ตอนที่ 2748
บทที่ 1034.2 ตรวจทานต าราในโลกมนุษย์
October 21, 2026
ซิ่วไฉเฒ่าทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจัง “คากล่าวที่ว่าสรรพสิ่ง คือหนึ่งเดียวของเจ้าลัทธิลู่ ตามความเห็นของข้านั่นต่างหากจึงจะ เป็ นความรู ้ที่สูงส่งลึกล้าที่สุดอย่างแท้จริง” ลู่เฉินหัวเราะร่า “เหวินเซิ่งไม่เพิ่มคาว่า “หนึ่งใน” เข้าไปด้วย หรือ?” ซิ่วไฉเฒ่าส่ายหน้า เงียบงันไม่เอ่ยต่อคา อริยะปราชญ์ทั้งหลายล้วนแตกต่างกันเพราะอสังขตธรรม ความรู ้ของลู่เฉินยิ่งใหญ่มาก มิใช่แค่ยิ่งใหญ่ธรรมดา พูดถึงแค่สหายรักป๋ ายเหย่ เขาเป็ นคนที่หยิ่งทระนงถึงเพียงใด เมื่อหลายปี ก่อนซิ่วไฉเฒ่าเคยไปหาเขาแล้วขอเหล้าดื่ม เคยได้ ถามป๋ ายเหย่ว่าหากไปยังใต้หล้ามืดสลัว คนที่อยากไปพบเจอมาก ที่สุดคือใคร ตอนนั้นป๋ ายเหย่ตอบอย่างไม่ลังเลว่าอยากไปเยี่ยมหาลู่เฉินที่ นครหนันหัว ก็ไม่แปลกที่ลูกศิษย์ลัทธิขงจื๊อของไพศาลบางคนและเต้ากวาน ของป๋ ายอวี้จิงบางคนจะมีความคิดเห็นที่พ้องต้องกัน ป๋ ายเหย่แต่งกวีนับพันหมื่นบท ต่อให้เขียนดีแค่ไหนก็น่าเสียดายที่ไม่เคยหลุดพ้น จากกรอบความคิดเก่าๆ ตอนนั้นซิ่วไฉเฒ่าอาศัยฤทธิ์สุราร ้อนแรงเอ่ยถ้อยคาที่มี ความหมายในเชิงลบนี้ให้ป๋ ายเหย่ฟัง เพราะถึงอย่างไรเรื่องประเภทนี้ ซิ่วไฉเฒ่าก็ทาออกมาได้จริงๆ และแน่นอนว่ามีเพียงซิ่วไฉเฒ่าเท่านั้น ที่ทาได้ ป๋ ายเหย่ได้ยินแล้วก็เงียบไปพักหนึ่ง สุดท้ายยิ้มเอ่ยประโยคหนึ่ง ว่า ก็ไม่ได้พูดผิดตรงไหน แน่นอนว่าสามารถคิดได้ว่า ป๋ ายเหย่เองก็คิดว่าคากล่าวนี้ สามารถเข้าใจได้ว่า ไม่ได้พูดผิด แต่ก็ไม่ได้พูดถูก ลู่เฉินยกชายแขนเสื้อขึ้น กุมหมัดเขย่าอยู่หลายที “สามารถถูก เหวินเซิ่งชื่นชมนอกโต๊ะสุราแบบนี้ได้ การเดินทางกลับบ้านเกิดครั้งนี้ ต่อให้ไม่มีคุณความชอบก็ไม่ได้มาเสียเที่ยวแล้ว” ซิ่วไฉเฒ่าโบกมือ “ข้าไม่เคยชมใครส่งเดช” เฉินหลิงจวินบอกว่าพฤติกรรมในการดื่มเหล้าของใครบางคนดี นั่นก็แสดงว่าพฤติกรรมในการดื่มเหล้าต้องยอดเยี่ยมมากจริงๆ ไม่ เคยเลอะเลือนบนโต๊ะสุรา อย่างหลิวจิ่งหลงที่เฉินผิงอันซึ่งเป็ นคนที่ยึดมั่นว่าควรจะ “ใช ้ เหตุผลให้ดีๆ มองว่าเป็ นคนที่เชี่ยวชาญในการอธิบายเหตุผลที่สุดหลักการเหตุผลของหลิวจิ่งหลงทั้งพูดได้ดี แล้วไม่ท าให้คนร าคาญ อีกด้วย หรือยกตัวอย่างเช่นใครเล่าจะถูกเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสชมว่า เวทกระบี่ไม่เลว? ถ้าอย่างนั้นในด้านของวิชาความรู ้ ถูกซิ่วไฉเฒ่าชื่นชมเช่นนี้ก็ แสดงว่าต้องเป็ นคนที่มีความรู ้จริงๆ ลู่เฉินยิ้มเอ่ยกับเฉินผิงอันว่า “ในแคว้นหูของพื้นที่มงคลรากบัว พวกเจ้ามีแม่นางน้อยอยู่คนหนึ่ง สรุปแล้วนางคือใครและจะเผยตัว เมื่อไหร่ ผินเต้าคงไม่แพร่งพรายความลับสวรรค์แล้ว ไปหาเอาเอง วันใดหาเจอแล้วตอนที่นางเลื่อนเป็ นห้าขอบเขตกลางก็ไม่สู้มอบ ฉายาให้นางว่า “ชุ่ยป๋ าย” เชื่อว่าผลสาเร็จในวันหน้าของนางต้องไม่ มีทางต่าแน่นอน หากเจ้าขุนเขาอย่างเจ้าใจกล้าอีกสักหน่อย หรือ โชคของภูเขาลั่วพั่วดีมากหน่อย สามารถหานางเจอได้เร็วกว่า กาหนด ระหว่างที่สติปัญญาของนางได้เปิดออก ยังไม่ได้ครอบครอง ชื่อจริงก็ช่วยถ่ายทอดมรรคาให้กับนาง ตั้งชื่อให้กับนาง ผลประโยชน์ ที่พวกเจ้าทั้งสองฝ่ายจะได้รับก็จะยิ่งมีมากกว่าเดิม”เรื่องนี้เป็ นข้อมูลที่ลู่เฉินได้มาจากการคุยเล่นเรื่อยเปื่ อยกับ “อาจารย์อา”ซิ่วไฉเฒ่ากล่าว “ผ่านพิธีถือศีลในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมดวง จันทร ์ นกกระสาอยู่ในกรงสูงถูกปล่อยให้บินไปยังกองเมฆขาว เจ้าอารามผู้เฒ่าได้รับลูกศิษย์อยู่ที่ใต้หล้ามืดสลัวของพวกเจ้าบ้าง หรือไม่?”ลู่เฉินตอบ “รับลูกศิษย์แล้ว ดูจากท่าทางก็น่าจะเป็ นทั้งลูกศิษย์ เปิดภูเขาและลูกศิษย์ปิดภูเขาด้วย อาจารย์อาเห็นดีในตัวหวังหยวนลู่ อย่างมาก บางทีวันหน้าอาจารย์อาอาจจะยังรับลูกศิษย์อีก และ จานวนก็จะไม่น้อย แต่เกินครึ่งก็ไม่น่าจะมีศักดิ์เป็ นอาจารย์และศิษย์ อะไรกัน น่าจะกึ่งๆ อาจารย์กึ่งๆ สหายเสียมากกว่า ถึงอย่างไรอาราม เต๋าของอาจารย์อาก็ต้องหล่นลงพื้นอยู่แล้ว ทางฝั่งของป๋ ายอวี้จิงก็ ยินดีที่จะได้เห็นเช่นนี้”ซิ่วไฉเฒ่จุ๊ปากเอ่ย “ทุกวันนี้มีมรรคาจารย์เต๋าออกหน้า ถึง อย่างไรความมั่นใจของป๋ ายอวี้จิงก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว”ลู่เฉินเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ตอนที่ผินเต้านั่งบัญชาการณ์ป๋ ายอวี้จิง ท าอะไรก็ใจกว้างมากนะ”ปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาติ ไม่เคยควบคุมดูแล เต้ากวาน จานวนนับไม่ถ้วนทั้งบนและล่างภูเขาล้วนพากันกล่าวขานถึง!เฉินผิงอันถามอย่างสงสัย “ในฐานะเผ่าจิ้งจอก ตั้งฉายานี้ให้นาง จะไม่ยิ่งใหญ่ไปหน่อยหรือ?”อริยะเคยกล่าวไว้ว่าใต้หล้านี้ไม่มีจิ้งจอกที่ขาวบริสุทธิ์ (ชุ่ยป๋ าย) แต่กลับตั้งชื่อให้ว่าชุ่ยป๋ าย โดยทั่วไปแล้วนี่ต้องไม่เหมาะสมอย่าง แน่นอนเพียงแต่ว่าค าพูดของลู่เฉินมักจะมีเป้ าหมายเสมอ ต้องไม่ใช่ ความคิดชั่วร ้ายที่เขาจงใจหลอกลวงกันแน่ฉายาของผู้ฝึ กลมปราณบนภูเขาก็ไม่ต่างจากชื่อของมนุษย์ ธรรมดาล่างภูเขาสักเท่าไรตั้งยิ่งใหญ่เกินไปก็ยากที่จะ ‘รับได้ไหวค่อนข้างคล้ายคลึงกับ “บ้านเรือนของผู้สูงศักดิ์ภูตผีมักจ้องมอง ไม่มีเรื่องใดที่ตายตัวแน่นอนว่าไม่ได้พูดว่าตั้งชื่อและตั้งฉายาเช่นนี้ จะต้องไม่ดีเสมอไป เพียงแต่ว่าการฝึกตนบนภูเขา มีใจหวังว่าจะโชค ดีก็ไม่ใช่ความเคยชินที่ดีอะไรลู่เฉินหัวเราะร่าเอ่ยว่า “มีเจ้าคอยแบกรับไว้ให้อยู่ ยังต้องกลัว เรื่องพวกนี้ด้วยหรือ?”ยกตัวอย่างเช่นการประทับตราประทับเทียนซือลงเหนือผิว จิ้งจอกสามารถต้านทานหายนะได้ นี่คือเรื่องจริงที่บนภูเขาให้การ ยอมรับหลักการเหตุผลที่คล้ายคลึงกันนี้ ภูตจิ้งจอกที่บางทีตอนนี้อาจจะ ยังไม่เกิด ในอนาคตเนื่องจากเจ้าขุนเขาหนุ่มประทานชื่อจริงของเผ่า ปีศาจให้ ก็ถือเป็ นโชควาสนาที่ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลใจภายหลัง เลยจริงๆไม่แน่ว่าวันหน้าที่นางฝึ กตนอยู่บนภูเขาแล้วฝ่ าทะลุขอบเขต ตอนที่เลื่อนเป็ นโอสถทองและห้าขอบเขตบน เฉินผิงอันยังสามารถช่วยแบ่งเบาทัณฑ์สวรรค์ให้ได้อีกด้วย การปกป้ องมรรคาเช่นนี้เรียก ได้ว่ามั่นคงอย่างยิ่งเฉินผิงอันเหลือบมองลู่เฉินลู่เฉินรีบแก้ตัวทันใด “นี่ไม่ใช่การจับคู่ยวนยางอะไรส่งเดชนะ การฝึกตนบนภูเขาจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความรักชายหญิงอยู่เสมอได้ อย่างไร แบบนั้นก็เป็ นคนที่วิสัยทัศน์คับแคบเกินไปหน่อยแล้ว!”เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “เจ้าต้องไปพบเฟิ งอี๋ที่ เมืองหลวงต้าหลีสักครั้ง ใช่ไหม?”้