ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 บ่าวชั่วเพิ่งจะเชื่อง แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็มาเสียแล้ว
September 23, 2026
เวยกั๋วกงก้มหน้ามองดูไม้เรียวในมือ แสดงสีหน้าวางตัวไม่ถูก
ฮูหยินสวี่ยังคงตำหนิอย่างไม่ไว้หน้า “จิ้งยาง เจ้าเพิ่งกลับมาก็ทำลายข้าวของในเรือนเสียหาย ที่พ่อเจ้าโมโหก็เพราะเจ้า”
“เช่นนั้นข้าทุบได้ไม่ถูกต้องหรือ?” สวี่จิ้งยางถามกลับไป
เวยกั๋วกงตอบกลับไปทันที “ทุบได้ดี ยอมเสียของเหล่านี้ ดีกว่าเสียชื่อเสียง”
ฮูหยินสวี่มองเขาแวบหนึ่ง คิดจะเอ่ยปากแต่ก็หยุดลง สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
เรื่องนี้ ทำให้สวี่จิ้งยางแอบยิ้มอย่างเยือกเย็น
นางเข้าใจนิสัยของพ่อสวี่ฮั่นซานเป็นอย่างดี
ไม่ว่าใคร ก็ไม่สำคัญเท่ากับชื่อเสียงเกียรติยศของเขา
ใครช่วยเขารักษาชื่อเสียงไว้ ก็คือลูกสาวที่ดีของเขา
“ในเมื่อท่านพ่อถือไม้กฎตระกูลมาแล้ว บ่าวรับใช้ข้างนอกที่ล่วงเกินข้า ก็ขอให้ท่านพ่อลงโทษพวกเขาแทนข้าด้วย”
เมื่อครู่เขาหยิบไม้กฎตระกูลพุ่งเข้ามาอย่างโมโหเดือดดาล มีบ่าวรับใช้จำนวนไม่น้อยที่มองเห็น
ตีบ่าวรับใช้ ถือเป็นทางออกที่ดีให้ตนเองรักษาหน้าไว้
ฮูหยินสวี่จับข้อมือของเขาไว้แน่น “นายท่าน คนพวกนี้ล้วนจาเป็นบ่าวของเจิงเอ๋อร์ รับใช้นางมาหลายปีแล้ว…”
“เป็นเพราะปกติสั่งสอนพวกเขาได้ไม่เข้มงวด ถึงได้กล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ ตี!” เวยกั๋วกงสะบัดแขนของฮูหยินสวี่ออก จับไม้เรียวไว้แน่นหันหลังและเดินก้าวฝีเท้าใหญ่ออกไปข้างนอก
ไม่นาน ข้างนอกก็มีเสียงร้องโอดครวญขอความเมตตาของบ่าวรับใช้ที่ถูกลงโทษดังขึ้นมา
ฮูหยินสวี่สีหน้าซีดเผือด หันหน้าจ้องไปทางสวี่จิ้งยาง แววตาราวกับคมมีด
“จิ้งยาง เจ้าเพิ่งกลับมาบ้านก็ทำร้ายแม่นมชิง และยุยงให้พ่อเจ้าตีบ่าวรับใช้ เจ้าต้องการให้บ้านนี้ไม่สงบสุขถึงจะพอใจหรือ?”
“แม่นมชิงสายตาฝ้าฟาง แม้แต่หน้าข้าก็จำไม่ได้ บ่าวรับใช้ข้างนอกยิ่งพูดจาโอหังใส่ข้า บ่าวสารเลวพวกนี้ตีให้ตายแล้วจะอย่างไร? เพื่อชื่อเสียงของตระกูลสวี่ ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องเสียดาย”
ฮูหยินสวี่ถูกนางทำให้โมโหจนพูดไม่ออก สุดท้ายก็เอ่ยทิ้งไว้หนึ่งประโยค “รักษาตัวให้ดี” จากนั้นก็ออกไปห้ามปราบเวยกั๋วกง
ไม่นาน บ่าวรับใช้พวกนั้นก็ถูกตีจนหนังถลอก ถูกคนลากมาออกไปในสภาพตายแหล่ไม่ตายแหล่
เวยกั๋วกงเอ่ยกำชับฮูหยินสวี่ “สั่งคนไปเก็บกวาดเรือนเพียวฮวาให้เรียบร้อย แล้วคืนให้จิ้งยาง”
ฮูหยินสวี่ขมวดคิ้ว “คืนให้นางอยู่? แล้วเจิงเอ๋อร์จะอยู่ที่ไหน?”
“เจิงเอ๋อร์จัดให้อยู่ที่ไหนก็ได้ แต่จิ้งยางต้องพักอยู่ในเรือนของนาง และต้องพักอยู่อย่างดี เรื่องนี้เจ้าห้ามละเลยเด็ดขาด!”
เวยกั๋วกงเอ่ยจบ ก็เอามือไขว้หลังหนึ่งข้างแล้วเดินจากไป
ยามพลบค่ำ ท้องฟ้ามืดสลัว หิมะก็ได้ตกลงมา
คราบเลือดในเรือนก็ถูกชะล้างจนสะอาดหมดจด
นางนั่งลงบนเตียงที่ปูผ้าไว้เรียบร้อย ใช้พลังภายในขับความเย็นในร่างกายออกมา
เหงื่อไหลท่วมตัว ราวกับว่ากำลังอาบน้ำ
ไอเย็นที่เข้าสู่ร่างกายเมื่อกลางวันตอนคุกเข่าลงพื้น ถูกขับออกมากลายเป็นเหงื่อ
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ใบหน้าสวี่จิ้งยางก็แดงระเรื่อเปล่งปลั่ง เลือดลมในร่างกายไหลเวียนราบรื่น
นางเรียกหาจู๋อิ่ง เมื่อจู๋อิ่งเปิดประตูเข้ามา ก็คุกเข่าลงพื้นทันที
“คุณหนูอย่าฆ่าข้าน้อยเลย”
สวี่จิ้งยางหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ดวงตาสวยงามกวาดมองไป “ทำไมถึงเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้?”
นางได้รับอนุญาตจากคุณหนูให้อยู่ฟังพวกเขาคุยกันที่นอกประตู จึงได้ยินความลับสำคัญเรื่องหนึ่ง
“คุณหนู ข้าน้อยไม่มีทางแพร่งพรายเรื่องของท่านออกไป แม้ตายก็จะไม่ทรยศต่อคุณหนู ขอคุณหนูไว้ชีวิตจู๋อิ่งด้วย!”
จู๋อิ่งหวาดกลัวสุดขีด
เวยกั๋วกงเดินเข้ามาหาเรื่องอย่างโมโหเดือดดาล สุดท้ายสวี่จิ้งยางกลับใช้มือของเขา จัดการกับพวกบ่าวรับใช้ให้เข็ดหลาบ
ข้าวของมีค่าในเรือนถูกทุบทำลายไปจำนวนมาก เวยกั๋วกงกลับไม่ว่าอะไรเลย ยังสั่งให้คนตกแต่งเรือนใหม่
เพียงเวลาสั้นๆในช่วงบ่าย คุณหนูก็สามารถทำเรื่องใหญ่ได้สำเร็จโดยไม่เปลืองแรง ทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายเกิดการพลิกผัน
จู๋อิ่งรู้ว่าด้วยความสามารถของคุณหนู ถ้าอยากจัดการสาวใช้ตัวเล็กอย่างนาง ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ
เห็นท่าทางสั่นเทาของจู๋อิ่ง สวี่จิ้งยางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจเย็น “ลุกขึ้นเถอะ ข้าไม่เคยคิดจะเอาชีวิตของเจ้า”
“ให้เจ้าได้ยินเรื่องเหล่านี้ เพราะเจ้าเป็นคนข้างกายที่ใกล้ชิดข้ามากที่สุด ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องทราบอยู่ดี”
“คุณหนู…”
“จู๋อิ่ง เจ้าคิดว่าพ่อแม่ของข้ามีท่าทีต่อข้าอย่างไร? เอ่ยความจริง”
จู๋อิ่งนิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนจะก้มหน้า “พวกเขาลำเอียงเกินไป เพียงแต่ข้าน้อยไม่เข้าใจ คุณหนูเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อครอบครัว ทำไมพวกเขาถึงได้ทำเช่นนี้? ”
สวี่จิ้งยางกลับยิ้ม เอ่ยอย่างไม่สนใจว่า “เพราะท่านแม่เกลียดข้า สิ่งที่ข้าทำไป ในสายตาพวกเขาไม่ใช่ผลงาน แต่เป็นการชดเชย”