ตอนที่ 228
ตอนที่ 455 คนเนรคุณ / ตอนที่ 456 ไม่นับการแยกบ้าน (1)
October 22, 2026
ตอนที่ 455 คนเนรคุณ
เมล็ดพันธุ์สมุนไพรที่ปลูกไว้แตกหน่อแล้ว สมุนไพรในที่ดินของไป๋จื่อเจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าฤทธิ์ของใบจื่อม่านเถิงก่อนหน้านี้ยังคงอยู่
หูจ่างหลินมองทุ่งสมุนไพรในที่ดิน พลางหัวเราะร่า “เพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่วันเท่านั้น พวกมันก็ออกใบเบ่งบานแล้ว ในที่ดินสองหมู่ของข้าเพิ่งจะมีต้นอ่อนออกมาเท่านั้น หากรู้เช่นนี้ตั้งแต่แรก ข้าก็ควรจะไปภูเขาลั่วอิงอีกครั้งจริงๆ หาใบจื่อม่านเถิงมาอีกสักหน่อย”
ไป๋จื่อโบกมือ “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ เช่นนี้พอเหมาะพอเจาะแล้ว แบ่งช่วงกันเจริญเติบโต พวกเราจะได้ไม่ต้องกังวลว่าสมุนไพรในที่ดินจะเน่าตายก่อนขายออกไป พวกเราค่อยๆ ขายไปทีละรอบ ทีละรอบ แบบนี้ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”
“เมื่อวานเถ้าแก่เฉินมาดูที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว เขาบอกว่าแตงดินใกล้หมดแล้วเช่นกัน ในร้านไม่มีรายการอาหารใหม่ กิจการย่ำแย่ลงไปมากทีเดียว เขากำลังรออาหารเป็นยานี้อยู่ เจ้าว่าอีกนานหรือไม่กว่าจะเก็บเกี่ยวได้” อาอู่ถาม
ไป๋จื่อคิดคำนวณดู “อย่างน้อยๆ ต้องรออีกหนึ่งเดือนกระมัง ตอนนี้เพิ่งจะแตกหน่อเท่านั้น หากไม่รอให้สมุนไพรนี้เจริญเติบโตจนเต็มที่ กินเข้าไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับผักทั่วๆ ไป ประสิทธิภาพทางยาน้อยยิ่ง”
หูจ่างหลินมองชาวบ้านที่ชะเง้อคอมองพวกตนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะกดเสียงพูดเบาๆ “สองสามวันนี้มีคนในหมู่บ้านมาสอบถามไม่น้อย ว่าพวกเรากำลังปลูกอะไรอยู่ และอยากจะปลูกบ้างเช่นกัน”
เด็กสาวยักไหล่ “พวกเขาถามมาก็บอกพวกเขาไปเถอะเจ้าค่ะ นี่ไม่ใช่ความลับอะไรอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วทุกคนก็ต้องรู้ แต่หากพวกเขาอยากปลูกเกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย อันดับแรกต้องจัดหาเมล็ดพันธุ์สมุนไพรมาให้ได้ก่อน นี่ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ผักทั่วๆ ไปที่จะหาซื้อได้ตามท้องถนนเสียกำใหญ่ เมล็ดพันธุ์ของข้าพวกนี้ล้วนเป็นพี่ใหญ่เฉินหามาให้จากเมืองหลวงด้วยซ้ำไป”
“อีกอย่าง คนที่ไม่คุ้นชินกับศาสตร์ของสมุนไพรลงมือปลูกสมุนไพร ล้อกันเล่นกระมัง แล้วใครจะกล้าซื้อสมุนไพรของพวกเขากัน”
หูจ่างหลินเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที เขายิ้มกว้าง “เจ้าพูดมีเหตุผล เช่นนั้นข้าจะตอบพวกเขาไปเช่นนี้”
ทั้งสามคนขึ้นไปนั่งบนรถม้า แล้วบังคับรถกลับไปที่หมู่บ้าน เพิ่งเข้าหมู่บ้านไปได้ไม่ทันไรก็เห็นคนมากมายมุงอยู่นอกรั้วบ้านสกุลไป๋ เอะอะเสียงดังทีเดียว
หูจ่างหลินกวาดสายตามองจากในหน้าต่างบานเล็ก เขาแค่นหัวเราะกล่าวว่า “คนสกุลไป๋พวกนี้ อยู่อย่างสงบสักวันไม่เป็นเลยจริงๆ กลายเป็นที่สนใจของคนทั้งหมู่บ้านไปแล้ว”
หลิวซื่อและจางซื่อกำลังวิวาทกันอยู่ในลานบ้าน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ทึ้งเรือนผมของกันและกัน ไม่มีใครยอมปล่อยมือ
หญิงชราลำเอียงช่วยแต่หลิวซื่อ ปากแม้จะต่อว่าอยู่ตลอด แต่จนแล้วจนเล่าก็มีแต่ชื่อของจางซื่อ เจ้ารองเป็นบุรุษ จะลงมือคงไม่เหมาะสม ได้แต่คอยไกล่เกลี่ยอยู่ข้างๆ ด้วยความร้อนใจ ทว่าน่าเสียดายนักที่ไม่มีใครฟังเขาพูดเลย
ไป๋เจินจูขดตัวอยู่ในมุมเรือน ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แววตาเหม่อลอย สีหน้าดำคล้ำ ไม่รู้ว่ากลัวหรือเกลียดชังกันแน่
หัวหน้าหมู่บ้านเบียดฝูงชนเข้ามา เห็นสภาพพวกนางเป็นเช่นนั้นแล้ว จึงตะโกนเสียงดังว่า “พวกเจ้าทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบวางมืออีกรึ”
หลิวซื่อและจางซื่อต่างก็พัวพันอยู่ด้วยไกล ไม่มีใครได้เปรียบใคร ทั้งสองคนเจ็บหนังศีรษะเป็นอย่างมาก อยากจะปล่อยมือออกตั้งนานแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่มีจังหวะที่เหมาะสมเลย ตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว ถือเป็นจังหวะที่ดีที่สุด
สตรีทั้งสองนับว่าปล่อยอีกฝ่ายได้เสียที หลิวซื่อถ่มน้ำลายใส่จางซื่อครั้งหนึ่ง ก่อนจะเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวว่า “เจ้ามันกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา อกตัญญูนัก!”
จางซื่อไม่โกรธ เพียงตอกกลับไปว่า “ใครกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคากัน ข้ากินของของเจ้า ใช้ของของเจ้ารึ หลิวกว้าหัว”