ตอนที่ 2746
บทที่ 1033.3 เรื่องนอกประเด็น
October 21, 2026
ก่อนหน้านี้ต่อให้ยังผสานมรรคากับธารดวงดาวไม่สาเร็จ อวี๋ เสวียนก็ยังคงมองเห็นโลกมนุษย์ได้อย่างถ้วนทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึ กลมปราณบางส่วนที่ชักนาวิถีแห่ง ดวงดาวที่จาเป็ นต้องอาศัยเวทลับชนิดต่างๆ มา “กราบภูเขา” ต่อ อวี๋เสวียน ดังนั้นคาสัพยอกประโยคนั้นของซิ่วไฉเฒ่าจึงถือว่าพูดเข้า เป้ าตรงเผง ป๋ ายอวี้จิงมีเต้ากวานสามคนที่เลื่อนสู่อันดับตัวสารอง แน่นอนว่า หากรวมสิงกวานหาวซู่ที่เพิ่งเข้าไปอยู่ในนครเสินเชียวเข้าไปด้วยก็จะ มีสี่คน นักพรตแห่งมืดสลัวคนแรกที่มายังที่แห่งนี้คือเต้ากวานอายุมาก จากป๋ ายอวี้จิง หูยาวถึงไหล่ คิ้วขาวคลุมโหนกแก้ม รูปร่างผอมบาง แค่มองก็รู ้ว่าเป็ นเทพเซียนผู้เฒ่าคนหนึ่ง อายุขัยในการฝึกตนของนักพรตเฒ่ายาวนานมาก คิ้วยาวเป็ นสี ขาวหิมะทั้งสองข้างคนที่เกิดมาก็มีคิ้วยาวส่วนใหญ่มักจะอายุยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คนหูยาว” ที่ยิ่งเป็ นรูปโฉมของผู้ที่ร่ารวยสูงศักดิ์ และอายุยืนตามแบบฉบับ ในบรรดาผู้ฝึกลมปราณของสามลัทธิร ้อยสานักก็มีนักพรตเต๋ที่ ผู้คนให้การยอมรับว่ามีอายุยืนที่สุดเพียงแต่ว่าพอเห็นเหวินเซิ่งที่อายุน้อยกว่าตนเพียงเล็กน้อย เจิน เหรินผู้เฒ่าที่ออกมาจากหอซื้อวิ่นป๋ ายอวี้จิงก็คลี่ยิ้มเป็ นฝ่ ายเอ่ย ทักทายไปก่อนคาหนึ่งว่าซิ่วไฉเฒ่า นี่ก็น่าจะเป็ นหน้าตาที่มีเฉพาะของเหวินเซิ่งแล้ว ก็เหมือนอย่างก่อนหน้านี้ที่หลิ่วชีมาที่นี่ ทั้งๆ ที่มาเพื่อร่วมแสดง ความยินดีกับอวี๋เสวียน เพียงแค่เพราะมีซิ่วไฉเฒ่าอยู่ด้วย ยามเปิด ปากพูดก็ต้องเอา “เหวินเซิ่ง” มาอยู่หน้าอวี๋เสวียน ทั้งสามารถพูดได้ว่าเป็ นข้อพิถีพิถันในวงการขุนเขาสายน้า อย่างหนึ่ง แล้วก็สามารถพูดได้ว่าเป็ นการเข้าสังคมที่มิอาจขาดได้ แน่นอนว่ายิ่งเป็ นการยอมรับที่มีต่อความรู ้ของเหวินเซิ่งจากใจจริง อย่างหนึ่ง ซิ่วไฉเฒ่าลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะกลับคืน คลี่ยิ้มเต็มใบหน้า “คารวะเทพเซียนผู้เฒ่าหวง” หวงเจี้ยโส่ว ฉายาบนท าเนียบหยกทองของป๋ ายอวี้จิงคือ “เฉวียน เหิง” เพราะแซ่หวงมรรคาจารย์เต๋าจึงเคยประทานอักษรค าว่า ‘เสวียน” ให้เป็ นกรอบป้ ายห้องหนังสือในหอเก็บตาราของหวงเจี้ยโส่ว ดังนั้นเงินเหรินผู้เฒ่าจึงมักจะเรียกตัวเองว่า “เสวียนเหิง” มาโดย ตลอด เป็ นอดีตเจ้าหอปี้อวิ๋นสองรุ่นก่อน เจ้าหอสองรุ่นต่อจากเขาล้วน เป็ นลูกศิษย์สายของเจินเหรินผู้เฒ่าท่านนี้ ปีนั้นหวงเจี้ยโส่วเป็ นฝ่ ายปลดประจ าการออกจากต าแหน่งเจ้าหอ เจินเหรินผู้เฒ่าแค่ไปนั่ง บัญชาการณ์ตาหนักเจิ้นเยว่ อันที่จริงก็คือคอยเฝ้ าดูถ้าแยนเสียที่ป๋ า ยอจี้จิงใช ้กักตัวนักโทษอาญาเท่านั้น ซิ่วไฉเฒ่ายิ้มถาม “เทพเซียนผู้เฒ่ามีเวลาว่างมาที่นี่ได้อย่างไร?” หวงเจี้ยโส่วชี้นิ้วไปที่กุญแจพวงหนึ่งตรงเอวซึ่งเหลือกุญแจอยู่ไม่ มาก ยิ้มเอ่ยว่า “บอกเหวินเซิ่งตามตรง ทุกวันนี้ผินเต้าไร ้เรื่องก็ตัวเบา แล้ว” ที่แท้ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจินเหรินผู้เฒ่าได้มอบสถานะเต้ากวาน ที่เหลืออยู่อย่างเจ้าตาหนักเจิ้นเยว่กลับคืนไปแล้ว หวงเจี้ยโส่วแห่งหอปี้อวิ๋นกับผังติ่งเจ้านครแห่งนครหลิงเป่ าที่มี ฉายาว่า “ซวีซิน” คือคนรุ่นเดียวกัน เป็ นผู้เฒ่าของป๋ ายอวี้จิงอย่าง สมชื่อกันแล้ว เต้ากวานของป๋ ายอวี้จิงที่ยังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ หากไม่นับเต้า กวานที่สละร่างไปเกิดใหม่แล้วได้กลับมาสืบทอดควันธูปกับป๋ ายอวี้จิ งอีกครั้ง นับกันแค่ลาดับอาวุโสและประสบการณ์ เจินเหรินผู้เฒ่าก็ เป็ นรองแค่เจ้าลัทธิใหญ่โค่วหมิงเท่านั้น ยังอยู่หน้าเจ้าลัทธิรองอวี๋โต้ว ด้วยซ้า เล่าลือกันว่าตอนที่เจินเหรินผู้เฒ่ายังหนุ่ม เข้ามาฝึกตนอยู่ในป๋ า ยอวี้จิงได้ไม่กี่ปีก็เคยโชคดีได้ออกเดินทางไปพร ้อมกับมรรคาจารย์ เต๋าและเจ้าลัทธิโค่วหมิง เคยได้มาเยือนนอกฟ้ านานแล้ว เด็กหนุ่มในเวลานั้นได้ทอดถอนใจเอ่ยว่า “ชีวิตคนนั้นแสนสั้น จะรอให้น้าในแม่ น้าเหลืองใสสะอาดย่อมเป็ นไปไม่ได้ ส่วนทาไมซิ่วไฉเฒ่าถึงได้มีมารยาทกับอีกฝ่ ายถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะอายุขัยในการฝึกตนและสถานะของอีกฝ่ าย เพียงแค่เพราะหากอิงตามค ากล่าวบางอย่างของนักพรตซุนแห่ง อารามเสวียนตู หวงเจี้ยโส่วคือ “นกดี” (เปรียบเปรยว่าคนดี) ที่มีอยู่ ไม่มากของป๋ ายอวี้จิง หวงเจี้ยโส่วที่น้อยครั้งจะเข้าร่วมการประชุม ของป๋ ายอวี้จิง ปี นั้นได้ปรากฏตัวอย่างที่หาได้ยาก อีกทั้งยังทิ้ง ความเห็นต่างประโยคหนึ่งซึ่งชักนาให้เกิดแรงสั่นสะเทือน “ไม่น้อยใน ฝ่ ายในของป๋ ายอวี้จิง ความหมายคร่าวๆ ของเจินเหรินผู้เฒ่าก็คือ หลีกทางเปิดมหามรรคาเส้นหนึ่งให้บัณฑิตอย่างฉีจิ้งชุนจะเป็ นไรไป ตอนนั้นนักพรตซุนเงียบงันไปนาน ยิ้มเอ่ยกับซิ่วไฉเฒ่าว่า นี่เป็ น แค่ส่วนที่แพร่ออกมายังโลกภายนอกเท่านั้น อันที่จริงประโยคนั้นของ หวงเจี้ยโส่วพูดได้ไม่เกรงใจกันยิ่งกว่านี้เสียอีก “นักพรตอย่างพวกเราก็แค่วันเวลาในการฝึ กตนยาวนานกว่า เท่านั้น ไยต้องขัดขวางเส้นทางการเดินขึ้นฟ้ าที่เด็กรุ่นหลังคนหนึ่ง อาศัยความสามารถเดินไปด้วยเล่า” ตอนนั้นก็มีนักพรตเฒ่าคนหนึ่งที่สถานะเท่าเทียมกับหวงเจี้ย โส่วตอกกลับเขาไปทันทีว่า “หากฉีจิ้งชุนเดินขึ้นฟ้ า พวกเราจะ ขัดขวางได้อย่างไร?เพียงแต่ว่าประโยคหลังนี้ แม้นักพรตซุนจะไม่ถูกกับป๋ ายอวี้จิง แต่ก็ยังเลือกจะปิดบัง ชิวไฉเฒ่า อดทนไว้ไม่พูดให้อีกฝ่ายฟังเพราะรู ้ดีถึงบุญคุณความแค้นระหว่างสายเหวินเซิ่งกับป๋ ายอวี้จิง นี่จึงเป็ นเหตุให้หวงเจี้ยโส่วที่มาที่นี่ไม่ได้พูดจาเกรงใจตามมารยาท อย่างเช่นว่าชวนให้ซิ่วไฉเฒ่าไปเป็ นแขกที่หอปี้อวิ๋นตามหลังหวงเจี้ยโส่วก็ยังมีนักพรตผู้บรรลุมรรคาของป๋ ายอวี้จิ งอีกคนหนึ่งที่ลักษณะเป็ นคุณชายสูงศักดิ์มาเยือน เป็ นผู้ฝึกตนที่เป็ น ผู้นาบนภูเขาของหรูโจว ฉายาหลวี่ผิง คือคนมหัศจรรย์ที่สง่างาม มากคนหนึ่งเขากับนักพรตซุนแห่งอารามเสวียนตู คนหนึ่งคือบุคคลอันดับที่ สิบเอ็ดของใต้หล้าอย่างจริงแท้แน่นอน อีกคนหนึ่งคืออันดับห้าของ ใต้หล้าที่ฟ้ าผ่าก็ไม่สะเทือนเพียงแต่ว่าครั้งนี้เขามิอาจรักษาตาแหน่งอันดับที่สิบเอ็ดเอาไว้ได้ แล้วผู้ฝึกตนหญิงของใต้หล้ามืดสลัวที่เลื่อนขั้นเป็ นตัวสารองมีมาก ถึงเก้าคนคืนนี้คนที่เดินทางมานอกฟ้ าก็มีสี่คนในนั้น พวกนางคล้ายจะนัด หมายกันมาที่นี่เหลยอวี่ มีชาติกาเนิดจากเผ่าปีศาจ ร่างจริงคือฮุย (งูพิษชนิด หนึ่ง) อีกทั้งนางยังเป็ นผู้ฝึกตนหญิงจานวนไม่มากที่จนถึงตอนนี้ก็ยัง ไม่มีฉายานางคือหนึ่งในสองเจ้าแห่งทะเลสาบคงซานซึ่งถูกขนานนามว่า เป็ นที่ตั้งของ “สี่มณฑลเล็ก’ ยึดครองเกาะแห่งหนึ่งที่ใหญ่ที่สุด อาณา เขตกว้างขวางไม่แพ้ให้กับยงโจวภูเขาบรรพบุรุษมีชื่อว่าภูเขาฟู่ ฉวน เจ้าแห่งยอดเขาคือเกาฉวน เจียนและยังมีนักพรตหญิงหยางชิง นางมีฉายาว่า “เซิ่นโหลว” ว่ากัน ว่านางเชี่ยวชาญศาสตร ์เทพคานวณไท่อี้ ได้รับการยอมรับจากผู้คน ว่าเป็ นอันดับหนึ่งในใต้หล้าหยางชิงมาจากสกุลหยางหงหนงของโยวโจว และนางเองก็เป็ น เจ้าของโรงไห่ซานเซียนของหอโช่วซานเก๋อด้วยแม้ว่านักพรตหญิงที่มีชาติกาเนิดสูงส่งท่านนี้จะมีอายุขัยในการ ฝึกตนที่ยาวนานมากแต่กลับมีรูปโฉมเป็ นเด็กสาว รูปร่างอ้อนแอ้น คล้ายดรุณีน้อยอายุสิบหกสิบเจ็ดปี โฉมงามดุจบุปผา ดวงตาด าขลับและยังมีผู้ฝึกตนหญิงอีกสองคนที่แทบจะโขลกออกมาจากพิมพ์ เดียวกัน มีความต่างกันเพียงเล็กน้อย นั่นคือใฝ่ มุมปากของพวกนาง ของคนหนึ่งอยู่ซ ้ายของคนหนึ่งอยู่ขวาก็เท่านั้นพี่สาวน้องสาวฝาแฝดคู่นี้ชื่อสวีเหมียนเหอและสวี่อิงหนิง สวี่อิงห นิงผู้นี้คล้ายจะไม่เหมือนภายนอกที่เล่าลือกันว่านางมีรูปโฉม อัปลักษณ์เลยสักนิดนอกจากพวกนางจะเป็ นเจ้านายหญิงของถ้าสวรรค์ชิงหนีและ พื้นที่มงคลเทียนหร่างแล้ว ก็ยังเป็ นบรรพบุรุษบุกเบิกภูเขาของสอง สายแห่งลัทธิเต๋าอย่างขุนนางหญิงประทินโฉมและมือแดงม้วนม่าน ด้วยเมื่อพันปีก่อน พวกนางยังเป็ นแค่ขอบเขตเซียนเหริน จากนั้นก็ ได้รับคาชี้แนะจากยอดฝี มือจึงปิ ดภูเขาปลีกตัวออกห่างจากโลก ภายนอกทุกวันนี้พี่สาวน้องสาวคู่นี้ไม่เพียงแต่เลื่อนเป็ นขอบเขตบิน ทะยาน ยังได้รับเกียรติเลื่อนเป็ นตัวสารองสิบคนด้วยพวกนางเห็นซิ่วไฉเฒ่าที่อายุไม่มาก แต่กลับมีเรื่องเล่าตระการ ตามากมายแล้วก็คารวะตามขนบลัทธิเต๋า ต่างก็เรียกขานเขาด้วย ความเคารพว่าอาจารย์เหวินเซิ่งแม้ว่าจะอยู่คนละใต้หล้า แต่บนยอดเขาก็ไม่เคยมีความลับใดๆ ต่อกันซิ่วหู่ลูกศิษย์ใหญ่กับฉีจิ้งชุนที่ในอดีตเคยเป็ นลูกศิษย์ปิดสานัก ล้วนไม่ต้องพูดถึงแล้วจั่วโย่ว เล่าลือกันว่าคนผู้นี้ฝึกกระบี่ตอนอายุมากแล้ว แต่กลับ สามารถฝึกฝนจนเวทกระบี่กลายเป็ นอันดับหนึ่งในใต้หล้าไพศาลได้ ท าให้ค ากล่าวว่า “ผู้มีพรสวรรค์ ของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง กลายเป็ นค ากล่าวในเชิงลบหลิวสือลิ่ว ก่อนหน้านี้ได้นาพาเด็กหนุ่มสวมหมวกหัวเสือคน หนึ่งไปถามกระบี่ที่ป๋ ายอวิ้จิง ปล่อยหนึ่งหมัดออกไปแล้วก็ลากเด็ก หนุ่มหน้าตาคมคายเผ่นหนีไปด้วยกันทั้งๆ ที่ตอนนั้นผู้ไร ้เทียมทานที่แท้จริงก็อยู่ในป๋ ายอวี้จิง แต่เขา กลับไม่ได้ตอบโต้เอาคืนพวกนางต่างก็มีความใคร่รู ้และข้อสงสัยที่ต่างกันไป์