ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 11, 2026
เฟิงจิ่งซินเอ่ยพลางกระโดดบนเตียง “จริงเหรอคะ?!”
“อืม”
“งั้นทำไมเมื่อกี้น้าอู๋อู๋ไม่บอกหนูล่ะคะ?”
“เรื่องเพิ่งชัดเจน ก็เลยยังไม่ได้บอกเธอน่ะ”
เฟิงจิ่งซินตื่นเต้นมาก “งั้นคุณพ่ออย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับน้าอู๋อู๋นะคะ หลังจากเรากลับประเทศแล้วค่อยเซอร์ไพรส์คุณน้าดีไหมคะ”
“ดีจ๊ะ”
“คุณพ่อดีที่สุดเลย หนูรักคุณพ่อมากเลย!”
เฟิงจิ่งซินยังคงดีใจมากแม้จะวางสายแล้ว ทั้งร้องทั้งกระโดดโลดเต้นบนเตียง
ผ่านไปสักพัก จู่ๆ เธอก็นึกถึงหรงฉือ
หลายวันมานี้เธออารมณ์ดีมากๆ เพราะแม่ไม่ได้โทรหาเธอ
จริงๆ แล้วหลายวันมานี้เธอไม่เพียงแค่จงใจออกบ้านแต่เช้า แต่ยังจงใจวางโทรศัพท์ไว้ไกลๆ หรือปิดเครื่องหลังเลิกเรียนกลับบ้านเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคุยโทรศัพท์กับแม่
แต่หลังจากผ่านไปสองวันเธอก็ไม่ทำเช่นนั้นอีกเพราะกลัวว่าแม่รู้แล้วจะโกรธ
แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือแม่ไม่โทรหาเธอเลยหลายวันหลังจากนั้น
ตอนแรกเธอยังคิดว่าแม่รู้เรื่องที่เธอจงใจพลาดรับสายจากแม่
แต่พอคิดดูอีกที จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ถ้าแม่รู้ว่าเธอทำเรื่องผิดพลาด แม่จะต้องให้เธอแก้ไขทันที แต่ไม่ใช่โกรธจนไม่โทรหาเธอแบบนี้
เพราะอย่างไรเสีย เธอก็สำคัญที่สุดสำหรับแม่ และแม่ก็รักเธอมากที่สุด ดังนั้นเธอจึงไม่เชื่อว่าแม่จะยอมไม่โทรหาเพราะโกรธเธอจริงๆ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ทันใดนั้นเฟิงจิ่งซินก็พลันรู้สึกคิดถึงหรงฉือ
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เธอคิดถึงหรงฉือ
จึงอดไม่ได้ที่จะโทรหาหรงฉือ
แต่เพิ่งจะกดโทรออก จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ ถึงแม้ว่าเธอจะได้เจอกับน้าอู๋อู๋ในเร็วๆ นี้หลังจากกลับประเทศ แต่ด้วยนิสัยของแม่ แม่ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อห้ามไม่ให้เธอพบกับน้าอู๋อู๋แน่นอน
แล้วเธอก็จะไม่สามารถเจอกับน้าอู๋อู๋เมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการเหมือนตอนอยู่ที่นี่ได้อีก
เมื่อคิดถึงตรงนั้น เฟิงจิ่งซินก็พลันอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาในทันใด
ตอนนี้ที่ประเทศจีนเป็นเวลาตีหนึ่ง
หรงฉือหลับไปแล้ว
แต่ถูกปลูกด้วยเสียงเรียกเข้าจากเฟิงจิ่งซิน
พอตื่นก็พบว่าเป็นสายจากเฟิงจิ่งซิน ขณะที่เธอกำลังจะกดรับสาย เฟิงจิ่งซินก็กดตัดสายด้วยความโกรธ
แม้ว่าหรงฉือจะระบุชัดเจนในข้อตกลงการหย่าร้างว่าเธอยอมสละสิทธิ์ในการเลี้ยงดูเฟิงจิ่งซิน แต่อย่างไรเสียเฟิงจิ่งซินก็เป็นลูกสาวของเธออยู่ดี
เธอจึงยังมีความรับผิดชอบต่อลูกอยู่
เมื่อเห็นเฟิงจิ่งซินโทรมา แต่จู่ๆ ก็ตัดสายไป เธอกลัวว่าอาจจะเรื่องอะไรขึ้น จึงรีบโทรกลับ
แต่พอเฟิงจิ่งซินเห็นสายโทรเข้ากลับหันหน้าหนี และไม่ยอมรับสาย
ซึ่งทำให้หรงฉือยิ่งกังวลขึ้นไปอีก จึงรีบโทรเข้าเบอร์บ้านของวิลล่าหลังนั้นทันที
ไม่นานป้าหลิวก็รับสาย เมื่อฟังหรงฉือพูดจบเธอก็รีบพูดว่า “คุณหนูคงไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เมื่อคืนเธอนอนดึก วันนี้ก็เลยตื่นสาย เมื่อกี้ตอนฉันขึ้นไปเธอยังหลับอยู่ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปดูสักหน่อย แล้วอีกเดี๋ยวค่อยโทรหาคุณนะคะ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของป้าหลิว หรงฉือถึงโล่งใจ “ค่ะ รบกวนด้วยค่ะ”
เฟิงจิ่งซินกำลังล้างหน้าในห้องอาบน้ำตอนที่ป้าหลิวขึ้นไปชั้นบน
หลังจากป้าหลิวอธิบายสถานการณ์ชัดเจนแล้ว เธอก็บ้วนปากไปพลางก้มหน้าโกหกว่า “เผลอกดไปโดนเองค่ะ”
ป้าหลิวไม่ได้สงสัยอะไร เมื่อเห็นเธอกำลังแปรงฟัน จึงเดินลงไปชั้นล่างเพื่อตอบกลับหรงฉือ
เฟิงจิ่งซินมองตามพลางเปล่งเสียงฮึดอัด ถึงค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
หรงฉือฟังคำพูดของป้าหลิวแล้วก็โล่งอก
เพียงแต่จู่ๆ ก็ถูกปลุกให้ตื่นกะทันหัน เธอจึงไม่สามารถนอนหลับต่อได้แม้จะผ่านเวลาไปนาน เมื่อตื่นไปทำงานในวันรุ่งขึ้นจึงอารมณ์ไม่ค่อยดี
นับตั้งแต่วันที่เฟิงถิงเซินได้รับโทรศัพท์จากหลินอู๋ เขาก็ไม่เคยนึกถึงซองจดหมายที่บรรจุข้อตกลงการหย่าร้างที่หรงฉือให้เขาอีกเลย
ในวันที่เขากลับประเทศ เฟิงถิงเซินเอาเอกสารฉบับสุดท้ายใส่ลงในกระเป๋าเอกสารก่อนจะตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่ลืมอะไรแล้วหันหลังเดินลงบันไดไป
“โอเคแล้ว ออกเดินทางกันเถอะ”
จากนั้นรถลีมูซีนก็ขับออกจากวิลล่าอย่างรวดเร็ว และมุ่งหน้าไปยังสนามบิน
......
หรงฉือยังไม่รู้เรื่องที่พวกเฟิงถิงเซินกลับประเทศ