ค้าเอาเข้ามาส่งที่ออฟฟิศก็ได้ครับ" ไชยาเห็นเธอเดินเข้ามาก็เลยหาเรื่องชวนคุย
"ฉันไม่ได้ไปโรงอาหารค่ะ" ถ้าจะไม่ตอบก็ดูเสียมารยาท
คนที่นอนหนุนแขนตัวเองกับโต๊ะทำงานอยู่..พอได้ยินเสียงคุยกันก็ลุกขึ้น แล้วเดินไปที่ชงกาแฟ
"ที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนแบบนี้หรอกครับ แต่วันนี้ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดงมา" ไชยากระซิบพูดกับปิ่นมุก เพราะรู้สึกว่าวันนี้นอร์เวย์ทำอะไรแปลกๆ
"ฉันขอทำงานก่อนนะคะ" ถ้าไม่ขอทำงาน ผู้ชายคนนี้ก็จะชวนคุยอีกนั่นแหละ
"ตามสบายเลยครับ ถ้าคุณอยากดื่มกาแฟ ก็มุมนั้นเลยนะครับ"
หญิงสาวไม่ได้ตอบและก็ไม่มองตามมือที่ไชยาชี้ไปด้วย เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ใครยืนชงกาแฟอยู่ตรงนั้น
"ฉันขอออกไปเดินดูหน้างานหน่อยนะคะ" ทำงานไปได้สักพักหญิงสาวก็หอบเอาแบบหน้างานที่เธอรับผิดชอบ
"ได้เลยครับ ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหม" เพราะคิดว่าเธอคงจะยังไม่รู้ว่าโซนไหนเป็นโซนไหน
"ไม่ต้องหรอกค่ะ" หญิงสาวหยิบเอาหมวกเซฟตี้และอุปกรณ์ที่เธอต้องใช้ แล้วเดินออกไป
"โอ๊ยยย"
"คุณไชยาคุณเป็นอะไร" เพื่อนที่ทำงานร่วมห้องรีบลุกมาดูว่าไชยาเป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็เอนตัวลงกับเก้าอี้แล้วร้องโอดโอย
"สงสัยว่าผมจะเป็นโรคหัวใจ"
"โรคหัวใจ?"
"มันเป็นกันง่ายขนาดนี้เลยเหรอคุณไชยา"
"โรคนี้มันจะกำเริบตอนที่เจอคนถูกใจ..แต่ว่า"
"แต่ว่าอะไรครับ"
"พวกคุณอย่ารู้เลย"
"ไร้สาระ ทำงานให้มันได้เท่ากับที่เพ้อหน่อยได้ไหม"
"เอ้าา นี่ก็ไม่รับมุกเพื่อนเลย" ไชยาก็เลยเลิกเล่นเมื่อถูกนอร์เวย์พูดเบรก
เย็นวันเดียวกัน..
พอเลิกงานปิ่นมุกก็รีบออกมาก่อนใครเพื่อน เพราะเธอกลัวว่าพี่เลี้ยงจะพาลูกออกมาเดินเล่นรอบรีสอร์ท
"ปลื้มครับคิดถึงแม่ไหม"
"แมะ" เด็กน้อยงอแงอยากออกไปเดินเล่น แต่พี่เลี้ยงไม่พาไป พอแม่กลับมาก็อ้อนให้พาออกไป
"ไม่ได้ครับ และเราห้ามแอบออกไปด้วย" หญิงสาวลูบผมลูกชายเบาๆ เธออยากกอดลูกร้องไห้ แต่กลัวอันจะตกใจว่าเป็นอะไร
"คุณปิ่นมาก็ดีค่ะ อันจะได้รีดชุดนักเรียนไว้ให้ตาปลื้ม วันนี้ไม่ได้ทำอะไรทั้งวัน"
"ขอบคุณมากนะคะพี่อัน"
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ" ว่าแล้วอันก็เปิดประตูออกมา เพราะเธอตากชุดปลาบปลื้มไว้ยังไม่เก็บ
เป็นจังหวะเดียวกับที่รถของนอร์เวย์วิ่งมาจอดตรงลานจอดของทางรีสอร์ทพอดี
"คุณมองอะไร" ไชยาเห็นว่านอร์เวย์เอาแต่จ้องมองห้องนั้น และก็มองพี่เลี้ยงเด็ก
"เปล่า" ชายหนุ่มเปิดประตูลงมาจากรถ แต่ก็อดมองไปดูห้องนั้นอีกไม่ได้
"ไปกันได้หรือยังครับ"
"ไปไหน" นอร์เวย์รีบละสายตาจากห้องนั้นแล้วหันมามองไชยา
"ก็กลับเข้าห้องไง"
"คุณจะเข้าห้องก็เข้าไปก่อนสิ ตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย"
"ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือเปล่าวะ" ไชยาต้องรีบพาตัวเองออกห่างเขาไว้ก่อน เพราะรู้สึกว่าอารมณ์จะไม่คงที่
"แมะ แมะ แม่"
"ไม่ไปครับ" ปิ่นมุกก็สงสารลูกอยู่หรอก คงอยากออกไปเดินรับลม แต่เธอต้องใจแข็งเข้าไว้ ถ้าเขาเห็นปลาบปลื้มต้องสงสัยแน่