ตอนที่ 208
บทที่ 208 วายุที่โกรธเคือง
October 28, 2026
"มา หนูณิกาก็มากินด้วยกันมา ฉันกินคนเดียวกินได้ไม่เยอะขนาดนี้หรอก" นายหญิงเนตรยื่นผลไม้ไปให้มณิกา
ความตั้งใจของคุณย่า มณิกาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ แล้วก็เอาหยิบส้อมจิ้มผลไม้ขึ้นมา จิ้มผลไม้มาชิ้นหนึ่งแล้วกินไปคำหนึ่ง "หวานแล้วก็นุ่มมาก คุณย่ากินซิคะ"
ทั้งสองคนพูดคุยกันไป แล้วก็ละเลยวายุนั่งอยู่อีกข้างไปเลย
พอผ่านไปพักหนึ่งแล้ว นายหญิงเนตรถึงได้มองมาที่วายุ "เมื่อเช้ากานต์ก็มาที่นี่ แล้วก็มาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าฉัน ดูแล้วน่าสงสารมากเลย ถึงแกจะไม่แต่งงานกับเธอ แต่ลูกในท้องของเธอก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเดชากุลเรา แกทำอะไรก็อย่าไร้เยื่อใยให้มากนักนะ"
เรื่องของคนหนุ่มสาว นายหญิงเนตรจะแทรกแซงเยอะไม่ได้ แต่ว่าสิ่งที่ควรพูด เธอก็ยังต้องพูดอยู่ดี
พอพูดถึงธิกานต์ มณิกาก็ก้มหน้าลงไปเล่นโทรศัพท์ แล้วก็ไม่พูดอะไร
โดยเฉพาะ เรื่องของธิกานต์ เธอไม่อยากรู้ และก็ยิ่งไม่อยากจะยุ่งด้วย
"ผมจะจัดการเองครับ"
ในที่สุดแล้ววายุก็ไม่ได้บอกความจริงให้นายหญิงเนตรรู้
งานแต่งเมื่อวานทำให้หญิงชราโกรธจนความดันพุ่งขึ้นสูง แล้วก็เป็นลมไปเลย ถ้าเกิดมาบอกความจริงให้ท่านตอนนี้ กลัวว่าท่านคงจะรับไม่ไหว
พอคิดไปคิดมา วายุก็ตัดสินใจว่าหลังงานวันเกิดของนายหญิงเนตรไปแล้วค่อยบอกความจริงให้ท่านรู้ดีกว่า
นายหญิงเนตรหึไปคำหนึ่ง แล้วก็ไม่สนใจเขาอีก กลับไปพูดกับมณิกาขึ้นว่า "วันมะรืนนี้เป็นวันเกิดของยัยแก่อย่างฉัน จะงานเลี้ยงขึ้นมาบ้านเก่าตระกูลเดชากุล พอถึงตอนนั้นหนูมาพร้อมกับวายุนะ"
"อ๋อ ได้ค่ะคุณย่า"
มณิกานึกว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้ว นายหญิงเนตรคงจะไม่จัดงานเลี้ยงขึ้นมาแล้วซะอีก แต่คิดไม่ถึงว่าทุกอย่างยังคงจะดำเนินไปตามเดิมอยู่
แต่ว่าพอมาคิดดูแล้วก็ยังสมเหตุสมผลอยู่
หลังจากงานแต่ง วายุก็ให้ทีมประชาสัมพันธ์ของบริษัทเขาเข้ามาทันที แล้วใช้ความสามารถของเขาควบคุมสถานการณ์เอาไว้ เรื่องราวก็เลยยังไม่ใหญ่โตจนถึงขั้นที่จะควบคุมไม่ได้
เพียงแต่ว่าการเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยนี้ก็ยังนำพาความสูญเสียมาให้สดุภา กรุ๊ปส่วนหนึ่งเหมือนกัน
สดุภา กรุ๊ปมีผลกำไรต่อปีเป็นล้านล้าน คิดว่าถึงจะแค่จามครั้งหนึ่ง ก็อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายในตลาดหุ้นขึ้นได้
อยู่ในโรงพยาบาลไปชั่วโมงกว่า มณิกาก็ออกมาจากโรงพยาบาล แล้วนายหญิงเนตรก็ให้วายุไปส่งเธอ
ตั้งแต่ที่เดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยจนเข้าไปในลิฟต์ มณิกาก็ไม่ได้สนใจวายุเลย
จนเดินออกมาจากแผนกหอพักผู้ป่วยแล้ว ชายหนุ่มที่เดินตามมาข้าง ๆ เธอถึงได้พูดขึ้นว่า "คุณรอผมอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวผมไปขับรถมา"
"ฉันโดนตัดขาไปเหรอ? ไม่มีขาเหรอ? มีความจำเป็นต้องมานั่งรถคุณด้วยเหรอ? เฮงซวยจริง ๆ!"
เด็กสาวพูดประชดไปประโยคหนึ่งอย่างอารมณ์ไม่ดี แล้วก็ตวัดสายตาใส่เขาทีหนึ่ง แล้วหึเสียงเย็นอย่างหยิ่งยโสขึ้นคำหนึ่ง แล้วก็เดินไปเลย
ผู้ชายชั่วที่มั่วไปทั่ว ไม่มีขีดจำกัด แน่นอนว่าต้องห่างเขาไว้ยิ่งไกลก็ยิ่งดี
มณิกาเดินไปด้วยแล้วก็ครุ่นคิดไปด้วย อีกไม่กี่วันจะต้องไปออกรถสักคันให้ได้ ไปไหนมาไหนจะได้สะดวกหน่อย
เธอเดินไปแล้ว วายุก็ไม่ได้ตาม
เพียงแต่ว่าพอเธอเพิ่งเดินมาถึงถนนนอกโรงพยาบาล อยู่ ๆ รถยนต์คันหนึ่งก็มาจอดลงข้าง ๆ เธอ แล้วในรถมีเสียงของวายุดังลอยมา "ขึ้นรถ"
น้ำเสียงออกคำสั่ง และไม่คิดจะปรึกษาอะไรเธอเลย
มณิกาทนท่าทีที่เป็นคนสูงส่งของวายุมามากเกินไปแล้วจริง ๆ แล้วก็เหล่ตามองรถแท็กซี่ที่อยู่ข้างหลังทีหนึ่ง แล้วก็โบกมือ เรียกรถแท็กซี่หยุดไว้ แล้วดึงประตูเปิดออกก็ขึ้นไปนั่งลงเลย
วายุที่อยู่ในรถหรูมองผ่านกระจกมองหลัง จ้องมองมณิกาขึ้นรถแท็กซี่ไป ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาก็เคร่งขรึมลงมาทันที
ยัยผู้หญิงที่สมควรตายนี้ โดนตามใจแล้วเหลิงจริง ๆ เลย!
วายุขับเคลื่อนรถยนต์ออก และขับไปตามรถแท็กซี่คันนั้นไปข้างหน้า
ขับไปตลอดทาง แล้วก็มาจอดลงตรงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง
เขามองเห็นมณิกาเดินเข้าไปในโรงแรม แล้วรอไปอีกไม่กี่นาทีถึงได้ลงจากรถไปสอบถามที่ล็อบบี้โรงแรมรอบหนึ่ง
ในที่สุดก็มั่นใจได้แล้วว่า มณิกาพักอยู่ที่โรงแรมนี้ชั่วคราว
เมืองจันทราที่ใหญ่โต แต่กลับไม่มีที่ให้เธออยู่
อยู่ ๆ ในใจของวายุก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
......