ตอนที่ 261
บทที่ 261 แกล้งทำเป็นหมดสติ
October 28, 2026
"ไม่มีความเห็น"
วายุตอบอย่างเย็นชา แล้วก็ส่งสายตาให้นริศ ให้เขาเข้ามาในห้องผู้ป่วย
นริศเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหิรัณย์ แล้วก็พูดอย่างสุภาพว่า "คุณหิรัณย์ คุณมณิกายังคงหมดสติอยู่ วันอื่นค่อยมาใหม่ดีกว่านะครับ"
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขาปรากฏตัว หิรัณย์ไม่มีทางเลี่ยง สุดท้ายเขาก็พยักหน้าช้าๆ "งั้นเธอฟื้นเมื่อไหร่เดี๋ยวผมมาใหม่"
พอพูดจบ หิรัณย์ก็มองเข้าไปในห้องผู้ป่วย แล้วก็กลับออกไป
ในห้องผู้ป่วย มณิกาก็ยังคงแกล้งนอนหมดสติอยู่ จนข้างนอกเงียบลง เธอถึงได้ลืมตาขึ้น แล้วก็หันไปมองวายุที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็แกล้งทำเป็นเล่นละครทันที "คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? เอ๊ะ......ทำไมฉันถึงได้เป็นลมไปล่ะ? "
เธอเอามือกุมหัว แล้วก็ถอนหายใจด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงลุกขึ้นทันที แล้วก็เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของเธอโดยอัตโนมัติ พร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า "ปวดหัวเหรอ? "
"อืม อืม อืม ปวดหัวจัง"มณิกาพยักหน้า แล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง พลางถอนหายใจอย่างโล่งอกว่า "อยู่ดีๆ เป็นลมไปได้ยังไงนะ"
เธอขุดทักษะการแสดงเกือบทั้งหมดในชีวิตของเธอออกมาใช้
แต่ว่ามณิกาก็ไม่ได้คิดว่าร่างกายของตัวเองผิดปกติ ดังนั้นตอนโกหกออกไปก็ไม่ได้รู้สึกกังวลเท่าไหร่นัก
คนพูดไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนฟังกับให้ความสนใจ
พอวายุได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาอย่างมากทันที
ตั้งแต่ตอนที่เธอออกจากวังใต้ดินมาจนถึงตอนนี้ เพิ่งจะผ่านไปไม่นาน เธอก็หมดสติไปอีกครั้งและหาเหตุผลไม่ได้ด้วย
ถ้าเกิดว่าเป็นแบบนี้ต่อไป เธอจะตกอยู่ในอันตรายหรือเปล่า?
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นในใจของวายุ มันทำให้เขารู้สึกกังวลมากขึ้น
ชายหนุ่มที่ปกติดูสงบและเยือกเย็น ตอนนี้ไปหน้าที่เคร่งขรึมของเขาเต็มไปด้วยความกังวล มันทำให้ความเยือกเย็นของเขาหายไปทั้งหมด และค่อยๆ กลายเป็นความอ่อนโยนแทน แม้แต่สายตาของเขายังเต็มไปด้วยความกังวลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ดวงตาที่เปล่งประกายของเขามองไปที่มณิกา ตอนที่หญิงสาวลืมตาขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่นั้นของชายหนุ่ม มณิกาก็กลืนน้ำลายลงไปอย่างอัตโนมัติ
สายตาของวายุเมื่อกี้นี้......
มันจะร้อนแรงเกินไปแล้ว!
"ใช่สิ Ivanกับนิอรล่ะ? ฉันยังใส่เครื่องประดับของเครื่องประดับจอมรักอยู่เลย"มณิกาพูดไปด้วย พร้อมกับเอื้อมมือไปถอดเครื่องประดับที่จัดแสดงบนคอของตัวเองออก "ของพวกนี้แพงมาก ต้องเอากลับไปคืนให้เหมือนเดิม"
"พวกเธออยู่ระหว่างทาง เดี๋ยวก็มาแล้ว"
วายุตอบคำถามของเธอ แล้วก็ถามด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก "ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง? ยังปวดหัวอยู่ไหม?"
"ไม่แล้ว เมื่อกี้ปวดแป๊บเดียว ตอนนี้......ปวดหัวเข่า พักผ่อนไม่กี่วันก็น่าจะหายแล้ว"
พอพูดจบ เธอก็ยิ้มอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
พอเห็นว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก วายุก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ว่าในใจของเขายังคงเป็นกังวลเรื่องสุขภาพของมณิกา
ครั้งก่อนที่ไปประเทศC เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อทดสอบสิ่งตกค้างในชามกระเบื้องที่นำออกมาจากวังใต้ดิน แต่ไม่พบอะไรเลย
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่สบายใจ
"ใช่สิ หิรัณย์ล่ะ?"
ทันใดนั้นมณิกาก็ทำเหมือน 'นึกขึ้นได้'แล้วก็ถามออกมาตรงๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด พอถามออกมา จู่ๆ สีหน้าของวายุก็ดูเหมือนมีเมฆครึ้ม สายตาก็เยือกเย็นขึ้น
ชายหนุ่มจ้องมองมาที่เธอ ดวงตาสีดำสนิทของเขาไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากนั้นก็ได้ยินเขาถามว่า "ผิดหวังที่การสารภาพรักที่เตรียมการเอาไว้ไม่สำเร็จงั้นเหรอ?"
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในงานเดินแบบจิวเวลรี่ในวันนี้ ถ้าเกิดว่าเป็นคนนอก ก็คงจะคิดเหมือนกันหมดว่าทั้งหมดนี้ได้ถูกเตรียมการมาอย่างดี
แม้จะมองว่าเป็นเครื่องมือทางการตลาด แต่อย่างน้อย ก็มีการเตรียมการล่วงหน้า
แต่วายุกลับรู้สึกสงสัย
ถ้าเกิดว่ามณิการักหิรัณย์มาโดยตลอดจริงๆ เมื่อเดือนก่อนตอนที่อยู่บ้านเก่าตระกูลเดชากุล มณิกาไม่มีทางขอให้คุณย่าแนะนำคนรักให้กับเธอหรอก
พูดไม่ถูก
เขาเดาว่า 'คำสารภาพ' ในงานแสดงเครื่องประดับนี้เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด หรือว่า จู่ๆ หิรัณย์ก็กลับประเทศมา เธอได้เจอกับเขาแล้ว ถึงได้รู้ว่ายังพอมีโอกาส ก็เลยจงใจสารภาพรักออกมางั้นเหรอ?