ตอนที่ 2751
บทที่ 1035.2 ฟ้ าหลังฝน
October 21, 2026
“เวลาผ่านมานาน หวนนึกถึงปี นั้น ช่วงแรกที่ราชามังกรใน ท้องถิ่นถูกลดตาแหน่งปราณมังกรยังคงเข้มข้นอยู่ ทุกครั้งที่ลมฟ้ า ลมฝนจะมาเยือนก็จะมีเมฆขาวลอยอบอวลแผ่มาปกคลุมภูเขาลูกนี้ เหมือนคนสวมงอบ ราชสานักของแคว้นหลายแห่งที่อยู่ใกล้เคียง อาศัยสิ่งนี้มาทานายทายทักก็ไม่เคยมีครั้งใดที่ไม่แม่นยา ยามที่เจอ กับหน้าแล้ง ทุกๆ ปีชาวบ้านก็จะมาขอฝนที่นี่ ขอแค่ได้เห็นจิ้งเหลน คลานออกจากสระน้าขึ้นมาบนบกก็สามารถกลับบ้านกันได้แล้ว ผ่านไปแค่ครู่เดียวเดี๋ยวฝนก็จะตกลงมา หากเป็ นช่วงที่เจอกับ อุทกภัยก็จะมาขอพรให้ราชามังกรหยุดประทานฝนที่นี่ ขอแค่บนฝั่ง มีงูตัวเล็กเลื้อยลงไปในน้า ฝนใหญ่ก็จะหยุดตกได้อย่างแน่นอน” “ทุกๆ วันที่หกเดือนหก นอกจากชาวบ้านจะเอาเสื้อผ้าออกมา ตากแดด ตระกูลปัญญาชนเอาหนังสือมาตากแดดแล้วก็ยังมีการตาก ชุดคลุมมังกรด้วย ดังนั้นขอแค่เป็ นวันนี้จานวนรวมของงูดินหรือพวก จิ้งเหลนที่มา “อาบแสงอาทิตย์” ริมสระน้าคือสามถึงห้าตัวซึ่งนับนิ้ว ได้ หรือจะมากถึงสิบกว่าตัว ทุกครั้งก็จะสามารถคาดการณ์ได้ถึง ปริมาณน้าฝนในแต่ละปีว่าจะตกกี่มากน้อย ในเมื่อรู ้แล้วว่าในหนึ่งปี ข้างหน้าจะแล้งหรือจะน้าท่วมก็จะสามารถเตรียมการไว้ก่อนล่วงหน้า ได้”ลู่เฉินยิ้มถาม “ต้องการเข้าไปดูในคฤหาสน์ของวังมังกรแห่งนั้น สักหน่อยไหม?” นับตั้งแต่ยุคบรรพกาลเป็ นต้นมา จนกระทั่งถึงเมื่อสามพันปีก่อน ระหว่างภูเขาสายน้าของใต้หล้าไพศาล ขอแค่เป็ นเผ่าพันธ ์เจียวและ มังกรที่ฝึ กตนประสบความสาเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชามังกรที่ สามารถบุกเบิกจวนได้ด้วยตัวเองก็ล้วนชอบออกไปค้นหาและเก็บ สะสมทรัพย์สมบัติล้าค่าหลากหลายชนิดบนโลก และคฤหาสน์ของวัง มังกรบนพื้นดินแห่งนี้ก็สามารถมองเป็ นคลังสมบัติลับแห่งหนึ่งได้เลย ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ “เงินเก็บส่วนตัว” ของมังกรเฒ่าตัวนั้น ไม่ใช่ว่าลู่เฉินดูแคลนกองโหราศาสตร ์และอาจารย์ฮวงจุ้ยของ ราชส านักต้าหลีจริงๆ แต่เป็ นเพราะในอาณาเขตสู่โบราณมีเซียน กระบี่มากมายดุจก้อนเมฆ เอะอะก็ชอบจับเผ่าพันธุ์เจียวหลงมาหลอม กระบี่และเช่นกระบี่ ดังนั้นราชามังกรทุกตนที่สามารถสร ้างวังมังกร อยู่ในแม่น้าทะเลสาบและหยัดยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงล้วนเป็ นพวกมี ความสามารถกันทั้งนั้นไม่ใช่พวกที่กินหญ้าอย่างแน่นอน ดังนั้นขอ แค่เฉินผิงอันไม่แพร่งพรายความลับสวรรค์ฮ่องเต้แต่ละยุคสมัยของ สกุลซ่งต้าหลีอาศัยแค่แววตาและวิธีการของตี้ชื่อทั้งหลาย ก็ถูก กาหนดมาแล้วว่าจะเปิดตราผนึกของวังแห่งนี้ไม่ได้ ไม่แน่ว่าการเปิด ตราผนึกโดยพลการโดยที่ไม่มียอดฝี มือคอยบัญชาการณ์ ยกตัวอย่างเช่นร่างทองที่บริสุทธิ์ของเว่ยป้ อยังไม่ถึงระดับความสูง ของขอบเขตบินทะยานก็มีแต่จะก่อให้เกิดภาพเหตุการณ์วิปริตดั่งปลาอ๋าวพลิกกลับตัว เป็ นเหตุให้ภูเขาสายน้าของฉู่โจวพังถล่ม ชาวบ้านในพื้นที่จะบาดเจ็บล้มตายกันนับไม่ถ้วน ต่อจากนั้นก็จะ ส่งผลกระทบต่อโชคชะตาภูเขาสายน้าทั่วทั้งอาณาเขตของขุนเขา เหนือ เฉินผิงอันส่ายหน้า “ช่างเถอะ” บัณฑิตอย่างข้า ท าอะไรเปิดเผยตรงไปตรงมา ต้องรักษาหน้าตา ไว้หน่อย เดิมทีมาเปิดโรงเรียนสอนหนังสืออยู่ที่นี่ก็ไม่ได้มาเพื่อซากปรัก วังมังกรอยู่แล้ว หาไม่แล้วด้วยตบะและขอบเขตของเฉินผิงอัน หากมี ความคิดต่อพื้นที่ลับแห่งนี้จริงๆ ต่อให้ตนจะ ไม่สามารถเปิดตราผนึก ลับทั้งหมดออกได้ก็ยังมีเสี่ยวโม่ มีคนโลภอย่างเซี่ยโก๋วอยู่ด้วยไม่ใช่ หรือ? ลู่เฉินกล่าว “หากได้อะไรมาก็มาแบ่งกันห้าต่อห้าดีไหม?” เฉินผิงอันยังคงส่ายหน้า ลู่เฉินกล่าว “สามต่อเจ็ด ข้าสามเจ้าเจ็ด?” เฉินผิงอันเอ่ยอย่างหนักแน่น “ไป!” ร ้านผ้าห่อบุญอย่างข้าจ าเป็ นต้องเรียนรู ้วิธีการหาเงินจากเว่ย ซานจวินให้มากสักหน่อย อย่าว่าแต่จัดงานเลี้ยงท่องราตรีหลายครั้งเลย ขอแค่ไก่ขนเหล็ก (เปรียบเปรยถึงคนขี้เหนียว) เดินทางผ่าน อาณาเขตของขุนเขาเหนือก็ยังต้องถูกถอนขนออกมาหลายเส้น ลู่เฉินยืนอยู่ข้างบ่อน้า ยกสองนิ้วตั้งขึ้น หลับตาแล้วเริ่มท่อง คาถา ฟังดูคล้ายคาถาหลบเลี่ยงสายน้าบทหนึ่ง ไอน้าลอยอวลขึ้น บนผิวน้าในสระเริ่มปรากฏเป็ นประตูบานใหญ่ สีชาดที่บนบานประตูฝังเลื่อมปุ่ มเรียงเป็ นแถว มองแล้วโอ่อ่ายิ่งใหญ่ นอกประตูมีป้ ายหินหยกขาวและเสาผูกม้าเนื้อหาของป้ ายศิลาคร่าวๆ คือเป็ นการตักเตือนคนที่มาเยือนที่นี่ คนที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าไป ด้านใน คนที่ถือเทียบเชิญมาเยี่ยมเยือน ฮ่องเต้แม่ทัพอัครเสนาบดี ของโลกมนุษย์ต้องลงจากม้าเดินเท้า เซียนจวินบนภูเขาต้องปลด กระบี่อยู่นอกประตู ห้ามขี่เมฆทะยานหมอกหากบุ่มบ่ามบุกเข้ามา ต้องโขกหัวก่อนค่อยกลับออกไป แล้วจะละเว้นโทษตายให้ ลู่เฉินยิ้มเอ่ย “เจ้าของศาลแห่งนี้พูดจาวางโตยิ่งนัก”เฉินผิงอันถาม “พอจะเห็นทิวทัศน์ข้างในคร่าวๆ ไหม?”ลู่เฉินส่ายหน้าเป็ นกลองป๋ องแป๋ ง พูดบ่นว่า “ขึ้นเขาไปผจญภัย ยังไม่ทันขึ้นเขาก็เห็นทัศนียภาพข้างในก่อนแล้ว แบบนั้นจะน่าสนใจ ตรงไหน”เฉินผิงอันกล่าว “ขอแก้หน่อย พวกเราไม่ได้ขึ้นเขาไปเยี่ยม เยือนเซียน แต่มาเพื่อหาสมบัติต่างหาก”ลู่เฉินยิ้มกล่าว “ถึงอย่างไรก็ไม่ต่างกันมากนัก พวกเราสองคน จับมือกันท่องใต้หล้า แม้แต่พื้นที่ใจกลางของเปลี่ยวร ้างและภูเขาทัว เยว่ก็ยังเคยไปเยือนมาแล้ว แล้วยังมีที่ใดในใต้หล้าที่จะไปเยือนไม่ได้ อีก ต่อให้มีเรื่องไม่คาดฝันก็เป็ นเรื่องไม่คาดฝันที่น่ายินดี จะต้องกลัว อะไรเล่า”เฉินผิงอันจนคาพูดไปทันที เหตุผลข้อนี้ของลู่เฉินก็ไม่ถือว่าบิด เบี้ยวสักเท่าไรรอกระทั่งคนทั้งสองก้าวเข้าไปข้างใน พริบตานั้นเบื้องหน้าก็มีแต่ หิมะขาวโพลนที่ล้วนเกิดจากแสงกระบี่ปกคลุมไปทั่วฟ้ าดินซึ่งพุ่ง มาถึงตัวพวกเขาในชั่วพริบตาเฉินผิงอันหยุดเท้า ยืนนิ่งไม่ขยับดูจากเส้นสายโครงสร ้างของแสงกระบี่แล้วเป็ นมาดของผู้ฝึ ก กระบี่ซึ่งต้องเริ่มต้นที่ห้าขอบเขตบนขึ้นไปจริงๆเพียงแต่ว่ามีเจ้าลัทธิลู่อยู่ข้างกาย เฉินผิงอันกลับดูเหมือนจะ สัมผัสอะไรไม่ได้ มองดูคล้ายคนที่อยู่เฉยรอความตายเสียมากกว่าลู่เฉินคล้ายห่านตัวหนึ่งที่ยืนนิ่งอึ้ง และยิ่งเหมือนยืดคอรอให้อีก ฝ่ายมาตัดเอาไปแสงกระบี่จ้าตาที่แผ่ไปทั่วฟ้ าดินพุ่งมาวูบเดียวก็จางหาย เพียงแต่ ว่าแม้แสงกระบี่จะเหมือนน้าลงที่ถอยร่นกลับไป แต่ปราณกระบี่กลับ ไม่ได้หายตามไปด้วย ปราณสังหารยังคงเข้มข้นอยู่เหมือนเดิมประหนึ่งตกไปอยู่ในหลุมน้าแข็ง ทั่วร่างเยียบเย็น ลู่เฉินตัวสั่นสะท้าน ยื่นมือมาขยี้ตาอีกครั้งก็เห็นเพียงว่าจุดสิ้นสุดการมองเห็นของคนทั้ง สองมีบุรุษเปลือยเท้าปล่อยผมสยายผู้หนึ่งปรากฏตัว ใบหน้าของเขา งดงามดุจหยก ในมือถือจอกเหล้า เอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้มังกร สาหรับแขกไม่ได้รับเชิญสองคนที่อยู่ตรงหน้าประตู เจ้าบ้านท่านนี้ คล้ายจะทั้งสงสัยว่าผู้ฝึกลมปราณที่เข้ามายังที่แห่งนี้ได้ ไฉนฝีมือถึง ไม่ได้เรื่องถึงเพียงนี้? ทั้งยังผิดหวัง อุตส่าห์ได้เห็นคนตัวเป็ นๆ ทั้งที กลับเป็ นแค่คนมีวาสนาที่จับผลัดจับผลูเข้ามาที่นี่เท่านั้นหรือ?บุรุษรูปงามที่สวมมงกุฎสวมชุดคลุมมังกรถามด้วยน้าเสียงเรียบ เฉย “ฟ้ าดินด้านนอกทุกวันนี้เป็ นปีอะไรแล้ว?”นักพรตหนุ่มถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ “เขาพูดว่าอะไรนะ?”บุรุษชุดเขียวตอบอย่างระมัดระวัง “น่าจะเป็ นภาษาถิ่นของสู่ โบราณ ฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก”“เจอพวกรับมือยาก จะท าอย่างไร?”์้