ตอนที่ 6
น่าจะสำลักน้ำคร่ำตายซะ
September 18, 2026
เวินซูฉีรอคนมาก่อน ไม่นานก็เห็นเงาไหววูบที่หน้าต่าง เป็นคนที่นางให้เพ่ยเพ่ยไปหลอกล่อคนของลุงใหญ่มาฟังเรื่องที่นางจะเอ่ย เมื่อคนมาแล้วนางจึงเอ่ยกับพี่ชาย
"ข้ารู้ว่าเขาคือท่านพ่อของพวกเรา แต่อย่างไรเล่าเวินซูเหิงนะเวินซูเหิงเจ้าคิดดีๆสิ ลุงใหญ่ที่เป็นพี่ชายคนโต ยามนี้ยังได้ทำงานเป็นรองเจ้ากรมราชทัณฑ์กลับไม่ได้ครองตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่ลูกบ้านรองที่เกิดจากเมียรองกลับได้เป็นผู้นำตระกูลนั่นเพราะอะไร เพราะเขาอาศัยสมบัติท่านแม่ของเราไต่เต้า จนได้ทั้งตำแหน่งผู้นำตระกูลและจ้าวกรมการคลัง ยังมีอะไรที่เขาทำไม่ได้อีก"
เวินซูฉีเอ่ยจบก็จิบชาต่อแก้กระหายและกล่าวต่อให้พี่ชายหายโง่
"ข้าจะบอกเจ้าให้หายโง่ คืนก่อนหน้าท่านแม่มาหาข้าบอกว่าท่านย่าปวดหัวรุนแรงนางจะไปเอายาที่หอโอสถเดิมข้าจะไปด้วยแต่ว่าเวินเหยียนกลับมาหาข้าและบอกว่าต้องการให้ข้าไปช่วยนางเลือกของขวัญวันเกิดท่านย่าทั้งที่ยังมีเวลาอีกสิบวัน จากนั้นนางก็ให้ลุงหลิวคนขับรถม้าไปส่งท่านแม่ ลุงหลิวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับท่านแม่กลับหายตัวไป "
เวินซูฉีมองมาคนที่นอนคว่ำเขาทำได้เพียงคะแคงใบหน้ามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เวินซูเหิงไม่รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยมาก่อนกระทั่งวันนี้ ต่อหน้าน้องสามของเขา เวินซูฉีเอ่ยต่อช้าๆให้อีกคนที่อยู่ข้างนอกได้ยินชัดๆ"
"ต่อมาเวินหนิงจับได้ว่านางมีชู้นางจึงอายและกระโดดน้ำตายเพราะหนีความผิด มารดาปวดหัวจนใกล้ตายมิต้องอยูปรนนิบัติหรือ เอาเวลาไปจับชู้ช่างกตัญญูเสียจริงๆ ข้าจะบอกให้ว่าท่านย่านางไม่เคยป่วยด้วยโรคปวดหัว แต่เหตุใดต้องหลอกท่านแม่ไปเอายา ตาแก่เวินตอนเช้าก็ให้คนไปงมศพนางขึ้นมาเหมือนรู้ว่านางจมน้ำตรงไหน เวินซูเหิงใครจะฆ่าตัวตายในบ้านและกระโดดสระน้ำตายที่ลึกแค่ห้าฉื่อ เจ้ามีสมองหรือไม่"
"เจ้ากำลังจะพูดอะไรกันแน่"
"ศพท่านแม่มีรอยรัดที่คอแปลว่านางถูกคนฆ่าตายก่อนที่จะถูกถ่วงน้ำ เจ้าคิดได้หรือยัง มาถึงตอนนี้เจ้ายังอยากใช้แซ่เวิน อยากเป็นคุณชายเวินอีกหรือไม่"
"ที่ผ่านท่านพ่อเป็นขุนนางซื่อสัตย์ จะทำเรื่องอย่างนั้นได้อย่างไรกัน"
"ซื่อสัตย์หรือไม่อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ แต่ข้าไม่อยากลงหลุมเดียวกับตาแก่นั่นหรอกนะ เชิญเจ้าเทิดทูนเขาไปเถอะ เสียดายที่มารดาของข้าเสียเวลาอุ้มท้องเจ้ามาสิบเดือน หลงกตัญญูกับหมาป่าเนรคุณแต่รังเกียจคนให้กำเนิดตัวเอง เห็นหน้าเจ้าแล้วคลื่นไส้ข้าไปล่ะ"
เงาด้านนอกไปแล้วหลังจากที่นางเอ่ยจบ เวินซูฉีจึงนั่งลงแล้วกระซิบข้างหูของเขา
"เจ้าคิดว่าตนเองป่วยจนเดินไม่ได้จริงๆหรือ เจ้าเคยได้ยินพิษสลายกระดูกไหม เวินซูเหิงหากวันหนึ่งเจ้าได้ออกไปข้างนอกอย่าบอกใครนะว่าเจ้าเป็นพี่ชายข้า ส่วนหวังซวงเอ๋อร์ของเจ้านั้นอย่าห่วงไปเลย...หากเยี่ยนจิ่นสหายรักของเจ้าที่ร่วมกันกับนางจิ้งจอกนั่นสวมหมวกเขียวให้เจ้าไม่ยินดีแต่งนาง นางจะมาหาเจ้าเองนั่นแหละ ไม่งั้นท้องโตขึ้นทุกวันก็จะขายหน้า อย่างไรนางก็ต้องหาพ่อให้ลูกในท้องเจ้าว่าจริงไหมไอ้พี่โง่ คนที่คบชู้ไม่ใช่มารดาข้าแต่เป็นหวังซวงเอ๋อร์คู่หมั้นของเจ้า"