ตอนที่ 2747
บทที่ 1034.1 ตรวจทานต าราในโลกมนุษย์
October 21, 2026
กินดื่มอิ่มหน า จ้าวซู่เซี่ยก็เก็บตะเกียบและชาม หนิงจี๋ย้ายโต๊ะ เล็กออกไปให้ ดวงจันทร ์ลอยอยู่กลางนภา แสงจันทร ์สาดส่องทั่วโลกมนุษย์ สว่างไสวราวกับโลกแห่งแก้วใส อากาศยามค่าคืนเย็นสบายปลอด โปร่ง สายลมพัดผ่านเสื้อผ้านาพาความเย็นชุ่มฉ่า เวลานี้ อารมณ์ เช่นนี้ อากาศเช่นนี้ ใครที่ได้ปลีกตัวว่างจากความวุ่นวายก็คือเทพ เซียน ใต้ชายคามีเก้าอี้วางเรียงกันสามตัว ซิ่วไฉเฒ่านั่งอยู่ตรงกลาง ยกขานั่งไขว่ห้าง ยื่นมือไปตบเข่าเบาๆ ร ้องเพลงของบ้านเกิด สาย ลมเย็นพัดเฉื่อยๆ ผ่านจอนผมสีขาวหิมะของผู้เฒ่า เฉินผิงอันโบกพัดใบลานเบาๆ เวลาอยู่กับอาจารย์ ไม่ว่าจะดื่ม เหล้าหรือคุยเล่น เฉินผิงอันล้วนไม่เคยนั่งตัวตรงอย่างสารวมเหมือน ศิษย์พี่จั่วโย่ว แล้วก็ไม่เงียบงันเป็ นน้าเต้าตัน เหมือนศิษย์พี่จวินเชี่ยน ลู่เฉินสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยื่น ขาสองข้างออกมาท่วงท่าเกียจคร ้าน เรื่องราวในใต้หล้าและเรื่องใน บ้าน เรื่องที่อยู่ห่างไกลสุดขอบฟ้ าและเรื่องข้างมือ บุญคุณความแค้น ทุกอย่างล้วนถูกวางพักไว้ก่อนชั่วคราวพวกเขาพูดคุยกันไปถึงเรื่องที่ศาลบุ๋นแต่งตั้งซานจวินห้ามหา บรรพตของแจกันสมบัติทวีปและมอบฉายาเทพให้อย่างเป็ นทางการ ตามคากล่าวของซิ่วไฉเฒ่า ค่อนข้างจะเป็ นปัญหาอยู่บ้างเล็กน้อย เนื่องจากระดับขั้นตาแหน่งเทพของซานจวินในหนึ่งทวีปไม่ได้มีการ แบ่งสูงต่า หากจะพูดว่าทางฝั่งศาลบุ๋นส่งตัวอริยะบางท่านให้ไป ดาเนินพิธีการแต่งตั้งทีละคน ถ้าอย่างนั้นลาดับขั้นตอนก่อนหลังของ พิธีการแต่งตั้งห้ามหาบรรพตก็จะกลายเป็ นปัญหาที่ไม่เล็กแล้ว แต่ หากจะพูดว่าให้ดาเนินการไปพร ้อมกัน ทางฝั่งของศาลบุ๋นส่งตัว อริยะปราชญ์ผู้มีเทวรูปออกไปถึงห้าท่านก็ยากเหมือนกัน เพราะถึง อย่างไรทุกวันนี้แต่ละคนก็มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะ ทาง ฝั่งศาลบุ๋นเองก็ไม่อาจดึงตัวอริยะลัทธิขงจื๊อออกมาได้มากขนาดนั้น อีกทั้งยังต้องให้พวกเขามาเยือนแจกันสมบัติทวีปในเวลาเดียวกัน ด้วย ถึงอย่างไรก็เป็ นวงการขุนนาง บนภูเขากับล่างภูเขาไม่ เหมือนกัน ล่างภูเขา ทางราชส านักมอบจีวรสีม่วงให้กับมังกรคชสารลัทธิ พุทธ แต่งตั้งฉายาทางธรรมให้กับเจินเหรินลัทธิเต๋า หรือฮ่องเต้ไม่ก็ กรมพิธีการแต่งตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้าล้วนจะต้องมีพิธีการ ที่เป็ นแบบแผนเป็ นขั้นเป็ นตอน นับแต่โบราณมาชื่อเสียงและผลประโยชน์ก็ไม่แยกบ้านกัน ไม่ กังวลถึงความยากจนแต่กังวลว่าจะแบ่งสรรอย่างไม่เท่าเทียม ดังนั้นทางฝั่งศาลบุ๋นอยากจะปฏิบัติต่อทุกฝ่ ายอย่างเสมอภาคก็ต้องให้ เกียรติที่เพียงพอต่อซานจวินทุกท่าน ไม่ทาให้ใครต้องอับอายเสีย หน้า นี่ก็เป็ นเรื่องที่ลาบากใจมากแล้ว หากจะบอกว่าให้เจ้าขุนเขาของสานักศึกษาลัทธิขงจื๊อห้าท่าน เป็ นผู้ด าเนินงานพิธี น้าหนักก็ดูจะไม่เหมาะสม พิธีการก็จะยิ่งดูบาง เบาไม่ส าคัญมากพอ แต่หากจะบอกว่าให้อริยะบางท่านใช ้วิธีแยกร่าง ถึงอย่างไรก็ไม่ เหมาะสม แล้วก็แสดงให้เห็นว่าทางฝั่งของศาลบุ๋นไม่ให้ความส าคัญ มากพอเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรการที่ซานจวินได้รับ “ฉายาเทพ” ก็ เหมือนที่ก่อนหน้านี้ซิ่วไฉเฒ่าสัพยอกอวี๋เสวียนอยู่นอกฟ้ าบอกว่า เรื่องน่ายินดีบางอย่างเกิดขึ้นได้ยากยิ่งกว่าการเป็ นเจ้าบ่าวเสียอีก ถูกลิขิตมาแล้วว่าจะมีแค่หนเดียว ไม่ว่าใครก็อยากจะจัดให้ยิ่งใหญ่ อลังการ ลองถามเว่ยป้ อและพวกจิ้นชิงซานจวินแห่งขุนเขากลางดู เถอะว่า สมมติได้ยินว่าปรมาจารย์มหาปราชญ์จะมาเยือนด้วยตัวเอง พวกเขาจะพูดจาเกรงใจตามมารยาทกับศาลบุ๋นสักครึ่งคาหรือไม่? ลู่เฉินยิ้มเอ่ย “รองเจ้าลัทธิสองท่านของศาลบุ๋น บวกกับ ผู้อ านวยการใหญ่ของสถานศึกษาสามแห่ง ให้พวกเขาหาเวลาว่าง ไปเยือนแจกันสมบัติทวีปสักรอบเถอะ” ซิ่วไฉเฒ่าลูบหนวดกล่าว “รองเจ้าลัทธิกับผู้อ านวยการ สถานศึกษาก็ยังมีระดับขั้นขุนนางใหญ่เล็กอยู่ดีไม่ใช่หรือ คนที่เป็ น นายท่านเทพเซียนบนภูเขา แต่ละคนล้วนเป็ นพวกเจ้าเล่ห์ที่อยู่ในวงการขุนนางมานับร ้อยนับพันปี มีความแตกต่างในเรื่องนี้ ภายนอก แม้พวกเขาจะไม่พูดอะไร แต่ในใจต้องแอบนินทาแน่”ลู่เฉินเหมือนเป็ นกุนซือหัวสุนัขให้กับสายเหวินเซิ่งชั่วคราวจึง เริ่มช่วยออกความคิดอีกครั้ง “ถึงอย่างไรเรื่องของการมอบฉายาเทพ ให้กับซานจวิน เจ้าซิ่วไฉเฒ่าก็เป็ นผู้นา หากไม่ได้จริงๆ ก็ให้ทางฝั่ง ของศาลบุ๋นออกคาสั่งมา บอกไปว่าให้ซานจวินทั้งห้าเลือกวันฤกษ์ งามยามดีกันเอาเอง ให้สอดคล้องกับห้าธาตุ ไม่ขัดแย้งกันเอง เจ้าซิ่ว ไฉเฒ่าเป็ นคนมากความสามารถก็ต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นมากหน่อย ภายในหนึ่งปีก็แวะเยือนภูเขาทุกลูกก็ได้แล้ว”ซิ่วไฉเฒ่าเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “ผายลมน่ะสิ ข้าเป็ นผู้น าอะไรกัน เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็ นรองผู้อ านวยการของสถานศึกษาในแจกันสมบัติ ทวีปบางคนที่รู ้สึกว่าห้ามหาบรรพตของแจกันสมบัติทวีปแสดงออก ได้ยอดเยี่ยมในสงครามใหญ่ครั้งนั้น ศาลบุ๋นจึงต้องแสดงท่าทีแก่พวก เขาหน่อย”ลู่เฉินท าหน้ากระจ่างแจ้งก่อน แต่จากนั้นสีหน้าก็เต็มไปด้วยแวว กังขา “หรือว่าข้าฟังผิดไป ทุกวันนี้โลกภายนอกไม่ได้พูดกันว่าพี่ ใหญ่อันดับสองของสถานศึกษาหลี่จื้อย่างเหมาเสี่ยวตงตัวอยู่สายหลี่ เซิ่งแต่ใจอยู่กับสายเหวินเซิ่งไม่ใช่หรือ?”ซิ่วไฉเฒ่ารีบยื่นมือมาดึงชายแขนเสื้อของเจ้าลัทธิลู่เอาไว้ ผิน ตัวเบี่ยงข้าง กระซิบกระซาบเสียงเบา “ค าพูดเหลวไหลไร ้หลักฐาน ประเภทนี้จะพูดส่งเดชไม่ได้นะ แพร่ออกไปแล้วจะท าให้คนเข้าใจผิดกันได้ง่าย หากผู้อานวยการของสถานศึกษาหลี่จี้ที่นิสัยคร่าครึผู้นั้น ได้ยินเข้า ด้วยนิสัยดื้อดึงของเขาคงต้องถกเถียงกับเจ้าลัทธิลู่ให้ได้ ถึงเวลานั้นหากข้าไม่ช่วยพูดแทนเจ้า ก็จะผิดต่อในด้านน้าใจของ สหาย ช่วยเจ้าพูด กลับจะยิ่งเป็ นการกระพือไฟให้โหมแรงขึ้นไปอีก”ลู่เฉินรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันใด ยิ้มเอ่ยว่า “หากอยู่ที่ใต้หล้ามืด สลัวก็จะจัดการได้ง่ายแล้ว”ห้านครสิบสองหอเรือนของป๋ ายอวี้จิงที่แม้สิบเจ็ดนครและหอ เรือนจะมีสูงมีต่า เพียงแต่ว่าลาดับขั้นบนทาเนียบของลัทธิเต๋ากลับไม่ มีการแบ่งสูงต่าใดๆ หากเจอเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงนี้ เจ้าลัทธิเรียก เจ้านครหรือเจ้าหอคนใดออกมาก็ได้ อย่าว่าแต่งานพิธีแต่งตั้งห้าครั้ง เลย ต่อให้เจ้านวนเพิ่มมากกว่านี้เป็ นเท่าตัว ป๋ ายอวี่จิงก็ไม่ถึงขั้นรู ้สึก รับมือล าบากลู่เฉินยิ้มเอ่ย “ไม่ว่าศาลบุ๋นจะจัดการอย่างไร สถานที่แห่งอื่นนั้น ก็ช่างเถิด ผินเต้าไม่มีความสัมพันธ ์ควันธูปอะไรกับซานจวินพวกนั้น มีเพียงภูเขาพีอวิ๋นของเว่ยป้ อที่ผินเต้าอยากจะไปร่วมความครึกครื้น อย่างมาก ซิ่วไฉเฒ่า ต้องการให้ข้าโผล่หน้าไปช่วยส่งเสียงให้ ก าลังใจอยู่ข้างๆ หรือไม่ ถือว่าช่วยสนับสนุนเว่ยซานจวินของพวก เรา?”เฉินผิงอันเปิดปากถาม “อาจารย์ ฉายาเทพของซานจวินทั้งห้า ท่าน ทางศาลบุ๋นมีการตัดสินใจไว้นานแล้ว รอแค่ป่าวประกาศในงานพิธี หรือว่าเหมือนการยื่นเสนอชื่อของสานักตัวสารองที่สามารถตั้ง เองได้ มอบให้ศาลบุ๋นตรวจสอบ เมื่อผ่านแล้วก็สามารถใช ้ได้เลย?”ลู่เฉินยิ้มอย่างรู ้ทัน เพื่อสหายแล้วก็ทุ่มสุดชีวิตเลยจริงๆ ฟังจาก ความนัยในประโยคนี้ของเฉินผิงอัน เกินครึ่งคงอยากจะช่วยเหลือเว่ ยป้ อและภูเขาพีอวิ๋นเล็กๆ น้อยๆ แล้วซิ่วไฉเฒ่ายิ้มบางๆ เอ่ยว่า “โดยทั่วไปแล้วฉายาเทพของซานจวิ นห้ามหาบรรพตกับสุ่ยจวินของลาน้าใหญ่ล้วนเป็ นศาลบุ๋นที่คิดกัน ขึ้นเองแล้วค่อยประกาศออกไป แต่ว่าในเรื่องนี้ศาลบุ๋นไม่มีกฎตายตัว แน่นอนที่เป็ นลายลักษณ์อักษร ในเมื่อไม่มีกฎห้ามก็แสดงว่าทาได้ ดังนั้นก็ใช่ว่าจะพูดคุยปรึกษากันไม่ได้เลย เพียงแต่ว่าใน ประวัติศาสตร ์ของไพศาล นับแต่โบราณมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขา สายน้าของแต่ละฝ่ายล้วนต้องทาตามคาสั่งของศาลบุ๋น ให้อะไรก็ต้อง รับอย่างนั้น อีกทั้งโดยทั่วไปแล้วทุกคนล้วนค่อนข้างพึงพอใจ”สถานการณ์เช่นนี้ก็คล้ายคลึงกับการตั้งชื่อให้กับลูกหลานใน บ้านตัวเองหรือเด็กรุ่นหลังของตระกูลอื่น ส่วนใหญ่จะมีความหมาย แฝงที่งดงาม แทบไม่มีใครที่รู ้สึกว่าไม่เหมาะสม นับแต่นี้ทั้งแซ่และ นามอยู่เคียงคู่กัน ใช ้ร่วมกันไปตลอดทั้งชีวิตกล่าวมาถึงตรงนี้ ซิ่วไฉเฒ่าก็หันหน้ามาถามว่า “ทาไม เว่ย ซานจวินของพวกเรามี ฉายาเทพที่ชื่นชอบอยู่ก่อนแล้วหรือ?”เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “มีฉายาเทพที่ทุกคนช่วยกันตั้งให้อยู่หรอก เพียงแต่ไม่รู ้ว่าเว่ยซานจวินจะถูกใจหรือไม่ถูกใจ”