ตอนที่ 2753
บทที่ 1036.1 ย่อมต้องมีเส้นทางที่กว้างขวาง
October 21, 2026
ทั้งสองเดินลงเท้าจากภูเขา ระหว่างนั้นจู่ๆ ก็มีฝนเม็ดบางพร่าง พรมลงมาอย่างไม่มีลางบอกกล่าว ลู่เฉินยิ้มพลางเสกร่มกระดาษ น้ามันออกมาสองคัน ถามเฉินผิงอันว่าต้องการเสื้อกันฝนหรือไม่ เฉินผิงอันส่ายหน้า ยื่นมือไปรับร่มกระดาษน้ามันมา ลังเลอยู่พักหนึ่ง ก็เดินลงเขาไปช ้าๆ เป็ นฝ่ ายขอเหล้ากาหนึ่งมาจากลู่เฉิน คนทั้งสอง เดินพลางดื่มเหล้าไปด้วย เป็ นการพกสุราฝ่ าสายฝนตามค ากล่าว อย่างแท้จริง กางร่มลงจากภูเขา เดินออกจากซากปรักวังมังกร ด้วยกัน แล้วพลันกลับไปบนเส้นทางหมู่บ้านชนบท เฉินผิงอันหุบร่ม กระดาษน้ามัน เอ่ยว่า “มีกระบี่บินหรือไม่มี จะสามารถกลายเป็ นผู้ฝึก กระบี่ได้หรือไม่ก็คือกุญแจสาคัญ คือจูเหลี่ยน?” ลู่เฉินสะบัดน้าฝนที่ติดอยู่บนร่มแรงๆ ยิ้มเอ่ยว่า “มองออกแต่ไม่ พูดออกมา พูดออกมาแล้วจะไม่มีสหาย” เฉินผิงอันมองรองเท้าผ้าที่เปียกน้าฝนและเปรอะเปื้อนดินโคลน บนเท้าตัวเอง เขาจ้องนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจ เงยหน้ายิ้ม เอ่ย “อย่างข้านี่เรียกว่าเพื่อนที่ทัดทาน” ไม่ต้องสงสัยถึงสติปัญญาและฝีมือของลู่เฉิน มรรคาสูงเวทคาถา มาก เป็ นเรื่องที่คนทั้งโลกให้การยอมรับ หากเกิดเร็วกว่านี้สักเจ็ดพันปี สิบผู้กล้าแห่งใต้หล้ายุคบรรพกาลต้องมีต าแหน่งของลู่เฉินอยู่ด้วย แน่นอน ในบางความหมายแล้ว วิธีการที่เฉินผิงอันใช ้ยันต์ร่างแยกมาขัด เกลาขอบเขตในครั้งนี้พยายามที่จะเอาความรู ้ของสามลัทธิร ้อย ส านักมาหลอมรวมในเตาเดียวกันให้ได้มากที่สุด สุดท้ายช่วยปูพื้น ให้กับเค้าโครงรูปร่างของโลกขนาดเล็กสามพันใบซึ่งใช ้คู่กับนกใน กรงและจันทร ์ใต้บ่อก็คือการเลียนแบบการ “หยุดแต่พอสมควร” อย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นก่อนหน้านี้จิตวิญญาณกระบี่หรือควรจะ เรียกว่าผู้ครองกระบี่ ได้เคยเปิดเผยความลับสวรรค์ บอกว่าลู่เฉิน อาจจะแอบฝึกวิชาหมัด พยายามจะปืนขึ้นสู่ยอดสูงสุดของวิถีแห่งวร ยุทธ นี่ก็คือหนึ่งในเบาะแสที่เฉินผิงอันเกิดการคาดเดาตอนอยู่ริมน้า ในเมื่อเป็ นการคาดเดาอย่างส่งเดชทั้งหมด ก็ไม่สู้ทาใจกล้าคิดถึงเจ้า ลัทธิลู่เฉินที่เริ่มค่อยๆ จริงจังขึ้นมาให้ร ้ายกาจ ร ้ายกาจยิ่งกว่าเดิม ถึง ขั้นที่ว่า….ในอนาคตจะกลายเป็ นบุคคลที่ร ้ายกาจที่สุดในโลกมนุษย์ ลู่เฉินยกร่มในมือที่หุบรวบแล้วขึ้นเหมือนถือกระบี่ ควงแขนเป็ น วง เอ่ยอย่างผึ่งผายว่า “จะใช่ผู้ฝึกกระบี่หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องดีไปเสีย ทั้งหมด ส าหรับการฝึ กตนของตัวข้าเองแล้วจะมีภัยแฝงตามมา เบื้องหลังนับไม่ถ้วน ถือเป็ นการกระทาโง่เขลาที่ทาให้เส้นทางของ ตัวเองแคบลง ลู่เฉินเปลี่ยนจากนักพรตคนหนึ่งที่มีปณิธานอยู่ที่ ขอบเขตสิบห้า เปลี่ยนจากการเหยียบย่างบนความว่างเปล่ามาเป็ น ลงมือปฏิบัติจริง กลายเป็ นผู้ฝึ กกระบี่เต็มตัวคนหนึ่ง ต้องเป็ นการกระทาที่สุดวิสัยแล้ว เจ้าลัทธิสามแห่งป๋ ายอวี้จิงจ าเป็ นต้องยกระดับ ความสามารถในการต่อสู้ให้สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งถึงจะใช ้แผนการเช่นนี้ ได้ ถือเป็ นการกระทาที่จาใจ” กล่าวมาถึงตรงนี้ลู่เฉินก็หันมายิ้มมองเฉินผิงอัน “ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่เกี่ยวกับเจ้าเท่าไรหรอก ล้วนเป็ นปัญหาที่ทิ้งไว้ในประวัติศาสตร ์ซึ่ง ไม่เคยคลี่คลายได้อย่างหมดจดเสียที” ทุกบ้านล้วนมีคัมภีร ์ที่อ่านยาก ทุกใต้หล้าล้วนเป็ นเช่นนี้ “นักพรตสู่มีความตั้งใจที่ดี ก็ถือเป็ นการเตรียมการล่วงหน้าอย่าง หนึ่ง” เฉินผิงอันให้คาวิจารณ์ที่เป็ นกลางนี้แล้วก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อน เอ่ยว่า “เอ่ยอ้างถึงหลักการไม่ยกตัวอย่างมาอธิบาย พูดก็เหมือนไม่ พูด ยกตัวอย่างเช่น?” ในมือของลู่เฉินถือร่ม เดินไปพลางเอาร่มทิ่มพื้นไปด้วย มองดู คล้ายเด็กหนุ่มหลิวเสี้ยนหยางในอดีตอยู่บ้าง เขาเอ่ยเนิบช ้าว่า “ยกตัวอย่างเช่นฟ้ าอานวยมีการเปลี่ยนแปลงป๋ ายอวี้จิงง่อนแง่นจะล้ม มิล้มแหล่ ระบบของใต้หล้าแห่งหนึ่งตกอยู่ในอันตรายล่อแหลมหรือ ยกตัวอย่างเช่นด้วยแนวโน้มของสถานการณ์ในใต้หล้ามืดสลัว ศิษย์ พี่อวี๋จ าต้องเป็ นศัตรูกับครึ่งใต้หล้า เขาที่ตัวคนเดียวไม่มีอานาจ ศิษย์ พี่อวี๋ผู้ไร ้เทียมทานกลับมีอันตรายถึงชีวิต ราวกับว่าควันธูปของป๋ า ยอวี้จิงที่สืบทอดมาร ้อยปีพันปีอาจขาดสะบั้นลงได้ ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็ต้องเปลี่ยนจากคนที่ชมอยู่ด้านข้างมาเป็ นคนที่ยืนเคียงบ่ากับศิษย์ พี่อวี๋”“คิดจะมีคุณสมบัติยืนเคียงบ่ากับศิษย์พี่อวี๋ เผชิญหน้ากับ สถานการณ์ใหญ่ของใต้หล้าที่ดุจดั่งน้าขึ้นถาโถมเข้าใส่ไปพร ้อมกัน ผินเต้ามีทางเลือกแค่สองทางเท่านั้น หากไม่เลื่อนเป็ นขอบเขตสิบห้า ปลอมเพื่อข่มขวัญเหล่าผู้กล้าแห่งใต้หล้า บีบให้ใต้หล้ามืดสลัวไม่มี เรื่องอย่างการใช ้ไข่กระทบหิน ไร ้โอกาสให้เอาชนะเกิดขึ้นอีก”“หรือไม่ก็ต้องตบบ้องหูตัวเอง เป็ นเหตุให้การพิสูจน์มรรคา ตลอดเวลาสามพันปีที่ผ่านมาสูญเปล่า ห้าฝันเจ็ดจิตธรรม ลาบากลา บนมาจนถึงท้ายที่สุดกลับกลายเป็ นการใช ้ตะกร ้าไม้ไผ่ตักน้าเหลือ เพียงความว่างเปล่า เลือกวิถีกระบี่เดินขึ้นสู่ที่สูงเพื่อขยับเข้าใกล้ ขอบเขตสิบห้าอย่างไร ้ขีดจ ากัด แต่ขณะเดียวกันก็อยู่ห่างไกลจาก ขอบเขตสิบห้าอย่างไร ้ขีดจากัดด้วย เรื่องราวที่สามพันปีในอดีตไม่ เคยทาสาเร็จแต่กลับมีความหวังอยู่เสี้ยวหนึ่ง บางทีในอนาคตหกพัน ปีก็อาจท าไม่ส าเร็จอีกแล้ว ผินเต้าได้แต่รับอ านาจการดูแลใต้หล้ามา จากมือของศิษย์พี่อวี๋เท่านั้น ไม่มีขีดจากัดเป็ นเวลาร ้อยปี อีก เปลี่ยนเป็ นข้าที่ต้องพิทักษ์ดูแลป๋ ายอวี้จิงอย่างยาวนาน สภาพการณ์ ในท้ายที่สุดก็จะคล้ายคลึงกับเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสของกาแพง เมืองปราณกระบี่”“ใช ้การเข่นฆ่าหยุดยั้งการเข่นฆ่า ไม่ว่าใครที่ละเมิดกฎล้วนต้อง ตาย”เมื่อเป็ นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าโลกมนุษย์ไม่มีลู่เฉินในอดีตอีกแล้วป๋ ายเหย่เองก็ไม่จาเป็ นต้องไปเยี่ยมเยือนนครหนันหัวอีกแล้วพูดรวดเดียวมาถึงตรงนี้ ลู่เฉินก็โยนกาเหล้าว่างเปล่าในมือทิ้งไป ในล าธาร “แค่คิดก็หงุดหงิดใจแล้ว ไม่คิดก็ไม่ได้ ได้แต่ยิ่งหงุดหงิดใจ มากกว่าเดิม”เฉินผิงอันหัวเราะ เอ่ยปลอบใจว่า “ข้าวประเภทเดียวเลี้ยงคนได้ ร ้อยรูปแบบ เป็ นประมุขตระกูลสามปี แม้แต่หมายังรังเกียจ แล้ว นับประสาอะไรกับเป็ นเจ้าลัทธิแห่งใต้หล้าหนึ่งร ้อยปี”สีหน้าของลู่เฉินปั้นยากทันที ที่แท้เมื่อก่อนตอนอยู่ป๋ ายอวี้จิง เขา ที่เป็ นศิษย์น้องก็เคยใช ้หลักการเหตุผลคล้ายคลึงกันนี้ปลอบใจศิษย์ พี่อวี๋ ผลคือถูกเหล่ตามอง เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่อวี๋ไม่รับน้าใจเฉินผิงอันถาม “ครึ่งใต้หล้าที่เจ้าพูดถึงเมื่อครู่นี้คือใต้หล้ามืด สลัวครึ่งแห่งนอกเหนือจากป๋ ายอวี้จิง หรือว่ารวมป๋ ายอวี้จิงไว้ในนี้ ด้วยแล้ว”ลู่เฉินหัวเราะร่า “อาจจะเป็ นไปได้ทั้งคู่”เจียงอวิ๋นเซิง “นักพรตน้อย” ของนครเสินเซียว จางเฟิงไห่ “อวี๋ โต้วน้อย” แห่งนครอวี้ซู่พวกเขาล้วนถือเป็ นเต้ากวานแห่งป๋ ายอวี้จิงที่ เกิดและเติบโตในท้องถิ่น เส้นสายที่แตกต่างกันซึ่งปรากฏอยู่บนร่าง ของพวกเขา เส้นทางการฝึ กตนและทิศทางการด าเนินไปของเส้นทางหัวใจ “ความบังเอิญ” แต่ละอย่างปรากฏขึ้นเยอะเข้า อันที่ จริงก็คือความแน่นอนอย่างหนึ่งตอนนั้นที่ลู่เฉินให้เฉินผิงอันยืมมรรคกถาขอบเขตสิบสี่ โรคที่ทิ้ง ไว้เบื้องหลังเริ่มเผยตัวออกมาให้เห็นแล้ว ก็เหมือนการช่วยดึงหญ้า ให้เติบโตครั้งหนึ่งที่เป็ นเหตุให้เฉินผิงอันได้รับขอบเขตที่ไม่ใช่ของ ตัวเองชั่วคราว ใช ้สถานะของขอบเขตสิบสี่พกกระบี่เดินทางไปยัง เปลี่ยวร ้าง อีกทั้งยังใช ้ระดับสูงของนักพรตขอบเขตสิบสี่มองขุนเขา สายน้าของแจกันสมบัติทวีปเหมือนมองเส้นลายมือบนฝ่ ามือ รอ กระทั่งมอบขอบเขตกลับคืนไปก็เกิดความคลาดเคลื่อนอย่างหนึ่ง เหมือนคนยากจนที่จู่ๆ ก็ร่ารวยเป็ นเศรษฐี แล้วก็เหมือนลูกหลานคน รวยที่จู่ๆ ตระกูลก็ตกอับ หากไม่ได้รับการแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป ไม่ ช ้าก็เร็วเฉินผิงอันจะต้อง…เบื่อโลก