ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 11, 2026
เจียงเจ๋อเป็นหนึ่งในเลขาคนสนิทของเฟิงถิงเซิน
เมื่อเขาเห็นหนังสือลาออกของเธอก็ตกใจมาก
เขาเป็นหนึ่งในคนจำนวนน้อยในบริษัทที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของหรงฉือกับเฟิงถิงเซิน
คนที่สนิทกับเฟิงถิงเซินต่างก็รู้กันดีว่าหัวใจของเขาไม่ได้อยู่ที่หรงฉือ
เขาเย็นชากับหรงฉือมาก และไม่ค่อยกลับบ้านหลังจากแต่งงาน
หรงฉือเลือกเข้าทำงานที่เฟิงซื่อกรุ๊ปเพื่อให้ได้ใกล้ชิดและมัดใจเฟิงถิงเซิน
เป้าหมายแรกสุดของเธอคือเป็นเลขาคนสนิทของเฟิงถิงเซิน
แต่เฟิงถิงเซินไม่ยอม
ต่อมาคุณท่านออกหน้าแทน แต่ก็ไม่สามารถทำให้เฟิงถิงเซินเห็นด้วยอยู่ดี
สุดท้าย หรงฉือจึงยอมอยู่แผนกเลขานุการอย่างจำใจ และกลายเป็นหนึ่งในเลขาธรรมดาจำนวนมากของเฟิงถิงเซิน
แรกเริ่ม เจียงเจ๋อยังกังวลว่าหรงฉือจะทำให้แผนกเลขานุการวุ่นวายหลังจากที่เธอเข้ามา
แต่ผลลัพธ์กลับเหนือความคาดหมายของเขา
ถึงแม้ว่าหรงฉือจะอาศัยตำแหน่งเพื่อเข้าใกล้เฟิงถิงเซิน แต่เธอก็รู้จักเวล่ำเวลา และไม่ทำเกินงาม
ตรงกันข้าม อาจจะเป็นเพราะต้องการให้เฟิงถิงเซินประทับใจในตัวเธอ หรงฉือจึงตั้งใจทำงานมาก ทั้งยังมีความสามารถโดดเด่น ไม่ว่าเธอจะตั้งท้อง คลอดลูก หรือทำเรื่องอื่นๆ เธอก็ปฏิบัติตามกฎของบริษัทเสมอ และไม่เคยทำตัวมีอภิสิทธิ์ใดๆ เลย
หลายปีต่อมา หรงฉือได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าแผนกเลขานุการ
ความรู้สึกของหรงฉือที่มีต่อเฟิงถิงเซิน เขาก็เห็นอยู่ในสายตาตลอด
พูดตามตรง เจียงเจ๋อไม่เคยคิดเลยว่าหรงฉือจะลาออก
และเขาก็ไม่เชื่อว่าหรงฉือจะยอมลาออกเอง
ตอนนี้หรงฉือจะลาออก คงจะมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซินที่เขาไม่รู้ ดังนั้นเฟิงถิงเซินจึงสั่งให้เธอลาออก
หรงฉือมีความสามารถในการทำงานมาก แม้จะน่าเสียดาย แต่เจียงเจ๋อยังคงเอ่ยตามหน้าที่ว่า “ผมรับหนังสือลาออกไว้ และจะรีบหาคนมารับหน้าที่แทนคุณโดยเร็วที่สุด”
“ค่ะ”
หรงฉือพยักหน้าแล้วหันหลังกลับไปที่โต๊ะทำงาน
เจียงเจ๋อทำงานยุ่งอยู่สักพักก่อนจะรายงานงานกับเฟิงถิงเซินทางออนไลน์
ตอนที่คุยงานใกล้จะเสร็จ จู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องที่หรงฉือจะลาออก “เอ่อ ประธานเฟิงครับ เกี่ยวกับ——”
ถึงแม้ว่าเขาจะบอกกับหรงฉือว่าจะรีบหาคนมารับหน้าที่แทนเธอโดยเร็วที่สุด แต่ก็ยังอยากจะลองสอบถามความเห็นของเฟิงถิงเซินเรื่องวันออกที่แน่ชัดของเธอ
ถ้าหากเฟิงถิงเซินต้องการให้หรงฉือลาออก แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องมาที่บริษัท งั้นอีกเดี๋ยวเขาก็จะไปจัดการเลย
แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ปาก และนึกขึ้นได้ว่าตอนที่หรงฉือเพิ่งเข้ามาทำงานเฟิงถิงเซินเคยสั่งไว้ว่าเรื่องทั้งหมดของหรงฉือในบริษัทให้พวกเขาจัดการตามระเบียบบริษัท ไม่ต้องรายงานเขาโดยตรง
เพราะเขาจะไม่สนใจเธอ
ความจริงก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
เฟิงถิงเซินไม่เคยถามถึงเรื่องของหรงฉือในบริษัทเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ทุกที่ครั้งเห็นหรงฉือที่บริษัท เขาก็จะแสดงท่าทีเหมือนมองคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิง
หรงฉือมีผลงานโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อสองปีก่อน ตอนที่พวกเขาวางแผนว่าจะเลื่อนขั้นให้หรงฉือ และยังพิจารณาถึงเรื่องที่เฟิงถิงเซินไม่ชอบหรงฉือ พวกเขาจึงตั้งใจพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเฟิงถิงเซินด้วย
ประมาณว่าถ้าเขาไม่ชอบ เรื่องก็ถือว่าแล้วไป
ตอนนั้นเฟิงถิงเซินฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว และย้ำอีกครั้งอย่างไม่พอใจว่าเขาจะไม่เข้าไปยุ่ง ให้พวกเขาทำตามกฎระเบียบ
และยังบอกอีกว่าต่อไปห้ามถามเรื่องเกี่ยวกับหรงฉือในบริษัทกับเขาอีก
เมื่อเห็นเจียงเจ๋อไม่พูดสักที เฟิงถิงเซินจึงถามด้วยความสงสัยว่า “เรื่องอะไร”
พอเจียงเจ๋อได้สติก็รีบพูดว่า “ไม่มีอะไรแล้วครับ”
ในเมื่อเฟิงถิงเซินรู้เรื่องที่หรงฉือจะลาออกแล้ว แต่เขากลับไม่พูดถึงเลย นั่นก็แสดงว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญเลยด้วยซ้ำในสายตาของเฟิงถิงเซิน
งั้นเขาจัดการตามระเบียบบริษัทเหมือนที่เคยผ่านมาก็ได้แล้ว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
เฟิงถิงเซินจึงกดวางสายวีดิโอคอล
.....
“กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ”
ตอนเที่ยง จู่ๆ เพื่อนร่วมงานพลันตบไหล่ของหรงฉือ
พอหรงฉือได้สติก็ยิ้มพลางส่ายหน้า “เปล่า”
“วันนี้ไม่ต้องโทรหาลูกสาวเหรอ”