ตอนที่ 2757
บทที่ 1037.2 ต่างคนต่างฝึกตน
October 21, 2026
จิงเฮาหรี่ตายิ้มเอ่ยชื่นชม “ฉายาดี ความสงบนิ่งเป็ นตัวสยบ ความหุนหันพลันแล่น (จิ้งเหวยจ้าวจวิน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี รากฐานชาติกาเนิดอย่างสหาย ฉายาว่าจ้าวจวินนั้นเหมาะสมมาก เป็ นพิเศษ” จู่ๆ ก็มีนักพรตหนุ่มคนหนึ่งโผล่มา บนศีรษะของเขาสวมกวาน ดอกบัว ยืนอยู่ด้านหลังเฉินหลิงจวิน สองมือวางทับซ ้อนกัน ฝ่ ามือ วางบนศีรษะของเด็กชายชุดเขียว พูดด้วยน้าเสียงที่เต็มไปด้วยความ ตกตะลึงว่า “ว้าว นี่ไม่ใช่เก้าอี้อันดับหนึ่งบนภูเขาของหลิวเสียทวีปจิง เฮา เซียนซื่อใหญ่จิงเฮาหรอกหรือ มาที่แจกันสมบัติทวีปได้อย่างไร อยู่ว่างแล้วมีอารมณ์สุนทรีมากเลยนะ” จิงเฮาอึ้งค้างไร ้คาพูดเหมือนถูกฟ้ าผ่ากลางวันแสกๆ เฉินหลิงจวินผู้นี้ นอกจากจะเรียกตัวเองเป็ นพี่เป็ นน้องกับเฉิน เซียนจวินแล้วถึงกับยังสนิทสนมกับเจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิงขนาดนี้ เชียวหรือ?! ในใจเฉินหลิงจวินน้อยเนื้อต่าใจยิ่งนัก ยื่นมือมาเช็ดใบหน้า พูด ก็พูดไปสิ น้าลายที่กระเด็นมานี่มันอะไรกัน จากนั้นลู่เฉินก็โบกมือไปทางยอดเขา “อาจารย์เสี่ยวโม่”เสี่ยวโม่ผงกศีรษะรับพร ้อมรอยยิ้มบางๆ มาอยู่ข้างกายเฉินหลิง จวินกับลู่เฉิน จิงเฮาปากอ้าตาค้าง ตัวเองสัมผัสถึงลมปราณของเจ้าลัทธิลู่ ไม่ได้ก็ช่างเถิด ท าไมถึงยังมียอดฝีมือแฝงตัวอยู่ใกล้ในระยะประชิด ขนาดนี้ด้วยเล่า?! นาทีนี้ป๋ ายเติงรู ้สึกเพียงว่าตนควรกลับไปอยู่ในพื้นที่ประกอบ พิธีกรรมดีกว่า ฟ้ าดินด้านนอกเต็มไปด้วยอันตราย รู ้ว่าเสี่ยวโม่อยู่ใกล้ๆ กับเห็นว่าเสี่ยวโม่ยืนอยู่ข้างกายตน คือคน ละเรื่องกันเลย เฉินหลิงจวินปัดมือลู่เฉินออก เอ่ยเตือนว่า “อะไรน่ะ อะไรน่ะ รีบ เอาออกไปเลย!” ลู่เฉินไม่สะทกสะท้าน ยิ้มเอ่ยว่า “คงไม่รู ้สินะ ข้ากับอาจารย์เสี่ยว โม่รู ้จักกันมาตั้งนานแล้ว สนิทสนมกันมากเลยล่ะ” เสี่ยวโม่หัวเราะ ผงกศีรษะเบาๆ ถือว่ายอมรับในคากล่าวนี้ของ นักพรตลู่ แต่ว่าขณะเดียวกันเสี่ยวโม่ก็ใช ้สายตาบอกเป็ นนัยกับเฉิน หลิงจวินว่าให้ท าใจให้สบายด้วย เฉินหลิงจวินยกสองแขนกอดอก “คร ้านจะถือสาเจ้า”ลู่เฉินหันไปมองทางยอดเขาอีกครั้ง ยื่นมือโบกแรงๆ “แม่นางเซี่ย ใช่ไหม ทางนี้ๆ เจ้ากับอาจารย์เสี่ยวโม่สมกับเป็ นคู่สร ้างคู่สมกันจริงๆ คราวหน้าจะต้องได้ดื่มสุรามงคลของพวกเจ้านะ” บนต้นไม้ต้นหนึ่งของยอดเขา เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวยืนอยู่ บนกิ่งไม้ คลี่ยิ้มกว้าง “ยังเป็ นเรื่องที่อักษรปาไม่มีแม้แต่ขีดเดียว (อักษรปาหรือเลขแปดภาษาจีนประกอบด้วยขีดสองขีด ประโยคนี้จึง เปรียบเปรยว่าเป็ นเรื่องที่ไม่เห็นแม้แต่วี่แวว ไม่เห็นลางว่าจะสาเร็จ) เลยนะ” ลู่เฉินร ้องเฮ้อเลียนแบบซิ่วไฉเฒ่า “แม่นางเซี่ยอย่าได้พูดจา เหลวไหล! เห็นๆ กันอยู่ว่าอักษรปามีหนึ่งขีดแล้ว” ตัวอักษรปามีหนึ่งขีดก็หมายถึงรักเขาข้างเดียวอย่างไรเล่า ถึงอย่างไรเซี่ยโก่วก็เสียเปรียบเพราะอ่านตารามาน้อย จึงฟังหนึ่ง ประโยคสองความหมายของเจ้าลัทธิลู่ไม่ออก นางคลี่ยิ้มกว้างสดใส รู ้สึกเพียงว่าคากล่าวนี้พูดได้ดียิ่งนัก จึงผงกศีรษะให้ลู่เฉินก่อนจะย้าย เส้นสายตามองไปทางเสี่ยวโม่ เอ่ยด้วยน้าเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน “ข้ากลับก่อนนะ จะรอกินอาหารมื้อดึกพร ้อมกับเจ้า”อาจารย์จูบอกแล้วว่าอยู่ข้างนอกต้องไว้หน้าบุรุษของตัวเองบ้าง กลับถึงบ้านปิดประตูลงแล้วควรจะเป็ นอย่างไรก็เป็ นไปอย่างนั้นลู่เฉินกลั้นขา “อาจารย์เสี่ยวโม่ช่างโชคดีจริงๆ”เสี่ยวโม่เอ่ยอย่างจนใจ “ก็คงงั้น”ลู่เฉินตบหัวเด็กชายชุดเขียว เอ่ยสัพยอกว่า “นายท่านใหญ่เฉิน จิงเฮา ชิงกงไท่เป่าผู้นี้เจ้ารู ้จักหรือไม่?”เฉินหลิงจวินยังคงยกสองแขนกอดอก เห็นข้าเป็ นคนโง่หรือไร เทพเซียนผู้เฒ่าบนยอดเขาที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเช่นนี้ข้าต้องรู ้จักอยู่ แล้ว เพียงแต่เป็ นการรู ้จักแบบที่ข้ารู ้จักเขา เขาไม่รู ้จักข้าป๋ ายเสวียนที่อายุน้อยๆ ก็ดื่มชาโก่วนี่ทุกวันเรียบเรียงตารา วีรบุรุษขึ้นมาเล่มหนึ่ง ส่วนเฉินหลิงจวินเองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เขาแอบ เขียนตาราลับที่ถูกตัวเองตั้งชื่อว่า “รวมเล่มคนข้างทาง” ขึ้นมา เหมือนกันไล่เขียนรายชื่อของบุคคลบนยอดเขาที่ส่วนใหญ่สามารถเดิน สวนไหล่ผ่านกันไป อย่าได้มาท าความรู ้จักกับตนเด็ดขาดลงไป ใน ที่สุดเฉินหลิงจวินก็จัดระเบียบจนได้เป็ นตาราลับติดกายที่พกไว้ท่อง ยุทธภพในวันหน้าได้ส าเร็จคนหนึ่งในนั้นก็มีจิงเฮา เทพเซียนผู้เฒ่าจึง ชิงกงไท่เป่าแห่งหลิว เสียทวีป ตามข่าวลือของบนภูเขาที่บันทึกไว้ในรายงานขุนเขา สายน้า เขาเป็ นเวทคาถาหลายรูปแบบ คือลูกพี่ใหญ่ของในทวีป อยู่ ร่วมกับสองสายขาวด าได้คิดไม่ถึงว่าเจ้าคนที่แสร ้งทาเป็ นบัณฑิตผู้นี้จะเป็ นจิงเฮาที่อยู่ไกล สุดขอบฟ้ า สูงส่งเกินจะเอื้อม คิดดูแล้วการพบเจอกันโดยบังเอิญใน คืนนี้คงเป็ นแค่ความบังเอิญเท่านั้นจริงๆเฉินหลิงจวินโล่งอกได้ทันที ตนพูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กับเทพ เซียนผู้เฒ่าจึงไปมากมายพอจะถือว่าเป็ นคนคุ้นหน้าคุ้นตากับอีก ฝ่ายได้แล้ว วันหน้าไปเที่ยวที่หลิวเสียทวีปก็ไม่ใช่ว่ามียันต์คุ้มกันกาย เพิ่มมาอีกแผ่นหนึ่งหรอกหรือ?อย่างน้อยที่สุดผู้ฝึกตนของภูเขาชิงกงเห็นแก่ความสัมพันธ ์ควัน ธูปส่วนนี้ก็น่าจะยอมไว้หน้าตนบ้างกระมัง? คงไม่เอาอย่างผู้ฝึกตน ของเรือนเทพสายฟ้ าอุตรกุรุทวีปนั่นหรอกนะช่างเถิดๆ ต่อให้เจอกับ ผู้ฝึกตนของภูเขาชิงกงระหว่างทาง ตนก็จะแสร ้งท าเป็ นไม่รู ้จักแล้ว กัน ทางที่ดีที่สุดหากไม่ได้เจอกันได้ย่อมดีที่สุด หาไม่แล้วหากเกิด เรื่องขึ้นมา ต่อให้บอกเรื่องนี้ออกไปอีกฝ่ ายคงคิดว่าตนคุยโว กลับยิ่ง จะท าให้เกิดปัญหาแทรกซ ้อนได้ง่ายกว่าเดิมไม่รู ้ว่าตอนนี้จิงเฮาคิดอย่างไร แต่ “เด็กหนุ่ม” ขอบเขตหยกดิบที่ ยืนอึ้งอยู่ใต้ต้นดอกเหมยกลับตะลึงงันไปอย่างสิ้นเชิงแล้วนักพรตหนุ่มสวมกวานดอกบัวคนนี้ คาพูดคาจาที่เอ่ยกับ อาจารย์ของตนกลับเต็มไปด้วยความดูแคลน ความง่ายๆ สบายๆ?ในสถานที่เล็กเท่าฝ่ ามือแห่งนี้ ไฉนจู่ๆ ถึงได้มีบุคคลค้าฟ้ า มากมายขนาดนี้โผล่มา?เจ้าลัทธิลู่แห่งป๋ ายอวี้จิง? อาจารย์โม่คือ ใคร? แล้วแม่นางเซี่ยที่สวมหมวกขนเตียวล่ะคือใคร?ลู่เฉินเอ่ยอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น “นายท่านใหญ่ เฉิน วันหน้าเดินทางผ่านหลิวเสียทวีปก็ไม่ต้องไปเยือนภูเขาชิงกงโดยเฉพาะ พูดคุยกับเทพเซียนผู้เฒ่าจึงบนโต๊ะสุราสักสองสาม ประโยคหรอกหรือ?”เฉินหลิงจวินยิ้มอย่างฝืดฝืน “แน่นอนๆ”จิงเฮายิ่งใจแกว่ง ตกตะลึงระคนประหลาดใจมากยิ่งกว่าจึงเอ่ยไป ตามจิตใต้ส านึกว่า “ใช่แล้วๆ”ทั้งสองต่างก็กระอักกระอ่วนกันมาก อีกทั้งต่างก็มองออกถึง ความกระอักกระอ่วนจากน้าเสียงและสีหน้าของอีกฝ่ายลู่เฉินยิ้มตาหยี “แค่เจอก็เหมือนคนที่รู ้จักกันมานาน นี่เรียกว่า แค่เจอก็เหมือนคนที่รู ้จักกันมานาน”์์์์์้