ตอนที่ 265
บทที่ 265 ในที่สุดก็เริ่มต้นธุรกิจแล้ว
October 28, 2026
สายตาของมณิกามีป้ญหาจริงๆ
"สวัสดี หิรัณย์"
หิรัณย์ยิ้มอย่างสง่างาม แล้วก็จับมือทักทายเธอ
"โอเค พวกเธอคุยกันไปแล้วกัน ฉันยังมีธุระที่บริษัทอีกไปก่อนนะ"นิอรดึงมือกลับ แล้วก็เดินอ้อมเขาออกไป
"อืม"
เขาตอบรับ แล้วก็เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วยพร้อมกับดอกไม้ในอ้อมแขนของเขา พอเห็นมณิกาที่นอนอยู่บนเตียง เขาก็หยุดอยู่ห่างจากเธอประมาณสองเมตร
ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วก็ยิ้มอย่างรู้กัน
มณิกาเอามือทั้งสองข้างดันเตียง แล้วก็ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เอาผ้าห่มคลุมตัวเองให้เรียบร้อย
ในขณะนั้น ห้องผู้ป่วยที่เงียบสงบกลับทำให้คนรู้สึกระมัดระวังตัวและอึดอัด
"เมื่อวานเธอ......"
"นายกลับมา......"
ทั้งสองคนพูดพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย แต่กลับพูดแค่สามคำแล้วก็หยุด พลางเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายแล้วก็ยิ้ม
"เลดี้เฟิร์ส เธอพูดก่อนสิ"
หิรัณย์เอาดอกไม้สดวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้เยี่ยมข้างเตียง
พอเห็นว่าเขาสุภาพขนาดนี้ มณิกาก็ค่อนข้างเขินอาย
บางที เมื่ออยู่ต่อหน้ารักแรกของตัวเอง มันก็ยากที่จะทำให้คนสงบลงได้
"ฉันก็แค่อยากจะถามนายว่า กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? "เธอพูด
"พึ่งจะมาถึงเมืองจันทราเมื่อวานนี้เอง แล้วก็มีเพื่อนเชิญฉันไปดูงานนิทรรศการเครื่องประดับพอดี ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอ" พอพูดถึงตรงนี้ หิรัณย์ก็ลังเลเล็กน้อย "เมื่อวานบนรันเวย์ เธอ......"
"มันบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ?"
มณิกาตัดบทของเขา พร้อมกับพูดว่า "มันคงเป็นพรหมลิขิตจริงๆ นั่นแหละ เมื่อวานฉันบังเอิญไปเดินโชว์ แล้วก็ปรึกษากับIvanที่จะพูดถึงเรื่องราวของเครื่องประดับ'รักแรก'เพื่อเพิ่มจุดขาย ไม่คิดเลยว่านายก็จะอยู่ที่นั่นด้วย เลยทำให้นายเข้าใจผิดไปซะได้"
เธอรู้ว่าหิรัณย์จะถามอะไร ก็เลยอธิบายสถานการณ์ให้หิรัณย์ฟังทันที
"แล้ว เธอก็แกล้งเป็นลมไปบนเวทีเหรอ? "ชายผู้มีใบหน้าเหมือนหยกยิ้มอย่างสง่างาม
"แน่นอนสิ ในสถานการณ์แบบนั้นถ้าฉันไม่แกล้งเป็นลมไปมันคงกระอักกระอ่วนน่าดูมากเลยใช่ไหมล่ะ? "มณิกาเลิกคิ้ว แล้วก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "เป็นไง ปฏิกิริยาฉันว่องไวสินะ"
เธอแสร้งทำเป็นผ่อนคลาย เหมือนกับว่าไม่ได้เอาเรื่องเมื่อวานมาใส่ใจ
ท่าทางแบบนี้ ก็ทำให้หิรัณย์ผ่อนคลายไปเยอะเลยเหมือนกัน
เขาส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา "ยังเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ ซนจริงๆ "
"ก็นั่นน่ะสิ"
ทั้งสองคนพูดคุยกัน ต่างคนต่างรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ไม่ได้ระมัดระวังตัวเหมือนเมื่อกี้อีกแล้ว
"อยู่เมืองนอกตั้งหลายปี ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาล่ะ? "
"เมืองนอกมันจะดีกว่าที่นี่ได้ยังไง ฉันอยากเติบโตที่นี่น่ะ"
"ถ้ายังงั้นก็ดีมากเลย ในประเทศเรามีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก คนที่มีการศึกษาอย่างน้อย มีพรสวรรค์ อนาคตก็สดใส"
"ทักษะการพูดเอาอกเอาใจนี่ดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ"หิรัณย์อดหัวเราะไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็คิดอะไรขึ้นได้ แล้วก็ถามว่า "ได้ยินมาว่าหลังจากนั้นเธอก็ถูกส่งไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอัมพุท ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? เธอเรียนการตลาด น่าจะมีงานที่ดีเลยนิ"
ตอนนั้นมณิกาเรียนการตลาดที่มหาวิทยาลัยอัมพุทจริงๆ แต่ว่าหลังจากเข้าไปเรียนแล้วกลับรู้สึกชอบสาขาวิชาคอมพิวเตอร์มากกว่า ก็เลยเลือกเรียนปริญญาสองใบ
เดิมทีมณิกาก็มีงานที่ไม่เลวเลยจริงๆ แต่หลังจากนั้นพ่อบุญธรรมได้รับบาดเจ็บ ต้องการเงินมารักษา เธอก็เลยต้องลาออกจากงานที่เมืองอัมพุท ก็เลยมาคอยเฝ้าดูแลที่เมืองจันทรา แล้วก็หาเงินไปด้วยพร้อมกับดูแลพวกเขาไปด้วย
หลังจากนั้นก็ได้เจอกับวายุ ก็เลยล้มลุกคลุกคลานจนมาถึงวันนี้เนี่ยแหละ
"น่าจะเป็นเพราะว่าฉันจู้จี้เรื่องมากเกินไป ก็เลยยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี"เธอไม่ได้เล่าให้หิรัณย์ฟังเกี่ยวกับบริษัทรับจัดงานแต่งงาน
เพราะถึงยังไงบริษัทรับจัดงานแต่งนั้นมันก็อยู่รอดได้เพราะตระกูลเดชากุล ไม่ใช่เรื่องที่มีเกียรติยศเท่าไหร่หรอก
"เรื่องหางานน่ะไม่ต้องรีบร้อนหรอก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องดูแลตัวเองให้ดี"