ตอนที่ 2723
บทที่ 1026.1 อยากขอให้ชิงตี้ปกครองตลอดไป
October 21, 2026
ปีก่อนปีนี้ปีหน้า วสันต์มาวสันต์จาก ดอกไม้บานดอกไม้ร่วงโรย ล้วนมีตงจวิน (เทพแห่งดวงอาทิตย์หรือเทพที่ควบคุมฤดูใบไม้ผลิ) เป็ นผู้ควบคุม
เด็กหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งเดินอยู่บนถนนหลวงนอกเมืองหลวง เพียงล าพัง มือสองข้างถือเต้าหู้เหม็นเสียบไม้ไผ่เอาไว้ก าใหญ่ กินจน ปากเปรอะเลอะไปด้วยน้ามันพริก
เด็กหนุ่มเคี้ยวเต้าหู้เหม็นคาใหญ่ แล้วจู่ๆ ก็พลันเงยหน้ามองม่าน ฟ้ า แก้มพองป่อง จุ๊ปากเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ได้ข่าวดีจากเจินเห ริน บนฟ้ าของโลกมนุษย์ไร ้ข้อกังขา”
จากแต่เดิมที่ภาพปรากฏการณ์บนฟ้ ามีแค่ดวงดาวบางตา ทันใด นั้นทางช ้างเผือกก็ทอประกายเจิดจ้า คล้ายกับว่าดวงจันทร ์ได้ถอย ออกไปชั่วคราวเพื่อให้ลาธารสวรรค์เข้ามาแทนที่ ทว่าภาพ เหตุการณ์ผิดปกตินี้เกิดขึ้นแค่ชั่วพริบตาก็หายวับไป
เชื่อว่ากองโหราศาสตร ์ของแต่ละแคว้นต่างก็จับได้ถึงภาพความ ผิดปกตินี้ และหากไม่ผิดไปจากที่คาด อีกไม่นานเรื่องราวก็จะวุ่นวาย เละเป็ นโจ๊กหม้อหนึ่ง ถูกลิขิตมาแล้วว่าจะเป็ นคืนที่ใครก็มิอาจข่มตา หลับได้ลง
ชุยตงซานเบ้ปาก “ขอบเขตสิบสี่คนใหม่ล่าสุด สาเร็จได้แบบ นี้น่ะหรือ?”
คาดว่าซิ่วไฉเฒ่าน่าจะช่วยเทพเซียนผู้เฒ่าอวี๋ไปไม่น้อย หาไม่ แล้วจากการอนุมานของชุยตงซาน โอกาสในการผสานมรรคาของฝู ลู่อวี๋เสวียนต้องเป็ นหลังจากที่บรรพจารย์สามลัทธิสลายมรรคาแล้ว
เขายกเต้าหู้เหม็นในมือขึ้น เขียนอักษรคาว่า “ข่าว” (ลมปราณ ลมหายใจ) ลงไปกลางอากาศ
ชุยตงซานดึงมือกลับมา กินเต้าหู้เหม็นหลายไม้หมดไปอย่าง รวดเร็วแล้วโยนไม้เสียบทิ้ง เอามือข้างที่ว่างออกมา สะบัดชายแขน เสื้อสีขาวหิมะที่ถูกเขาเรียกว่า “จุดซ ้อมคนโง่
เซียนดินโอสถทองที่อยู่ด้านในถูกสลัดออกมา ก็คือนักพรตหลง โจวแห่งอารามหวงฮวานครเซิ่นจิ่ง หลิวเม่า
ภูเขาสายน้ายาวไกล ค่าคืนยาวนาน ยังอยู่ห่างจากจุดหมายใน การเดินทางมาครั้งนี้อีกระยะทางหนึ่งซึ่งไม่ถือว่าใกล้ ต้องหาคนมา คุยแก้เบื่อเสียหน่อย
หลิวเม่าที่ถูกสะบัดออกจากชายแขนเสื้อหยุดยืนนิ่ง แม้จะไม่ แน่ใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหนแต่เขาก็ไม่กล้าถามมาก
ชุยตงซานยกมือขึ้น “กินเต้าหู้เหม็นไหม?”
หลิวเม่าส่ายหน้า “ไม่ชอบกิน”
ชุยตงซานบ่น “ถูกประคบประหงมจนเคยตัว ผิวหนังบอบบาง ก็ คือความดัดจริต”
หลิวเม่าไม่กล้าโต้เถียง
หากจะบอกว่าอิ่นกวานหนุ่มผู้นั้นมีอุบายลึกล้ายากจะคาดเดา ถึงอย่างไรเส้นสายความคิดบางอย่างก็ยังมีร่องรอยให้เสาะหา พูดคุย กันก็แค่เปลืองสมองหน่อยเท่านั้น ทว่าเจ้าสานักชุยตรงหน้าที่บอกว่า ตัวเองคือลูกศิษย์ของอีกฝ่ ายก็คือคนบ้าที่ไร ้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง ต่อ ให้เฉินผิงอันจะพูดจามีนัยแอบแฝง อีกทั้งยังไม่น่าฟัง แต่ถึงอย่างไร เฉินผิงอันก็ไม่มีทางสาวหมัดซ ้อมตนอย่างไร ้สาเหตุ แต่ชุยตงซาน กลับทาได้ อีกทั้งแค่พูดไม่เข้าหูคาเดียวก็มักจะประเคนทั้งหมัดและ เท้าให้หลิวเม่าเสมอ แถมยังพูดเสียไพเราะว่าการเปิดสติปัญญาต้อง อาศัยการผลักดัน
ชุยตงซานเคี้ยวเต้าหู้เหม็น โคลงศีรษะเอ่ย “อร่อยจัง อร่อยจัง เลิศรส เลิศรส”
หลิวเม่าเดินตามไปข้างกายเขาเงียบๆ จ าต้องยอมรับว่า ปิดด่าน สร ้างโอสถครั้งนี้ ตนมีความมั่นใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่หากไม่มีเด็ก หนุ่มชุดขาว “ยื่นเท้าเข้าแทรก’ ตอนที่กาลังปิดด่าน หลิวเม่าก็ไม่คิด ว่าตัวเองจะสามารถ “สร ้างโอสถระดับสาม” ได้ภาพบรรยากาศของ ห้องโอสถที่ก่อนหน้านั้นไม่กล้าคาดหวัง เรียกได้ว่าเป็ นความยินดีที่ ไม่คาดฝันโดยแท้ ไอสีม่วงลอยกรุ่น ห้องโอสถดั่งนครแห่งตารา เต็ม ไปด้วยชั้นวางและตารานับหมื่นเล่ม
บนภูเขาต่างก็พูดกันว่าโอสถระดับหนึ่งรอเป็ นบินทะยานได้เลย ยกตัวอย่างเช่นจ้าวเทียนไล่เทียนซือแห่งภูเขามังกรพยัคฆ์ ฮว่อหลง เจินเหรินแห่งยอดเขาพาตี้ และยังมีเหวยเซ่อแห่งธวัลทวีปที่บอกว่า ตัวเองคือเจ้ายอดเขาเจ็ดสิบสองแห่ง ต่างก็อยู่ในอันดับนี้ ทว่าผู้ฝึก ตนใหญ่ขอบเขตบินทะยาน ในอดีตตอนที่สร ้างโอสถ โอสถมักจะ ส าเร็จออกมาเป็ นระดับสองมากกว่า เป็ นเหตุให้โอสถระดับสามยังคง เป็ นผลลัพธ ์ที่เซียนดินมากมายปรารถนาแม้ในยามหลับฝัน
เพื่อให้เป็ นค่าตอบแทน หลิวเม่าจาเป็ นต้องให้ความช่วยเหลือ เจ้าส านักคนแรกของสานักกระบี่ชิงผิงผู้นี้ทาเรื่องหนึ่งให้สาเร็จ นั่น คือสร ้างเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวซึ่งสามารถท านายการ เปลี่ยนแปลงของภูเขาสายน้าใบถงทวีปได้อย่างแม่นยา
หลิวเม่าจะไม่ตอบตกลงก็ไม่ได้ เพียงแต่ว่าวีรกรรมยิ่งใหญ่เช่นนี้ ไยจะไม่ใช่เรื่องงดงามที่หลิวเม่าเคยคิดถึง ทว่าอาศัยแค่กาลังของ ตัวเองแค่คนเดียวกลับเป็ นได้แค่หอเรือนกลางอากาศไปตลอดกาล กันเล่า?
ขุยตงชานถามชวนคุย “พู่กันจีจวี้ที่ผ่านการแก้ไขให้ดีขึ้นจาก เจ้า แม้แต่ข้าได้เห็นก็ยังรู ้สึกชื่นชอบ เส้นทางการค้าชุดที่สอง ฮ่องเต้ ของพวกเจ้าหาคนซื้อคนถัดไปได้แล้วหรือ?”
หลิวเม่าตอบไปตามสัตย์จริง “ความคิดของฮ่องเต้ ไม่มีใครล่วงรู ้ ได้”
ก่อนหน้านั้นราชวงศ์ต้าเฉวียนที่ยากจนจนแทบไม่มีข้าวสาร กรอกปากหม้อได้สร ้างกองงานห้องหนังสือขึ้นมาใหม่ เหยาจิ้นจือ คล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนาสร ้างโรงผลิตไว้ที่สะพานดอกบัวซึ่งอยู่ ใกล้กับสานักเป่ าเฉวียนของกรมคลังและที่ว่าการคลังสินค้า อยู่ห่าง จากอารามหวงฮวาไปแค่ไม่กี่ก้าว คราวก่อนฮ่องเต้เสด็จมาเยือน อารามด้วยพระองค์เอง ได้พูดคุยกับหลิวเม่าไปครั้งหนึ่ง หลังจาก ฮ่องเต้กลับวังไปได้ไม่นานเท่าไร หลิวเม่าก็มีต าแหน่งขุนนางที่ สถานะสูงศักดิ์อีกทั้งยังพอจะได้กุมอานาจที่แท้จริงอยู่บ้างเพิ่มมา และ ยังมีสถานะของผู้ถวายงานลับซึ่งทางานให้กับกรมอาญาด้วย ภายใต้ การช่วยเหลือของหลิวเม่า เพียงไม่นานกองห้องหนังสือก็กลายเป็ น ต้นไม้เขย่าเงิน เป็ นอ่างรวมสมบัติให้กับทางราชส านัก
หลักๆ แล้วก็คือสร ้างพู่กันจีจวี้ที่ “เชื้อพระวงศ์ผลิต” ทุกวันนี้ ส่งไปขายทางไกลให้กับจวนเซียนบนภูเขาและแคว้นต่างๆ มากมาย ล่างภูเขาทั้งเหนือและใต้ของในทวีป เรียกได้ว่าได้ก าไรเป็ นกอบเป็ น กา ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่เป็ นดั่งไฟไหม้ลามขนคิ้วให้กับสกุล เหยาต้าเฉวียนได้
ชุยตงซานยิ้มกล่าว “สิ่งของที่มีราคาสิบตาลึงเงินขายออกไปได้ ในราคาหนึ่งเหรียญเงินเกล็ดหิมะ อาจารย์ฟานแห่งส านักการค้าและ จางจื่อแห่งร ้านผ้าห่อบุญเห็นเข้า เกรงว่าก็น่าจะต้องน้าลายไหลเลย กระมัง”
หลิวเม่าทาท่าจะพูดแต่ไม่พูด สุดท้ายก็อดทนข่มกลั้นเอาไว้
ขุนนางผู้มีคุณความชอบมากที่สุดก็ไม่ใช่อาจารย์ของเจ้าหรอก หรือ?
พู่กันจีจวี้ชุดแรก สกุลเหยาต้าเฉวียนไม่ต้องหาคนซื้อแล้วจริงๆ เพราะส านักกุยหยกได้สั่งจองพู่กันจีจวี้ล่วงหน้าถึงสามหมื่นด้าม เป็ น การค้าที่ผูกติดกับกระดาษจดหมายลั่วเหมยซึ่งทาขึ้นด้วยกรรมวิธีลับ ของพื้นที่มงคลถ้าเมฆาสกุลเจียง พู่กันจีจวี้ด้ามหนึ่งที่กล่าวอ้างว่า “เชื้อพระวงศ์ผลิต” ราคาหนึ่งเหรียญเงินเกล็ดหิมะ ซึ่งก็เป็ นเงินถึง หนึ่งพันตาลึงเต็มๆ! ทว่า ในความเป็ นจริงแล้วต้นทุนของวัตถุดิบที่ใช ้ ในการท าพู่กันมีราคาแค่ประมาณเจ็ดแปดต าลึงเงินเท่านั้น อย่างมาก หากเพิ่มลายเมฆหรืออักษรมงคลเข้าไป คิดค่าแรงของช่างฝีมือใน ส่วนนี้ไปด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเกินสิบตาลึงเงิน
ก็ไม่แปลกที่ตอนนั้นพอหลิวเม่าได้ยินราคาแล้วถึงกับเดาะลิ้น
ราคาที่ทางราชสานักกาหนดไว้นี้ออกจะใจดาเกินไปหน่อยจริงๆ แต่ถึงอย่างไรก็เป็ นเงินที่ได้มาจากเซียนซือบนภูเขาและเหล่าชน ชั้นสูงของแคว้นต่างๆ ไม่ได้หลอกเอาเงินจากคนยากจน อีกอย่าง นักพรตเจ้าอารามอย่างหลิวเม่าก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานะของ องค์ชายราชวงศ์ก่อนอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหน้านี้ไม่นาน หลิวเม่าเพิ่งจะสร ้างโอสถทองได้ส าเร็จ กลายเป็ นเทพเซียนพสุธาใน ต านาน ส าหรับการช่วงชิงบนวิถีทางโลกประเภทนี้ เขาย่อมไร ้ความ สนใจอีกต่อไป หรือควรจะพูดว่าเป็ นเพราะสถานการณ์บีบคั้น เขาจึง
จ าต้องรักษาตัวรอดเอาไว้ก่อน รู ้ที่จะเลือกบางอย่างและสละบางอย่าง ทิ้งไป
ชุยตงซานกินเต้าหู้เหม็นที่เหลืออยู่จนหมดแล้วขว้างไม้เสียบ พวกนั้นทิ้งไปเหมือนขว้างอาวุธลับ ปากก็ตะโกนว่าสวบๆๆ
จากนั้นก็เรอเสียงดัง ชุยตงซานบิดหมุนข้อมือ ในมือก็มีวัตถุชิ้น หนึ่งที่ทาจากไม้ไผ่เพิ่มมา เขาพูดกลั้วหัวเราะว่า “หลงโจวเซียนจ่าง เจ้าทาเจ้านี่เป็ นหรือไม่?”