ตอนที่ 173
บทที่ 173 ไอ้หนุ่มคนนี้มีความสามารถ
October 28, 2026
"โชคดีที่ได้เกิดวันเดียวกับพ่อของคุณ ไปฉลองวันเกิดด้วยกันน่าจะครึกครื้นมากกว่า"
"แต่กลับไปตอนนี้ก็ดึกมากแล้วนะ"
"ไม่ดึก คาดว่าประมาณ 45 นาที"
ผู้ชายพูดออกมาประโยคหนึ่ง ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความไปให้นภัทรแล้ว
"45 นาที?"
ถ้าหากพูดถึงเมื่อกี้มณิกาเชื่อว่าเป็นความจริง งั้นในเวลานี้กลับรู้สึกว่าวายุกำลังล้อเล่น
เธอพิงเบาะนั่งข้างคนขับ กินเค้กที่วายุเหลือไว้ให้อย่างเงียบๆ อยากจะดูว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
หลังจากผ่านไปห้านาที รถเก๋งก็ขับมาถึงสถานที่ที่โล่งเตียน ที่นั่นมีเฮลิคอปเตอร์จอดอยู่ลำหนึ่ง
หลังจากที่วายุลงจากรถแล้ว มณิกาก็ลงจากรถตามไป ตามเขาขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ด้วยท่าทางที่เหลือเชื่อมาก
จนกระทั่งประตูเฮลิคอปเตอร์ปิดสนิท เสียงใบพัดดังพับๆๆๆดังสนั่น เธอถึงได้สติกลับมา ที่แท้วายุจะพาเธอกลับไปส่งที่บ้านจริงๆ
คือ......เฮลิคอปเตอร์!
"คุณจะพาฉันไปส่งจริงๆ?"
เธอมองไปยังผู้ชายที่อยู่ข้างๆ พูดเสียงดัง
วายุเม้มริมฝีปากบางเบาๆ ไม่พูดตอบกลับ
แต่มณิกาเชื่อโดยสิ้นเชิงว่าวายุไม่ได้พูดโกหกแล้ว เธอรีบส่งข้อความไปหาพ่อแม่บุญธรรมของเลยว่า : [รอหนูกลับไปนะ อีกครึ่งชั่วโมงกว่าๆหนูก็ถึงบ้านแล้ว]
เมื่อส่งข้อความไป ไม่นาน พ่อแม่บุญธรรมก็โทรศัพท์มาหาแล้ว
เพราะว่าบนเฮลิคอปเตอร์เสียงดังมาก เธอก็ไม่ได้รับสาย ส่งข้อความหาพวกเขาตลอดทั้งเส้นทาง
อย่างงั้นแหละ จมอยู่ในท่ามกลางความสุข มณิกาฟุบลงบนหน้าต่างมองออกไปข้างนอก ริมฝีปากสีแดงโค้งงอขึ้น อารมณ์ดีมาก
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่า ดูเหมือนว่าวายุก็ไม่ได้เลวอะไรมาก
หลังจากนั้นสามสิบนาที เฮลิคอปเตอร์มาถึงสนามบาสเกตบอลทางเหนือของตำบลธารมิตร มณิกาลงจากเฮลิคอปเตอร์ไปพร้อมกับวายุ หลังจากที่เดินออกไปจากบาสเกตบอล เฮลิคอปเตอร์ก็บินออกไปแล้ว
มณิกามองดูเฮลิคอปเตอร์ที่ค่อยๆบินออกไปไกล เอื้อมมือไปปัดผมที่ปลิวอย่างยุ่งเหยิง อดไม่ได้ที่ถามว่า : "คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหน?"
ผู้ชายที่สวมใส่ชุดสูทรองเท้าหนังมือข้างหนึ่งล้วงในกระเป๋ากางเกง มืออีกข้างจัดๆ เนกไท ยิ่มอย่างมีเสน่ห์ที่ชั่วร้าย กลับว่าไม่พูดอะไร
แม้ว่าตำบลธารมิตรค่อนข้างอยู่ห่างไกลเมือง แต่หลังจากมื้อค่ำ มีคนจำนวนมากออกมาเดินเล่น บังเอิญเห็นทั้งสองคนเดินลงมาจากเฮลิคอปเตอร์พอดี ก็หยุดเดินพร้อมเข้ามามุ่งดู พิพากษ์พิจารณ์ต่างๆนานา
ทั้งสองคนเดินออกจากสนามเด็กเล่น ข้างนอกมีรถเก๋งสองคันจอดอยู่
เห็นทั้งสองคนเดินมา ผู้ชายที่ใส่ชุดสูทรองเท้าหนังรีบเข้ามาต้อนรับทันที ส่งกุญแจให้กับวายุ "เจ้านายครับ เตรียมของไว้ให้เรียบร้อยแล้ว"
"ลำบากแล้วนะ"
วายุพูดกล่าวหนึ่งประโยค ขึ้นรถแล้ว
มณิกานั่งเบาะข้างคนขับ
รถเก๋งค่อยๆสตาร์ทขึ้น ออกไปจากในบ้านของมณิกา
ระหว่างทาง มณิกามีท่าทางที่ซับซ้อนต่อวายุ ถึงขั้นกับค่อนข้างยากที่จะเข้าใจได้
เห็นได้ชัดเจนนายหญิงเนตรเชิญพวกเขาไปทานอาหารค่ำที่บ้านเก่าตระกูลเดชากุล แต่วายุกลับว่าเบี้ยวนัดนายหญิงแล้ว พาเธอกลับมาตำบลธารมิตร เพียงเพื่อมาร่วมวันเกิดพ่อของเธอ
วายุเขาต้องการคนมาฉลองวันเกิดให้เขาเหรอ?
เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่ใช่
คิดไปคิดมาแล้ว มณิกาลูบๆที่จมูก อดไม่ถามที่จะถามว่า : "วายุ คุณชอบฉันใช่ไหม?"
เอี๊ยด!!
เธอเพิ่งจะพูดเสร็จ รถเก๋งเบรกอย่างกะทันหัน จอดข้างทางแล้ว
สายตาที่ประหลาดใจของผู้ชายเหล่มองไปยังมณิกา นัยน์ตาสาดส่องความไม่เป็นธรรมชาติออกมา
"มองฉันแบบนี้ทำไม ถ้าหากคุณไม่ชอบ ทำไมถึงได้ขับเฮลิคอปเตอร์พาฉันกลับมาฉลองวันเกิดพ่อของฉันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยล่ะ?ทำธุรกิจ ไม่เจ้าเล่ห์ขี้โกง ไม่ใช่พ่อค้า คุณจะต้องมีจุดประสงค์แน่"
มณิกามั่นใจอย่างมาก
วายุจับพวงมาลัยแน่น หัวใจเต้นเร็ว วันปกติทั่วไป แม้ว่าจะคุยออเดอร์หลักหมื่นล้านล้วนแต่ไม่ได้ตื่นเต้นเท่ากับตอนนี้
เขาแสดงอาการว่าชอบเธออย่างเห็นได้ชัดขนาดนี้เลยเหรอ?
"ถ้าหาก ผมบอกว่า......"