ตอนที่ 2720
บทที่ 1024.4 วัยเด็กคือลิ่มที่ปักหมุด
October 21, 2026
กล่าวมาถึงตรงนี้ ลู่เฉินก็คลี่ยิ้มเต็มใบหน้า “เฉินผิงอันเหมือนได้ เจอคนรู ้ใจคนหนึ่ง”
จากนั้นลู่เฉินก็ยกตัวอย่างอีกข้อว่า “ยิ่งเหมือนคนที่กระหายน้า เพราะผืนนาหัวใจแห้งขอด ได้เจอกับคนข้างทางที่ในมือถือกระบวย ตักน้าไว้พอดี”
ท่ามกลางม้วนภาพแห่งกาลเวลานี้ เด็กหนุ่มได้ทยอยเอ่ยอีกสอง ประโยค ฟังไม่เข้าใจแต่จาเนื้อหาส่วนใหญ่ได้แล้ว อันที่จริงแค่มอง รอบเดียวก็จารายละเอียดทั้งหมดได้แล้ว
ลู่เฉินกล่าว “ด้านหน้าใช ้ค าว่า ‘ส่วนใหญ่” คือค ากล่าวแบบ ภาพรวม รอกระทั่งข้าอธิบายสถานการณ์ของร่างกายหนิงเหยาให้ ฟัง เขาเชื่อแล้ว ดังนั้นตอนหลังจึงใช ้คาว่า “ทั้งหมด”
“เจ้าต้องรู ้ว่าเฉินผิงอันเป็ นคนที่ระมัดระวังรอบคอบอย่างยิ่ง เป็ น คนที่ชอบปฏิเสธตัวเองอย่างมาก”
“ถ้าอย่างนั้นเมื่อเขาพูดคาว่า “ทั้งหมด” ก็จะต้องมีความมั่นใจว่า จะต้องท าได้จริงแน่นอน”
“นี่ก็คือสภาพจิตใจของเฉินผิงอันในเวลานั้น เพราะสงสัยในโลก ใบนี้ จึงกลับกลายเป็ นว่าเมื่อเจอฟางช่วยชีวิตไม่กี่เส้นก็คว้าจับไว้ไม่ ยอมปล่อย”
เฉาหรงกล่าว “นี่ดูเหมือนว่าจะไม่เหมือนคนหลายคน ก็เพราะว่า สงสัยถึงได้ยิ่งไม่เชื่อเลือกที่จะปฏิเสธ”
“ปฏิเสธตัวเอง ปฏิเสธคนอื่น ก็เหมือนคนที่ตบหน้าตัวเอง”
ลู่เฉินพยักหน้ายิ้มเอ่ย “ใต้หล้านี้มีสักกี่คนที่ชอบตบบ้องหูตัวเอง กินอิ่มว่างงานก็เลยหาเรื่องยากลาบากใส่ตัว?”
“นอกจากนี้เจ้ายังพลาดรายละเอียดอีกข้อหนึ่งไป จุดเชื่อมโยง ของสองประโยคนี้ของเฉินผิงอันน่าสนใจอย่างยิ่ง ในนี้มี…สะพานแห่ง หนึ่งที่ไม่อาจสัมผัสได้ทั้งยังเป็ นธรรมชาติอย่างมาก สามารถอธิบาย ได้ว่าเป็ นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน มาจากลางสังหรณ์ของเฉิน ผิงอันเอง นักพรตบนโลกล้วนเป็ นหมอกันแทบทุกคน จึงเข้าใจดีว่า “การตระหนักรู ้” และ “ความรู ้สึก” ของคนคนหนึ่งสาคัญมากแค่ไหน สืบสาวราวเรื่องกันแล้ว การตระหนักรู ้และความรู ้สึกก็คือการรับ สัมผัสอันเฉียบไวอย่างหนึ่งที่ฟ้ าดินเล็กร่างกายของผู้ฝึกตนมีต่อฟ้ า ดินใหญ่ที่อยู่ข้างนอก”
ลู่เฉินเอ่ยอย่างสะท้อนใจ “อาศัยแค่ข้อนี้ เฉินผิงอันก็คู่ควรกับคา เรียกขานว่าวัตถุดิบอันยอดเยี่ยมแล้ว”
คาว่าวัตถุดิบอันยอดเยี่ยมนี้ก็หมายถึงคุณสมบัติของการเป็ น เซียนดินในยุคบรรพกาล
เฉาหรงพยักหน้า
ลู่เฉินเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมย “ดูเหมือนว่าพวกเราต่างก็ท าลาย แนวโน้มของความดีงามทุกอย่างทิ้งไป”
เฉาหรงถาม “ศึกตรีจตุของลัทธิขงจื้อ อาจารย์เอนเอียงเข้าหาเห วินเซิ่งหรือ?”
ลู่เฉินยิ้มรับ
ท่ามกลางกาลเวลาอันยาวนาน มองดูเหมือนนักพรตเอ่ยประโยค หนึ่งอย่างไม่ใส่ใจแต่บางทีคนที่เป็ นอาจารย์ผู้นั้นอาจจะไม่มีความคิด ที่จะนาพาเฉินผิงอันเดินเข้าประตูไปเลยด้วยซ้า
เฉาหรงเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าปั้นยาก
ลู่เฉินพยักหน้ายิ้มบางๆ เอ่ยว่า “แน่นอนว่าเป็ นการกระทาโดย เจตนา จิตใจซับซ้อนยากจะคาดเดา จิตสังหารพลุ่งพล่าน”
เด็กหนุ่มกลับบอกว่าตัวเองไม่อาจเทียบลูกศิษย์ทั่วไปได้ ยิ่งมิ อาจเทียบกับหลิวเสี้ยนหยางได้ ดังนั้นจึงไม่แปลก
เฉาหรงกล่าว “อารมณ์ที่สงบนิ่ง”
ลู่เฉินเอ่ยเยาะเย้ยตัวเอง “ข้าแอบบอกเขาเป็ นนัยอย่างลับๆ ว่า ไม่สู้ใช ้การปฏิเสธคนอื่นมายอมรับตัวเอง แต่เขากลับใช ้การปฏิเสธ ตัวเองมายอมรับคนอื่น”
“ข้าปลอบเขาว่า ค าว่า ‘จิตใจสงบ” หาได้ยากยิ่ง อย่าได้ดูแคลน ตัวเอง”
ลู่เฉินยิ้มกล่าว “สุดท้ายคงเป็ นเพราะเฉินผิงอันรู ้สึกว่าคุยกันถูก คอ ถึงได้พูดเยอะขึ้นเขาถึงกับยกตัวอย่างให้ข้าฟังบอกว่า คนสอง คนต่างยืนในจุดที่น้าลึกกับน้าตื้น ต่างก็จับปลาได้ทั้งคู่ แล้วค่อยถาม ข้าว่าสองคนนี้ไม่เหมือนกันใช่หรือไม่ ตอนนั้นข้าเกือบหลุดปาก โพล่งย้อนถามเขาออกไป หากคนสองคนยืนค้อมเอวจับปลาก็ดี กระโจนลงน้าลึกไปก็ช่าง ผลคือจับได้ปลาตัวเดียวกัน ยังจะ เหมือนกันหรือไม่เหมือนกัน”
เฉาหรงนิ่งคิดไปพักหนึ่ง แล้วถามอย่างสงสัย “อาจารย์ ศิษย์มี ค าถาม”
ลู่เฉินเดาความคิดของเขาออก จึงยิ้มเอ่ยว่า “ไม่เข้าใจเลยสักนิด ใช่ไหมว่าทาไมเวลาที่เฉินผิงอันอยู่กับเพื่อนรักอย่างหลิวเสี้ยนหยาง ถึงไม่มีความรู ้สึกอิจฉาเลยแม้แต่น้อย?”
เฉาหรงพยักหน้า
ลู่เฉินเท้าคางด้วยมือข้างเดียว นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “ลัทธิพุทธมีคา กล่าวว่าวางเตียงบนเตียง แน่นอนว่าเป็ นความหมายในทางที่ไม่ดี หากถามว่าจะหาพระพุทธเจ้าได้จากที่ใด? ก็ยิ่งไม่ควรวางหัวบนหัว”
“ถ้าอย่างนั้นหากก่อสร ้างหอสูงขึ้นมาบนพื้นที่ราบ ต้องการมอง ให้ไกลถึงพันลี้ต้องขึ้นไปบนชั้นสูงอีกหนึ่งชั้น ก็ต้องใช ้สภาพจิตใจ อย่างหนึ่งทาลายสภาพจิตใจอีกอย่างหนึ่งหรือ?”
“ระวัง คือค ากริยา ประกอบจากค าว่าเล็กและค าว่าใจ (ค าว่าระวัง ภาษาจีนอ่านว่าเสี่ยวซิน เสี่ยวแปลว่าเล็ก ซินแปลว่าใจ) หากบรรลุสู่ จุดสูงสุดก็ไม่ใช่เรือนใจของลัทธิเต๋าหรอกหรือ”
“หรือยกตัวอย่างเช่นการสร้างจิงกวน โครงกระดูกทับซ้อนกันสูง เป็ นภูเขา คนมีชีวิตยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุด มีแค่ตัวเองที่ยืนอยู่ ทว่าคน ผู้นี้กลับไม่ได้ฆ่าคน แต่ฆ่าตัวเอง ฆ่าโจรในใจไปนับไม่ถ้วน”
เฉาหรงถามอย่างระมัดระวัง “ท าไมอาจารย์ถึงต้องสนใจเฉินผิง อันขนาดนี้?”
ลู่เฉิ นสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ “เคยมีความคิดที่ จินตนาการบรรเจิดเลิศล้าอย่างหนึ่ง คงไม่เล่าให้เจ้าฟังแล้ว กลัวว่า จะทาให้เจ้าตกใจ จิตแห่งมรรคาแหลกสลายคาที่”
“หาวัตถุอ้างอิงที่เหมาะสมสักอย่างหนึ่งให้เจอ ยากถึงเพียงใด?”
“เจ้าหาข้าลู่เฉิน ต้องไม่ได้แน่ ลู่เฉินหาศิษย์พี่สองคนของตัวเอง หรือหาฉีจิ้งชุน ก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ลู่เฉินเอ่ยเนิบช ้าว่า “ผู้ที่รู ้แจ้งแล้ว มิมีสิ่งใดทาร ้ายเขาได้ และตัว เขาเองก็จะไม่ท าร ้ายสิ่งใด”
เฉาหรงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เมื่อเข้าสู่ใจกลางก็สามารถ รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้นับไม่ถ้วน”
ลู่เฉินยิ้มเอ่ย “การพิศมรรคาครั้งนี้ไม่ถือว่าเสียเปล่า”
ดูเหมือนอาจารย์จะเก็บม้วนภาพแห่งกาลเวลานั้นไปแล้ว สิ่งที่ เฉาหรงเห็นในเวลานี้จึงเป็ นทัศนียภาพเดิมของฟ้ าดินในที่แห่งนี้