ตอนที่ 69
บทที่ 69
September 18, 2026
"ไม่มีอะไรหรอกน่า ทำไมถึงชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นไปซะทุกเรื่อง" พิภพรีบหยุดคำพูดของเหมือนฝันไว้ เพราะถ้าพูดสิ่งนั้นออกมา เขากลัวว่าแทนคุณจะไม่ชอบใจนัก ที่พ่อของตัวเองมาออกตัวรับแทนและยังบอกว่าเป็นลูก
"ได้..ถ้าพี่ไม่บอก งั้นเรื่องนี้ถึงหูคุณป้าแน่" น้ำอิงก็ไม่ยอมปล่อยไปเหมือนกัน ผู้หญิงถึงขนาดเข้าโรงพยาบาล และพิภพก็เป็นประเภทที่เมาแล้วไม่ค่อยรู้ตัว ถ้าเกิดว่าพี่ของเธอไปทำอะไรผู้หญิงตอนเมาขึ้นมา เรื่องนี้คนเป็นแม่ต้องรับรู้ไว้บ้าง
เหมือนฝันแปลกใจมาก ตกลงพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันไหม คนเป็นพ่อจะไม่เล่าให้ลูกสาวฟังเหรอ ก็เห็นทุกคนเหมือนเป็นห่วงเป็นใยกันดี
"พ่อที่คุณพูดถึง เป็นชายสูงวัยที่นั่งรถเข็นใช่ไหมครับ" ถึงแม้แทนคุณจะเงียบ แต่เขาก็กลั่นกรองคำถามรอไว้แล้ว เพราะเวลาที่ผู้หญิงคนนี้เข้าโรงพยาบาล มันเป็นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่พ่อของเขาออกมาจากบ้าน
"ใช่ค่ะ"
"หมายความว่ายังไง" ได้ยินว่าชายมีอายุที่นั่งรถเข็นก็รู้แล้วว่าเป็นใคร น้ำอิงเปลี่ยนทิศทางการมองของสายตาหันมาหาสามีบ้าง ในแววตาของเขามันซ่อนอะไรไว้หลายอย่าง พอมองหน้าสามีก็อดไม่ได้ที่จะมองไปดูพี่ชายอีกคน..และสมองของเธอก็เริ่มประมวลผล
หญิงสาวมองดูชื่อหมอผู้รักษาที่แฟ้มแปะอยู่ตรงปลายเตียง แล้วเธอก็รีบออกมาจากห้องนั้น..
แทนคุณไม่รู้ว่าเธอจะไปไหน แต่เขาก็ตามมา เพราะเห็นเดินเร็วกลัวจะสะดุด
"ฉันขอพบนายแพทย์ชัชวาลหน่อยค่ะ"
"มีธุระอะไรกับคุณหมอหรือคะ"
น้ำอิงก็เลยแจ้งรายละเอียดไปว่าเธอเป็นญาติของห้องไหน
พอได้เข้าพบแพทย์ประจำตัวของเหมือนฝัน น้ำอิงก็ถามไปตามตรง
"..ฉันว่าแล้ว" ที่จริงหมอประจำตัวไม่ได้ยอมบอกง่ายๆ แต่เธอมีวิธีการพูดจนหมอยอมบอก..พอรู้ว่าพี่ชายทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้นน้ำอิงก็รีบกลับมาที่ห้องเดิม
สายตาเอาเรื่องของเธอมองจ้องพิภพโดยไม่เอ่ยพูดอะไรสักคำ จนพี่ชายเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวูบ
"คุณรักษาตัวให้หายก่อนนะคะ ที่เหลือฉันจะจัดการเอง" หญิงสาวหันไปพูดกับผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วย
พิภพก็รู้แหละว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด ถ้าไม่เมาก็คงพอยับยั้งตัวเองได้ แต่เล่นมานอนในมุ้งของเขาแบบนี้ จะว่าเขาผิดฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
"เรื่องนี้พี่ขออะไรได้ไหม" ขายหนุ่มจูงแขนน้องสาวมาพูดตรงระเบียงหน้าห้องนั้น
"ขออะไร"
"อย่าบอกแม่"
"หึ! พี่คิดว่าช้างตายทั้งตัว ใบบัวใบเดียวจะปิดมิดเหรอ!"
"เราก็อย่าสำนวนนักสิ พี่กลัวแม่จะ.."
"ทีทำไม่คิด!" ถึงแม้จะออกมาคุยกันตรงระเบียงแล้ว เสียงคุยกันดังขนาดนั้นมันก็มีเล็ดลอดเข้าไปในห้องบ้าง และคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ได้ยิน
"พี่รู้ว่าผิด แต่เรื่องนี้ขอให้พี่เป็นคนคุยกับแม่เอง"
"คงไม่ได้หรอก ฉันรู้ว่าพี่ไม่คุยแน่..ถ้าพี่ไม่คิดจะจริงจัง.." คำนี้ออกมาเพราะความโมโห น้ำอิงก็เลยรีบหยุดคำพูดตัวเองไว้ก่อน..กลัวคนที่อยู่ด้านในได้ยิน
แต่ก็ไม่ทันแล้ว ทำไมเหมือนฝันจะไม่ได้ยิน เขาจะมาจริงใจอะไรกับผู้หญิงต่ำต้อยแบบเธอ ..จะไล่พวกเขาออกไปจากห้องก็ไม่ได้ เหมือนฝันก็เลยทำได้แค่นอนหันหลังให้แล้วแกล้งหลับไป
ทุกคนออกจากห้องไปเพียงไม่นาน อาหารมื้อต่อไปก็ถูกนำเข้ามา
"ตื่นมากินข้าวก่อนจะได้กินยา" เกิดมาก็เพิ่งเคยเฝ้าไข้คนนี้แหละ
คนตัวเล็กค่อยๆ ดันกายลุกขึ้น โดยมีพิภพคอยพยุงช่วยแล้วเอาหมอนมาหนุนหลังให้
จริงๆ แล้วเหมือนฝันไม่ใช่คนอ่อนแอแบบนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นมันกระทบกระเทือนกับจิตใจของเธอมาก ก็เลยทำให้ระบบในร่างกายต้านทานกับเรื่องนี้ไม่ได้จนล้มป่วย
"พรุ่งนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาล" หญิงสาวพูดในขณะที่นั่งทานข้าว
"อืม" เขาก็มีเรื่องเครียดเหมือนกัน เพราะถ้าแม่รู้..ไม่อยากจะคิดต่อเลย
ค่ำมืดของวันเดียวกัน.. ที่คฤหาสน์เทพประทาน
"ไปไหนกันมา ทำไมกลับค่ำ" ทัตเทพถามเหมือนทุกวันที่ลูกกลับบ้านค่ำมืด
"ไปหาพิภพมาครับ" ทุกครั้งจะเป็นน้ำอิงที่ตอบ แต่ครั้งนี้แทนคุณชิงตอบไปก่อน และเป็นแบบที่เขาคิดไว้ พอได้ยินชื่อพิภพเท่านั้นแหละ พ่อเริ่มให้ความสนใจ