ตอนที่ 311
บทที่ 311 โทรศัพท์อันแสนเคอะเขิน
October 28, 2026
ตอนนี้กระแสตอบรับดีมากขนาดนี้ ถ้าไลฟ์สดขายของ น่าจะได้เงินอยู่ไม่น้อย
มณิกาเริ่มรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
ถ้าไม่ใช่เพราะความเบื่อหน่ายกับสถานะที่เป็นอยู่ เธออยากจะใช้โอกาสในครั้งนี้ในการผันตัวของวาริธรE-sports ซึ่งจริงๆแล้ว การตกเป็นเป้ากระแส ก็สามารถกอบโกยเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เนื่องจากเงื่อนไขต่างๆ นานามันไม่อนุญาตให้ทำได้
มณิกากลับมาถึงบ้าน และยังพักผ่อนได้ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์พลันดังขึ้นทันที
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จึงรู้ว่าเป็นของนายหญิงเนตรโทรเข้ามา...
คิ้วโก่งดั่งคันศรของสาวน้อย พลางครุ่นคิดอยู่นานมากทันที
ตั้งแต่เธอปรากฏตัวมาถึงตอนนี้ นายหญิงเนตรไม่เคยติดต่อเธอมาก่อนเลย แต่ตอนนี้กลับติดต่อมาหาเธอโดยตรง...
เธอคิดถึงเรื่องเหล่านั้นที่วายุแอบทำ ซึ่งนั่นเป็นคำกำชับเงียบๆ ของนายหญิงเนตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ฮัลโหลค่ะ คุณย่า?"
หลังจากกดรับสายแล้ว มณิกากล่าวทักทายทันที
ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกครั้งที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายหญิงเนตร เธอยิ่งกลับรู้สึกสายสัมพันธ์เป็นญาติกัน
ประมาณว่านายหญิงเนตรแสดงความเป็นกันเอง และถูกชะตากับเธอมาก
"หนูณิกา สองวันมานี้ทำให้หนูต้องเสียใจจนหมดสภาพไปแล้วใช่มั้ย สองวันนี้ย่าไม่ได้ติดต่อหนูเลย หนู...โกรธย่าอยู่หรือเปล่า?"
นายหญิงเนตรยิ้มอย่างเป็นมิตร และแสดงความใจดีเป็นพิเศษ
"ที่ไหนล่ะคะ คุณย่าไม่คิดว่าหนูมาสร้างความวุ่นวายให้คุณย่าก็พอแล้วค่ะ" มณิกายืนอยู่ด้านหน้าของหน้าต่าง พลางมองท้องฟ้าอันมืดสนิททางด้านนอกหน้าต่าง จนอดถอนหายใจแรงออกมาไม่ได้
"เรื่องของหนูย่ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ย่ายังตั้งใจไปหาไอ้ตัวแสบวายุเพื่อหนูโดยเฉพาะเลย แต่วายุพูดว่าต้องการจะฝึกหนู จึงไม่ยอมให้ยื่นมือเข้ามาช่วย เรื่องนี้พูดกันแล้วก็ต้องโทษไอ้เจ้าตัวแสบนั่นแหละ"
จู่ ๆ นายหญิงเนตรรู้สึกว่าความคิดไม่ได้ความของวายุมันดูไม่เข้าท่าอยู่บ้าง "ตอนนี้มาคิดดูแล้ว หนูเป็นเด็กผู้หญิง คำติฉินนินทา ถือว่ามันค่อนข้างได้รับบาดเจ็บหนักมากจริงๆ จนเกินเหตุ"
"คุณย่า...."
มณิกาเม้มริมฝีปากเอาไว้ และครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงได้ตอบกลับมา "ความจริงแล้ว วายุเขาก็แอบช่วยหนูลับๆ ไว้เยอะมากค่ะ"
"อ้อ? เหรอ? งั้นก็ดี ฮ่า ๆ ๆ งั้นก็ดีแล้ว"
เมื่อได้ยินว่าวายุคอยแอบช่วย นายหญิงเนตรอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น
มณิกาพูดต่อทันควัน "ดึกป่านนี้แล้ว ยังทำให้คุณย่าต้องพลอยมาเป็นเดือดเป็นร้อนเพื่อหนูอีก เวลาดึกมากแล้วค่ะ คุณย่าควรจะพักผ่อนได้แล้วนะ พรุ่งนี้หนูจะเข้าไปหาคุณย่านะคะ"
"ได้เลย ได้เลย ไม่ได้เจอหน้าหนูมาหลายวัน ย่าคิดถึงหนูซะแล้วสิ"
"ค่ะ พรุ่งนี้หนูจะกลับไปที่บ้านเก่าตระกูลเดชากุลนะคะ"
จากนั้นก็พูดคุยสัพเพเหระกับนายหญิงเนตรอยู่หลายประโยคและวางสายไป
มณิกากลัวว่าพ่อแม่บุญธรรมที่บ้านจะคอยเป็นห่วงไปด้วย จึงโทรศัพท์หาพวกเขา และเล่าเรื่องสถานการณ์แบบกระชับให้พวกเขาฟังรอบหนึ่ง
วศินและภรรยาถึงได้วางใจไปเปลาะหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าอาการเคร่งเครียดของพวกเขาได้สงบลงไปไม่น้อย มณิกาถึงได้วางสายทันที
เธอนั่งอยู่บนเตียง และเปิดคอมพิวเตอร์ทันที และเริ่มเปิดกล้องวิดีโอกับพันธมิตรอีกหลายคนของวาริธรE-sports
บรรดาพันธมิตรสอบถามเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนเป็นอันดับแรก และพูดถึงเรื่องในบริษัทเล็กน้อย และเพิ่งวางสายวิดีโอคอลไปเมื่อครู่เอง
มณิกาเอนตัวลงบนเตียง และใช้โทรศัพท์ที่กำลังเล่นอยู่นั้น กดเข้าไปดูวีแชทของวายุอย่างอดใจไม่ไหว
พลางฉุกคิดถึงคืนวันนั้นที่เขาเป็นคนเอาหลักฐานที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์ยื่นมาให้เธอ เวลาดึกดื่นค่อนคืน สายลมอันหนาวเหน็บ เขาแอบทำเรื่องราวหลายอย่างให้เธอแต่กลับไม่ยอมออกนาม
เธอไม่สบายใจมาก
จากนั้นเธอจึงกดแชทข้อความ และพิมพ์ตัวอักษรลงไปหลายตัว : [คุณ นอนหรือยังคะ?]
เพียงสี่คำ เธอไตร่ตรองอย่างรอบคอบอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็กดปุ่มลบออกทั้งหมดอีกครั้ง
และเริ่มเรียบเรียงใหม่อีกครั้ง : [ช่วงนี้คุณกำลังยุ่งอยู่กับเรื่องอะไรอยู่เหรอ?]
เมื่อเรียบเรียงประโยคหนึ่งออกมาเป็นที่เรียบร้อย มณิกาลังเลว่าจะกดส่งออกไปดีหรือไม่ แต่ว่าก็ยังคงจัดการลบอักษรทีละตัวออกจนหมด
"เฮ้อ น่าเบื่อชะมัด"
มณิกาเกาหัวอย่างหงุดหงิด ท้ายที่สุดก็จัดการโทรศัพท์หาวายุทันที
"ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด--"
โทรศัพท์ดังรอสายอยู่หลายครั้ง แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาอันสั้น ทว่ามณิกากลับรู้สึกว่ามันช่างกินเวลายาวนาน กระทั่งในหัวสมองปรากฏภาพใบหน้าของวายุขึ้นมาทันที
ท่วงท่าความเฉยเมยตามจินตนาการเช่นนั้น คำพูดคำจาที่แสนเย็นชา : ค่ำมืดดึกดื่นค่อนคืน โทรศัพท์มาหามีเรื่องอะไรหรือเปล่า?
สไตล์การออกตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามช่างไร้ความรู้สึก มณิกาครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงตัดสายทิ้งทันที
ช่างเถอะ ไม่โทรดีกว่า