ตอนที่ 2730
บทที่ 1029.1 ดอกท้อดอกหลีท่ามกลางสายลมวสันต์และ สุราหนึ่งจอก
October 21, 2026
โรงเรียนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในชนบท ภูเขาและสายน้าอิงแอบแนบ ชิดกัน บริเวณใกล้เคียงมีล าธารไหลริน น้าเจอกับหินก็กระทบเกิด เป็ นลูกน้าแตกกระเซ็น ต้นชางผูสีเขียวขจีขึ้นเป็ นพุ่มกอ
เฉินผิงอันที่เป็ นร่างจริงเอนกายนอนบนเก้าอี้หวาย ในมือถือพัด ใบลาน หลับตาท าสมาธิ
เส้นทางภูเขาคดเคี้ยวถึงสุดขอบเมฆขาว สองฝากลาธารยาวคือ ทัศนียภาพแห่งวสันตฤดู
จ้าวซู่เซี่ยหยุดการเดินนิ่ง มานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ใต้ชายคาที่อยู่ข้าง กัน
จ้าวซู่เซี่ยเหลือบตามองอาจารย์พ่อที่นอนโบกพัด อยู่ดีๆ ก็นึกถึง ประโยคหนึ่งของอาจารย์จู อายุขัยในโลกสั้นยาวไม่เท่ากัน ไม่มีใคร อยู่ค้าฟ้ า ฝึกอบรมบ่มเพาะตนเอง จึงจะสามารถคงอยู่ตลอดกาล
เฉินผิงอันยังคงหลับตา แต่ปากกลับเอ่ยว่า “หากอยากหัวเราะก็ หัวเราะเถอะ ไม่ต้องกลั้นไว้ แต่บอกไว้ก่อนว่าเรื่องวันนี้อย่าให้แพร่ไป ถึงภูเขาลั่วพั่วล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าให้หมี่ลี่น้อยได้ยิน”
จ้าวซู่เซี่ยพยักหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ หลุดเสียงหัวเราะออกมา ถือว่าไว้หน้าอาจารย์พ่อของตัวเองอยู่บ้าง
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู ้สึกว่าน่าสนใจจริงๆ เพราะเรื่องแบบนี้มาเกิดกับ ตัวอาจารย์พ่อ ต่อให้จ้าวซู่เซี่ยจะมีนิสัยเรียบง่ายเป็ นคนซื่อแค่ไหนก็ ยังนึกอยากข าอย่างห้ามไม่อยู่
ที่แท้เมื่อตอนกลางวันก็มีมารดาของเด็กนักเรียนคนหนึ่งใน โรงเรียน แค่มองก็รู ้ว่าเป็ นสตรีที่นิสัยเผ็ดร ้อน นางมาถึงที่นี่ ยืนอยู่ หน้าประตูได้ก็เริ่มแผดเสียงตะเบ็ง บอกให้ลูกของตนกลับบ้านไปกับ นาง ไม่ให้เรียนหนังสืออยู่ที่นี่แล้ว
ตอนนั้นอาจารย์พ่อถามหาสาเหตุ สตรีกลับไม่สนใจ เอาแต่ ตะโกนเรียกชื่อเล่นของลูกตัวเอง เด็กน้อยลุกขึ้นยืนอย่างขลาดกลัว และดูเหมือนว่าจะอับอายอย่างมาก ขณะเดียวกันก็น้อยใจมากด้วย
สตรีคนนั้นดึงแขนของเด็กน้อย แล้วยังบอกให้อาจารย์พ่อควัก เงินคืนค่าเล่าเรียนมาอันที่จริงข้าเล่าเรียนก็น้อยกว่า ‘ราคาตลาด” อยู่แล้ว เทียบกับโรงเรียนที่อยู่ติดกันแล้วก็ถูกกว่าไม่น้อย
อาจารย์พ่อไม่โกรธ แล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไรกับสตรีผู้นั้น เพียงแค่ คิดอยากจะพูดคุยกับเด็กคนนั้นสองสามคา
ผลคือไปทาให้สตรีโมโหเข้า นางจึงเริ่มเอื้อมมือมาผลักมาดัน อาจารย์พ่อแค่ยกมือขวางเอาไว้ สตรีก็เริ่มโวยวายอย่างไร ้เหตุผล ทักทายมาบนหน้าอาจารย์พ่ออย่างจัง
ย้อนนึกถึงสิ่งที่ตัวเองพบเจอมาวันนี้ เฉินผิงอันก็รู ้สึกอยากขา เหมือนกัน “นี่น่าจะเป็ นดั่งคากล่าวในตาราที่ว่าปัญญาชนไม่ได้รับ ความนับถือกระมัง”
จ้าวซู่เซี่ยถามอย่างประหลาดใจ “อาจารย์พ่อ เนื้อหมักสิบเส้น เป็ นค่าเรียน คือพิธีการในการกราบอาจารย์เข้าเรียนที่ปรมาจารย์ มหาปราชญ์กาหนดขึ้นด้วยตัวเองจริงๆ หรือ?”
ความนัยนอกเหนือจากประโยคนี้ก็คือ อริยะสอนหนังสือก็ ต้องการเงินด้วยหรือ?
เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มตอบ “จริงแท้แน่นอน”
จ้าวซู่เซี่ยอดกลั้น แต่ก็ยังกลั้นไม่ไหว ถามว่า “อาจารย์พ่อ ทาไม ท่านถึงปล่อยให้สตรีผู้นั้นพาเด็กไปล่ะ?”
เฉินผิงอันลืมตาขึ้น ครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยอย่างอ่อนใจว่า “ในเมื่อ ขวางไม่อยู่แล้วยังจะมีอะไรอีก คงให้ข้าไปจิกข่วนแข่งกับนางไม่ได้ ไม่ใช่การถามหมัดที่ใครชนะคนนั้นก็มีสิทธิ์มีเสียงสักหน่อย”
จ้าวซู่เซี่ยหัวเราะปากกว้าง
สุดท้ายเด็กคนนั้นก็กลายเป็ นเด็กนักเรียนคนแรกที่ออกจาก โรงเรียนชนบทแห่งนี้
โรงเรียนเพิ่งจะเปิดมาได้แค่ไม่กี่วัน พูดว่าเริ่มต้นได้ไม่ดีก็ไม่ได้ เกินจริงเลยแม้แต่น้อย
ได้ยินมาว่าสตรีลิ้นยาวที่ชอบพูดจาส่งเดชคนนั้น ช่วงนี้คอยเอา แต่สาดน้าสกปรกใส่โรงเรียนและอาจารย์พ่อเป็ นประจ า คว้าลมจับ เงา ไม่ว่าค าพูดไม่น่าฟังอะไรก็กล้าพูดหมด
แม้เฉินผิงอันที่อยู่ที่นี่จะจงใจเก็บขอบเขต วิชาอภินิหารและภาพ ปรากฏการณ์ทั้งหมดเอาไว้จนแทบไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ธรรมดา ทั่วไป ดังนั้นก่อนหน้านี้การส่งเสียงเรียกหลายครั้งของจ้าวซู่เซี่ย เฉิน ผิงอันจึงไม่ได้ยินจริงๆ และครั้งนั้นที่อวี๋ฮุ่ยถึงผู้ฝึกตนหญิงของศาล ลมหิมะบังเอิญพลิ้วกายผ่านมายังที่แห่งนี้ เข้าใจผิดคิดว่าเฉินผิงอัน แกล้งหลับอยู่บนเก้าอี้หวาย แสร ้งท าเป็ นมองเมินนางก็เข้าใจเฉินอิ่ นกวานผิดไปแล้วจริงๆ ทว่าต่อให้เป็ นเช่นนี้ ต่อให้ตอนนั้นเฉินผิงอัน จะแค่ถลึงตาใส่ก็น่าจะข่มขู่ให้สตรีบ้านป่ าที่อาละวาดไร ้เหตุผลผู้นั้น กลัวได้
น่าสนใจส่วนน่าสนใจ ตลกส่วนตลก แต่จ้าวซู่เซี่ยก็ยังถอน หายใจ รู ้สึกได้รับความไม่เป็ นธรรมแทนอาจารย์พ่อ สามารถติดตาม อาจารย์พ่อมาเล่าเรียนวิชาอยู่ที่นี่ได้ ถือเป็ นความโชคดีที่ยิ่งใหญ่ ปานใดกัน? ได้ยินมาว่าทุกวันนี้สถานศึกษาและสานักศึกษาของลัทธิ ขงจื๊อหลายแห่งล้วนคาดหวังอยากให้อาจารย์พ่อไปช่วยสอน แต่ กลับถูกอาจารย์พ่อปฏิเสธไปอย่างละมุนละม่อม
เฉินผิงอันโบกพัดใบลานเบาๆ หัวเราะกับตัวเอง “จาได้ว่าปีนั้น ตอนที่เจอกับเว่ยเซี่ยนครั้งแรกคือสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าเมืองหู เอ๋อร ์ซึ่งตั้งอยู่ชายแดนแคว้นต้าเฉวียน ตอนอยู่ในโรงเตี๊ยม ฮ่องเต้ผู้
บุกเบิกแคว้นหนันเยวี่ยนท่านนี้ของพวกเรามีไหวพริบเฉียบแหลม อย่างยิ่ง เพิ่งจะได้เจอกับเว่ยเซี่ยน ข้าจาได้ว่าประโยคที่สองที่เว่ยคอ แข็งเอ่ยก็คือโพล่งออกมาว่า “เจ้าขุนเขาช่างมีกลิ่นอายเผด็จการ เข้มข้นนัก” เฮอะ เจ้าคิดว่ายังไง? เว่ยเซี่ยนนอกจากคอแข็งแล้ว สายตาในการมองคนก็ยิ่งสุดยอด พวกหลป๋ ายเซี่ยง สุยโย่วเปียนอยู่ ไกลเกินกว่าจะเทียบชั้นเว่ยเซี่ยนได้ติด”
ถึงอย่างไรจ้าวซู่เซี่ยก็ไม่ใช่ศิษย์พี่หญิงเผยเฉียน ยิ่งไม่ใช่ศิษย์พี่ เล็กชุยตงชาน จึงต่อค าไม่ถูก
ทันใดนั้นบรรยากาศพลันชะงักค้าง จากนั้นจู่ๆ เฉินผิงอันก็เอ่ย สองประโยคที่มีการเว้นหยุดห่างกันเล็กน้อย
“เจอกับเรื่องที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ก็จงยอมรับมันอย่างสงบ”
“ฟ้ าใสแสงจันทร ์สายลม ในที่สุดก็สาดส่องพัดผ่าน”
จ้าวซู่เซี่ยไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ แต่กลับสัมผัสได้ว่าอาจารย์ พ่อในคืนนี้คล้ายจะค่อนข้าง…โล่งใจ ผ่อนคลายมากเป็ นพิเศษ?
้